• yongchan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 47424
  • จำนวนผู้โหวต : 485
  • ส่ง msg :
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



ถ้าคุณเห็นผู้หญิงไทยเดินมากับฝรั่ง คุณจะคิดว่า?
เธอต้องประกอบอาชีพแถวพัทยา ภูเก็ต ไม่ก็ซอยนานา แน่ๆ
0 คน
หูยส์ โชคดีจังเลย อิจฉา.. อยากได้มั่งจัง ฝรั่งเนี่ย เขาไปหากันที่ไหนนะ
0 คน
พวกฝรั่งขี้นก ไม่มีปัญญาหาในบ้านตัว ถึงต้องมาหาเอาข้างนอก เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะเฟ้ย
1 คน
ผู้ชายไทยก็มีเยอะแยะ มัวแต่หลงฝรั่งอยู่ได้
0 คน
ไม่คิดอะไร คนเขาจะรักกันชอบกัน ก็เรื่องของเขา
0 คน
อื่นๆ (จะเป็นพระคุณมากถ้าท่านทิ้งเม้นท์ไว้ที่บ้านว่าคิดอย่างไรค่ะ)
0 คน

  โหวต 1 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 28 มิถุนายน 2550
บักจัสติน - คนที่ไปรบที่อิรักมา 3 ปี
Posted by yongchan , ผู้อ่าน : 830 , 05:08:14 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องเล่า about me   เจ้าหนูจำไม  
พิมพ์หน้านี้


ชั้นเรียนเยอรมันสุดหรรษาของ Yongchan  เปิดเรียนมาได้ระยะหนึ่งแล้วค่ะ ชั้นนี้สมาชิกแน่นเอียด นานาชาติ ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะว่านอกเหนือจากประเทศขาประจำเช่น ตุรกี โมร็อคโค ญี่ปุ่น อินเดีย อัฟกานิสถาน ฟิลิปปินส์ ก็ยังมี อารเจนตินา โคลัมเบีย เนปาล รัสเซีย ฮ่องกง ฯลฯ เรียกได้ว่า อินเตอร์สุดๆ ที่สำคัญ มีชายชาวอเมริกันมาเรียนด้วย...

เค้าชื่อ “จัสติน”

(ไม่ใช่คนนี้นะก๊ะ... แต่ว่านึกหน้าเค้าถูไถไปพลางๆ ก่อนก็ได้ :D)

มองจากรูปลักษณ์ภายนอก ก็พอจะเดาได้อยู่ว่าเป็นคนอเมริกัน เนื่องจาก เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ตัวล่ำบึ้ก ดิฉันสันนิษฐานว่า ถ้าไม่ได้เป็นนักกีฬา ก็ต้องเป็นทหารแน่ๆ ที่สำคัญจะต้องเป็นคนชอบกินเนื้อวัวมากๆ ไม่งั้นตัวไม่หนาได้ขนาดนี้ (ดิฉันคิดเอาเองนะ)

พอได้ยินคำยืนยันว่าเป็นคนอเมริกัน หูหางดิฉันก็กระดิกทันที แบบว่าอยากตีซี้ด้วยสุดฤทธิ์ เพราะว่า หนึ่ง จะได้พูดภาษาอังกฤษแล้ว(เว้ย)... สอง อยากรำลึกความหลังเมื่อครั้งได้ไปเรียนที่นั่น

แม้ว่าเราจะนั่งห่างกันเพียงแค่ระยะสามเก้าอี้นั่ง แต่มันช่างยากลำบากเหลือเกินที่จะได้คุยกัน เพราะหนึ่ง จัสตินโดนขนาบข้างด้วย นักเรียนผู้ชายอีกสองคน ซึ่งตัวสูงใหญ่ไม่แพ้กัน ทำให้ดิฉันไม่สามารถจะส่งสายตาหรือยิ้มสยามไปผูกมิตรได้ และพวกผู้ชายนี่ก็ชอบคุยกันเอง... ตัวดิฉันเป็นสาวเป็นนาง จะผ่าไปกลางวง ก็กระไรอยู่ อิอิ ^_^"

สอง ตาคนนี้คงเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง คือไม่ทักใครทั้งสิ้น น่ากลัวมากว่าถ้าไปทักแล้วจะโดนงับหรือเปล่า ที่สำคัญคือ แกชอบเอาหนังสือมาอ่าน แกจะนั่งอ่านอยู่คนเดียวระหว่างรอเข้าห้องเรียน ระหว่างพัก ซึ่งผิดวิสัยคนอเมริกันที่ดิฉันเคยพบเจอ (และจะไปรบกวนเค้าตอนอ่านหนังสือก็เกรงใจ)

นอกจากนั้นหนังสือแต่ละเล่มที่อ่าน ก็ล้วนแต่เป็นหนังสือเชิงเสียดสี ว่าร้ายชาติอเมริกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะ หนังสือของไมเคิล มัวร์ (Dude, where is my country?) ดิฉันเห็นก็แปลกใจว่า เอ.. อีตาคนนี้ สงสัยจะไม่ใช่คนอเมริกันธรรมดา

คันปากมาหลายวัน ด้วยความอยากพูดภาษาอังกฤษมากๆ วันนี้ระหว่างพักดิฉันก็ปรี่เข้าคุยกับเค้าเลย (โอ้ว... หญิงไทยใจกล้ามากๆๆ) ได้ความว่าบักจัสตินนี้ อายุย่างเข้า 28 ปี เป็นชาวเมืองบอสตัน เคยเป็นรับราชการทหาร เคยมาประจำการที่เยอรมนี และได้พบรักกับภรรยาคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาเอก ปัจจุบันนี้เค้าลาออกจากการเป็นทหารแล้ว และติดตามภรรยามาอยู่เยอรมนี โตขึ้น.. เอ๊ย... ถ้าพูดภาษาเยอรมันคล่องแล้ว เค้าอยากหางานเป็นช่างภาพ (ถ้าจะยังโตขึ้นได้มากกว่านี้อีก ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ฮ่วย)

ด้วยนิสัยช่างซักถาม อยากรู้อยากเห็น ดิฉันก็ถามต่อว่า แล้วตอนเธอเป็นทหาร เธอเชี่ยวชาญด้านไหนเป็นพิเศษ?

จัสตินตอบว่า เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านระเบิด (ฺBomb Specialist)

(นี่ก็ไม่ใช่เพื่อนอิฉันอีก แต่เดาเอาว่า งานของเค้าน่าจะประมาณนี้)

ป๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดด....สิโถ่ โอ้โห คุณคะ ... จริงอย่างที่คุณครูเคยสอนว่า อย่าละเลยคนใกล้ตัว ใครเลยจะนึกว่าบักจัสตินที่นั่งห่างจากดิฉันไปแค่ระยะเก้าอี้สามตัวคนนี้ จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ระเบิด

ด้วยนิสัยคนที่ตกเป็นทาสวัฒนธรรมอเมริกัน ดูหนังฮอลลีวู้ดเป็นเนืองนิจ เลยอดถามไม่ได้ว่า แล้วมันจริงตามอย่างในหนังไหม ที่ว่าเปิดระเบิดออกมาแล้วมักจะเจอ สายไฟสีฟ้า กับสีแดง? แล้วชั้นจะต้องตัดสายไหนอ่ะ? แหม...ได้เจอกับผู้เชี่ยวชาญทั้งที ก็ต้องถามเสียหน่อย กะเอาเป็นความรู้ติดตัวในยามคับขันของชีวิตสุดฤทธิ์ ใครจะรู้วันนึงดิฉันอาจจะต้องผันตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดอย่าง นิโคล คิดแมนในหนังเรื่อง The Peacemaker ก็ได้

(คุณคะ อย่าทำเป็นเล่นไป เกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าขึ้นมา เราจะได้เตรียมตัวถูกไง แม่นบ่?
สมัยนี้กรุงเทพยิ่งระเบิดชุกอยู่ด้วย หุหุ :D)

ตานี่ก็หัวเราะ บอก หล่อน... มันไม่มีอย่างในหนังหรอก โดยมากเปิดมาเธอก็เจอโทรศัพท์มือถือแล้วก็มีสายไฟต่อเข้ากับระเบิด ถ้ามีคนโทรศัพท์เข้ามา ระเบิดก็ทำงาน (เอ๊ะ... ฟังแล้วคุ้นๆ เหมือนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แฮะ) สายไฟก็เป็นสายไฟธรรมดา ไม่มีหลายสีให้เลือกตัดด้วย (ย่ะ)

(ไม่มีสายไฟสีสันสวยงามให้หล่อนเลือกตัดแบบในหนังหรอก ยัย Yongchan!!!! >.<)

จริงๆ อยากจะถามต่อว่า... แล้วเธอกู้ระเบิดยังไงล่ะ บอกวิธีกู้ระเบิดแบบง่ายๆ ให้ชั้นหน่อยได้ไหม? (ยังคงนึกอยากเป็นนิโคล คิดแมน -_-") แต่ก็กลัวจะโดนเค้าเบิ้ดกระโหลก แล้วสวนกลับมาว่า ถ้ากู้ระเบิดมันง่ายนัก จะมี expert ไว้หาอะไร...^_^"

(ถ้าดิฉันริอาจเป็นนักกู้ระเบิดจริง อาจจะวอดวายอย่างในรูปนี้ ฮ่าฮ่า :D)

ดิฉันก็เลยเปลี่ยนเรื่อง และถามเค้าว่า แล้วเธอไปประจำการที่ไหนมาอีกรึเปล่า นอกจากเยอรมนี?

บักจัสตินตอบหน้าตายว่า ไปอยู่อิรักมาสามปี... What!? สงครามอิรักเนี่ยนะ...
บักจัสตินตอบว่า แม่นอีหลี

ป๊าดดดดดดดดดดดดดดดดด.... (อีกรอบ) โอว...คุณคะ เลือดนักข่าวโอเคเนชั่น ดิฉันพุ่งปรี๊ดเลยล่ะ แบบว่า... โหย...มันจะมีซักกี่ครั้งนะ ที่เราจะได้เจอคนจริงๆ เจอคนตัวเป็นๆ ที่เคยไปรบในอิรักน่ะค่ะ...

มือไม้สั่นไปหมดเลย เริ่มต้นไม่ถูกเลยว่าจะถามว่าอย่างไรดี ตื่นเต้นมากราวกับว่าจัสตินได้กลายร่างไปเป็น สุดหล่อแมท เดม่อน ขวัญใจดิชั้น (ฮ่าฮ่า)

(อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่อง แต่จะบอกว่าชอบมาก
รอ Bourne Ultimatum ออกฉาย แล้วจะซื้อดีวีดีเก็บทั้งชุดเลย ^_^ )

สรุปใจความได้ว่า จัสตินไปประจำการที่คูเวตอยู่หกเดือน ก่อนเคลื่อนพลเข้าอิรัก เป็นทหารกลุ่มแรกที่ข้ามพรมแดน เข้าไปที่นั่น.. เขาบอกว่าชีวิตที่นั่นบัดซบมาก (It sucks!) เพราะมีแต่ทะเลทราย แม้ว่าในค่ายทหารจะมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มีทุกอย่างให้หาซื้อใช้ และกินได้เหมือนอยู่บ้าน แต่มันก็ไม่สบายเหมือนอยู่บ้าน

หน้าที่การงานก็น่าเบื่อและเสี่ยงชีวิต คือต้องออกลาดตระเวนกะเช้า กลับมากินข้าวกลางวัน พัก แล้วออกไปตระเวนต่อ ถ้าใครเจอวัตถุต้องสงสัย ก็ต้องมาตามทหารหน่วยของอีตาจัสตินนี่แหละไปจัดการ โชคดีที่ตลอดระยะเวลาที่ไปประจำการ คนในทีมของเค้า ไม่มีใครเสียชีวิต คนที่เสียชีวิตส่วนมากจะเป็นพลทหารรบ แล้วก็พลรถถัง (เรียกชื่อถูกไหมเนี่ย)

(ขอเดาอีกว่าวิถีชีวิตของจัสตินในขณะนั้น น่าจะคล้ายๆ อย่างนี้
อ้อ...ในรูปเป็นทหารชาวอิรักนะคะ)

จัสตินเล่าต่อว่าเค้าไม่ค่อยได้ไปเจอชาวอิรักเท่าไร เพราะหน้าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนในพื้นที่ จะอยู่แต่กับระเบิดเสียมาก แต่ก็รู้ว่า อัตราการตายระหว่างทหารอเมริกัน (บัดนี้ทะลุสามพันไปแล้ว) กับประชาชนตาดำๆ ชาวอิรัก น่าจะอยู่ที่ประมาณ หนึ่ง ต่อ สิบ (แล้วมันเคยมีข่าวรายงานความสูญเสียของประชาชนชาวอิรักในสื่ออเมริกันบ้างไหม ฮึ?)

เค้าเล่าต่อว่า ตอนนี้คนในกองทัพไม่มีใครอยากอยู่อิรักหรอก ใครๆ ก็ไม่อยากตายทั้งนั้นแหละ แต่คนก็ไม่แคร์หรอกว่าใครผิดใครถูก เค้าก็แค่ทำตามหน้าที่ แล้วก็รอนับวันให้ครบกำหนดกลับบ้าน ครบกำหนดสัญญาสี่ปีที่เซ็นไว้

ดิฉันก็เลยถามต่อว่าแล้วตัวเธอล่ะ คิดอย่างไรกับบุช กับรัฐบาลชุดนี้ กับสงครามอิรัก ?

<< ดิฉันไม่เอารูปบุชมาลงนะคะ... ไม่ชอบ ไม่อยากเห็นหน้าเค้า >>

จัสตินบอกว่าตอนที่เขาเข้าประจำการใหม่ๆ ก็คืออายุ 18 ปี ตอนนั้นเขายังโง่อยู่ ไม่เคยรู้อะไรทั้งสิ้น พอเข้าไปในกองทัพ ผู้บังคับบัญชาทุกคนก็บอกว่าทุกอย่างดี ทุกอย่างเรียบร้อย เค้าก็เชื่อเช่นนั้น

ครั้นจะไปรบที่อิรัก ผู้บังคับบัญชาก็อ้างว่าเป็นเพราะอิรักมีอาวุธประสิทธิภาพทำลายล้างสูง (WMD  -Weapon of Mass Destruction - หมายถึงนิวเคลียร์นั่นแหละ) พอไม่มีหลักฐานกองทัพ ก็บอกว่า อ้อ เราไปรบ เพราะอิรักมีอาวุธเคมี (Chemical Weapons)

ก็จะไม่มีได้อย่างไร เพราะสหรัฐเป็นคนส่งไปให้เอง เอาไว้ใช้สู้กับอิหร่าน ช่วงทศวรรษ 80s แต่ตอนนี้มันหมดไปแล้ว จัสตินบอก... แต่ตอนนั้นก็เชื่อแหละ

พอไม่มีหลักฐานอีก ทีนี้ก็เป็นเรื่อง ปฏิบัติการเพื่อปลดปล่อยอิรัก เรื่องประชาธิปไตย... เรียกว่าแถไปได้เรื่อยๆ >.<

จัสตินบอกว่าเค้ารู้ว่าคนอื่นๆ ในโลกคิดเห็นต่างออกไปอย่างไรบ้าง ตั้งแต่สมัยที่ยังประจำการอยู่ในอิรักแล้ว (คุณเมียสุดเลิฟนั่นแหละเป็นคนบอก)  แต่เค้าเลือกที่จะไม่เชื่อ เพราะเค้าเติบโตมาในกองทัพ ฟังกองทัพกรอกหูทุกวัน ช่วงที่ได้กลับไปบ้านที่อเมริกา ดูทีวี ก็มีแต่ข่าวที่เป็นไปตามกองทัพบอก จะไม่ให้เชื่อได้ไง

จนกระทั่งเค้าตัดสินใจไม่เป็นทหาร ไม่ต่อสัญญา และย้ายสำมะโนครัวมาอยู่เยอรมนี หู ตา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวสมอง ของเค้าเลยเปิดกว้างมากขึ้น บัดนี้ เค้ารู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร และเมียเค้าก็สะใจทุกครั้ง ที่เค้ายอมรับว่าสิ่งที่เมียพูดนั้นถูกต้อง ว่ะฮ่าฮ่า :D

*******************************

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เพราะว่านึกถึงม็อบที่สนามหลวง นึกถึงบ้านเมืองของเราในเวลานี้ ที่แบ่งฝักฝ่ายชัดเจน

Yongchan รู้สึกว่าเราทุกคนควรจะเปิดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็นของท่านที่มองต่างมุมด้วยค่ะ การที่คนอื่นคิดไม่เหมือนคุณไม่ได้แปลว่าเค้าโง่ จริงๆ เราน่าจะมองว่า ในขณะที่เรา(โคตร)มั่นใจในสิ่งที่เราเชื่อเลยนะ ทำไมมีคนอีกมากมายที่คิดต่างไปจากเรา เอ๊ะ...ทำไมเค้าถึงคิดไม่เหมือนเราล่ะ?

ถ้าคิดได้อย่างนี้ ก็จะนึกอยากรู้ต่อไปว่า เค้าไปเห็นไปเจออะไรถึงได้คิดไม่เหมือนเรา ที่นี้ข้อมูลที่ต่างไปจากที่เรามีอยู่ มันก็จะเริ่มเข้าถึงตัว (และหัวสมอง) เรามากขึ้น เราก็จะมองได้รอบด้านและตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น ถึงแม้เราจะไม่เห็นด้วยกับเขา เราก็รู้ว่าเขาคิดยังไง รบร้อยครั้ง ก็ชนะร้อยครั้ง

อีกข้อที่สำคัญมากๆ ที่ได้จากการคุยกับจัสตินในวันนี้ คือ เราต้องไม่ตัดสินคนจากเปลือกนอก การที่คนบางคนนิ่งเฉย ทำหน้าขึงขัง จริงจังไม่ได้แปลว่าเค้าหยิ่ง เค้าเพียงแต่อาจจะเกิดมาหน้าโหดแบบนั้นเอง (โฮะ โฮะ) จึงอาจต้องเป็นเรา ที่จะเสียสละ ทำตัวเข้าไปสนิทสนมกับเค้า ชวนเค้าคุย

แต่ถ้าบางคนทักสองสามทีแล้วยังนิ่งเฉย ก็จงปล่อยให้เค้าอยู่อย่างนั้นต่อไปนะคะ... เดี๋ยวชวนครั้งต่อไป เค้าลุกขึ้นมากัด Yongchan ไม่เกี่ยวน้า ^_^"

(ภาพทั้งหมด มาจากอินเทอร์เน็ต ยกเว้นภาพที่สอง Yongchan วาดเองค่ะ)

*******************************

ขอบคุณทุกท่านที่มาเล่นสนุกกับแถ่กชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมานะคะ... ไม่คิดว่าจะแพร่พันธุ์รวดเร็วอย่างนี้... ปลื้มใจจัง ^_^

Yongchan ตามไปอ่านให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จนตัวเองจะกลายเป็นหมีแพนด้าไปเสียแล้วค่ะ (อ่านมาตั้งแต่วันจันทร์แล้วค่ะ...จนถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าไปได้ถึงครึ่งแล้วรึยัง?) ถ้าใครโดนแถ่กแล้ว Yongchan ยังไม่ได้ไปเยี่ยม มาบอกได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ :D


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 94
apooh วันที่ : 18/08/2007 เวลา : 20.54 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

จัสติน นี่ เฮงเหมือนกันนะ อยู่หน่วยเสียง แต่รอดกลับมาได้มิมีแผลทางกาย ทางใจไมทราบสิ
ความคิดเห็นที่ 93
chalee วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee2

เฮ้.........ย๊งยี้
พี่ชอบคำนี้มากเลย "การที่คนอื่นคิดไม่เหมือนคุณไม่ได้แปลว่าเค้าโง่"

เพราะส่วนใหญ่คนในสังคมโลก เค้าลืมตัวกันนึกว่าข้านี้แสนยิ่งใหญ่ ข้านี้แน่กว่าใคร
คงจะดีนะถ้ามนุษย์เรา รู้จักฟังมากกว่าพูด รู้จักเข้าใจคนอื่นมากกว่านี้
โลกจะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย
-----------------------------------------------------------------------------
น้องหย่ง เล่าเรื่องได้สนุกมากเลยนะนี่ ถ้าเป็นเสียงเล่าพี่คงนั่งฟังอ้าปากหวอน้ำยายไหย
แหงม แหงมเลย ฮ่า ฮ่า
-----------------------------------------------------------------------------
วันนี้...เป็นวันปลดหนี้ ต้องตามอ่านเรื่องของพี่ ๆ น้อง ๆ ที่แปะโป้งไว้
เริ่มจากบ้านน้องสาวของพี่ก่อน เดี่ยวค่อยไปบ้านพี่ ๆ ทีหลัง สงกะสัย
งานนี้ตาแฉะแหมะแน่ ๆ
-----------------------------------------------------------------------------
"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 92
WoraDeLaFolle วันที่ : 05/07/2007 เวลา : 04.18 น.
http://www.oknation.net/blog/waewwow


ม่วนอี้หลีค่ะคุณน้อง

ซวดๆ

ความคิดเห็นที่ 91
ทาโร่ วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 12.21 น.
http://www.oknation.net/blog/taro
แจ็ค รัสเซล เทอร์เรีย และคณะ

ความคิดเห็นที่ 90
Yai_Nid วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 23.59 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

อ่านจนจบความ...ชอบที่สุดก็ตรงนี้....

>>>อีกข้อที่สำคัญมากๆ ที่ได้จากการคุยกับจัสตินในวันนี้ คือ เราต้องไม่ตัดสินคนจากเปลือกนอก การที่คนบางคนนิ่งเฉย ทำหน้าขึงขัง จริงจังไม่ได้แปลว่าเค้าหยิ่ง เค้าเพียงแต่อาจจะเกิดมาหน้าโหดแบบนั้นเอง (โฮะ โฮะ) จึงอาจต้องเป็นเรา ที่จะเสียสละ ทำตัวเข้าไปสนิทสนมกับเค้า ชวนเค้าคุย

แต่ถ้าบางคนทักสองสามทีแล้วยังนิ่งเฉย ก็จงปล่อยให้เค้าอยู่อย่างนั้นต่อไปนะคะ... เดี๋ยวชวนครั้งต่อไป เค้าลุกขึ้นมากัด Yongchan ไม่เกี่ยวน้า ^_^"

...ขอซะ 2 ก้าก

ยายนิดก็ไม่กล้าแถกต่อ...กลัวถูกกัดเนี่ยแหละ...หุหุ

อ้อ!..มีเพื่อนใหม่ถามเรื่อง...Tag...ยายนิดเลยโอกาส
แจ้ง ลิงค์ มาที่คุณ ย่งจัง ..ค่ะ
ให้ดูจากต้นทาง ต้นคิด..จะได้กระจ่างแจ้ง....เจ๋งมั้ย
แล้วเลยถือสิทธิ์ แจกไป 1 TAG....

กำลังรอดูผลงานอยู่อ่ะ....ได้ความว่าไงจะมาเล่าแจ้งแถลงไขน้า..
ความคิดเห็นที่ 89
วิตามินบี วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 23.46 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


อ้าว เราโดนฮอลีวู้ดหลอกอีกแล้วเหรอ
ความคิดเห็นที่ 88
yai2333 วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 23.33 น.
http://www.oknation.net/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

มาสวัสดี..และราตรีสวัสดิ์..คร่อกกกกฟรี้รรรรร....




...
ความคิดเห็นที่ 87
มดคันไฟ วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/modkunfai

นี่คุณน้อง yongchan ที่เยอรมันมีหน้าตาแบบจัสตินหรือเปล่า เจ๊ชอบหาให้คนหนึ่งซิ รู้สึกฝรั่งรักจริง ทุกวันนี้chat ไม่รู้กี่ประเทศไม่ถูกใจสักคน เข้าเรื่องบนเตียงหมด เซ๊งที่สุด สิงโตหิน กับปราสาท ไฮเลนเบิก สวยมาก ขาหมูเยอรมันอันเท่าบ้านนะหนู
ความคิดเห็นที่ 86
แม่สีไฟ วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 21.39 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ไม่รู้ว่า...บุช คิดไรอยู่
เดาใจไม่ได้...น่ากลัวออกเมกานี่น่ะ!
...

ไม่อยากบอกเรยยยยยย!...แม่สีไฟยังค้าง Tag ของ
สมาชิกเนชั่นบางคนอยู่เลยค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 85
Freedomheart วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/Freedomheart

ความคิดเห็นที่ 84
ราษีไศล วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 19.08 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ www.banduannoi.com

มาทักทายและชวนไปเที่ยวเขื่อนที่นครนายกครับ
ความคิดเห็นที่ 83
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 19.05 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

คนอเมริกันมักโง่กว่าคนไทยครับ ไม่รู้เรื่องราวภายนอกอะไรเลย เหมือนกับพ่อของสาหร่าย รู้จักคำไทยแค่ว่า"สวัสดีครับ"คำเดียว ผมเคยสอนเรื่องบาปบุญให้ฟังอยู่สองชั่วโมง แกเลิกไม่เอาแล้วสาสนาพุทธยากมาก ( ผมสอนไม่เอาไหนเองแหล่ะ )

เขาเคยเป็นครูฝึกทหารเรือเมกาไปรบในอิรักด้วย เหมือนกับเพื่อนทหารเอกาอีกหลายคนที่ผมเคยคุยด้วย พวกนี้มีประสบการณ์รบไม่อิรักก็อาฟกานิสถานกันทั้งนั้น ไม่งั้ไม่เท่ พวกที่ไม่เคยไปรบก้จะไปประจำการรอบโลก เพราะเมกาเขาถือว่าพื้นที่ระวังป้องกันหน้าของเขาอยู่ทุกที่นอกแผ่นดินเมกา ต่างกับไทยที่อยู่แค่ชายแดน

พวกทหารเมกามักเข้าใจอย่างที่ถูกสอนให้เชื่อ คือไปปลดปล่อยประเทศเผด้จการ นำพาจิควิญญาณเสรีประธิปไตยแบบอเมริกันไปช่วยชาวโลก พวกนี้ไม่ได้เลวเหมือนที่ชาวโลกเข้าใจ แต่ซื่อมาก เมื่อโดนต่อต้าน พวกเขาก้จะงงว่าอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตมาช่วยโลกแท้ ทำไมโลกยังเกลียดกูวะ

เฮ้อ
ความคิดเห็นที่ 82
sat11 วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 07.59 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เรื่องธรรมดาคิดอีกทีมันมีสิ่งไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน  ซึ่งมันเป็นเรื่องของแต่ละคน

ถ้าจะดูหนังมากไป..เปลี่ยนบทได้หลากหลายเลย..สนุกดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 81
Boonjerm วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 02.35 น.
http://www.oknation.net/blog/Boonjerm
Boonjerm's Army

เจิมอยากคุยกะคนพวกนี้มั่งจังพี่หย่งเพราะน่าสนุกนะคะ คนเหล่านี้ประสบการณ์ตรงแท้ๆ เจิมชอบจังมันส์ๆแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 80
แมวเหมียว วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

แวะมาเยี่ยมค่ะ คุณหย่ง เลยได้มาชมคนหล่อด้วยเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 79
fanggg วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 19.38 น.
http://www.oknation.net/blog/fanggg

หล่อจังเล้ยยยย
ความคิดเห็นที่ 78
ฅนผ่านทาง วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 19.31 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
 มุมมองเปลี่ยน  ชีวิตเปลี่ยน !! 

บักจัสตินน่าจะเป็นลูกครึ่ง แม่นบ่
ความคิดเห็นที่ 77
นานาจิตตัง วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 17.35 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

ช่วยมาติดตาม Tag ของเด็กม.ปลาย ว่าทำไมหนอจึงชื่อ yorwor
ความคิดเห็นที่ 76
Dekthep วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 11.59 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

แปลกใจจังทำไมไม่ได้เรียนสายปัญญาทั้งที่ใกล้เด็กเทพ แต่ไหงไปชอบเด็กสวน น้อยใจจริงๆ เชิญชวนลงนามยินดี nation 36 ปีที่บล็อกครับ
ความคิดเห็นที่ 75
TheQueenofNostalgia วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 02.40 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

จัสติน ตำแหน่งเดียวกับเสธ.แดงนี่เอง

หย่งได้อ่านหนังสือเรื่อง why America addicted to war? รึเปล่า ดีมากๆเลย ตีแผ่รัฐบาลอเมริกัน ตั้งแต่ยุคเริ่มประเทศ...เป็นหนังสือ(การ์ตูน)ของภาคประชาชน ที่เค้าส่งเสริมให้อ่านกันในโรงเรียน
ความคิดเห็นที่ 74
RearViewMirror วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 02.36 น.
http://www.oknation.net/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

จากที่คุณ yongchan เล่ามา ผมว่านะหารูปอื่นมาแทนหน้าบักจัสตินในภาพดีกว่านะ

จะมีทหารคนไหนมั้ยเนี่ย ที่บอกว่าชีวิตในการประจำการกองทหารนั้นมันสวยงามน่าสัมผัสน่ะ
ความคิดเห็นที่ 73
ไกอาร์ วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 01.50 น.
http://www.oknation.net/blog/kulkomut

ผมว่า เมกามันบ้า ๆ พิกล ขายปืนในห้างแล้วคนมันก็เอามายิงกันเละ ประเทศบ้า ๆ สวิสมีปืนทุกบ้านไม่เห็นมายิงกันที่มันมีกันทุกบ้านเพราะเค้าก็มีการไปรับใช้ชาติเหมือน เกณทหารบ้านเราไม่แน่ใจปีเดียวหรือสองปี เพราะเพื่อนผม สาวสวิส เขตฝรั่งเศสเล่าว่าหลังจบการเรียนเค้าให้ปืนจริงที่ใช้ฝึกเอากลับบ้านครับ เพราะงั้นเค้าเลยมีกันทุกบ้าน เลยมาถึงแคนาเดียนก็เยอะพวกนี้ก็ชอบปืนครับแต่ไม่นิยมฟามรุนแรง ผมว่าคนอเมริกัน มันRED NECK กันเยอะนะ มั่ยใจมากบ้ามากก็สุดท้ายไปโดนยิง แต่เอาเข้าจริง ก็พวกเม็กกะคนดำมากกว่าที่ไปตายแทนคนขาว
ความคิดเห็นที่ 72
yai2333 วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 00.36 น.
http://www.oknation.net/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

ต้องไม่ตัดสินคนจากเปลือกนอก

เพราะเราต้องดูให้เห็นเปลือกในก่อน...







...
ความคิดเห็นที่ 71
กนิษฐ์ วันที่ : 01/07/2007 เวลา : 00.36 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

โห้..คุณหย่ง..เอาภาพโปสเตอร์หนังมายั่วน้ำลายกัน..วันนี้พาหลานไปดูหนังมาเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับหุ่นยนต์ เกี่ยวกับการรบ แต่เป้นการรบระหว่างคนกับหนยนต์ หุ่นยนต์กับหุ่นยนต์ หนุกมาก..เรื่อง transformers..

คุณหย่ง แวะไปอ่าน Tag นิส หัวข้อ..5 วันที่เหลือคุณจะทำอะไร หนุกๆค่า
ความคิดเห็นที่ 70
feng_shui วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 23.05 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

แวะมาดู ไม่เห็นตอบเราเลยค่ะคุณหย่ง ว่าอนุญาติให้ตีก้น หนึ่งที่รึไม่ ???
คุณหย่องสัมภาษณ์ได้ออกรสดีจริงๆค่ะ
ปล. แวะมาอีกคำรบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 69
ขวัญผู้ยิ่งใหญ่จนมิอาจนอนคว่ำ วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/bloodybrother

เอาเรื่องลงบล็อคครบแล้วขอรับ.....
ความคิดเห็นที่ 68
ซามูไรไม่มีลูกอ่อน วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 20.52 น.
http://www.oknation.net/blog/oksamurai
อัพบล็อกแล้น ^^

น่าจะจับจัสตินมาออกรายการกับคุณลุงสุทธิชัยนะคะ อิ อิ

ปล. อยากใส่รูปบุชมาเป็นของขวัญให้คุณพี่กรี๊ดสส์จังเลย
ความคิดเห็นที่ 67
ออกปากออกแบบ วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 17.36 น.
http://www.oknation.net/blog/designspeakout

เป็นเรื่องที่ดีครับ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกัน คนเราบางครั้งก็เลือกที่จะฟังที่จะเชื่อมาจากเบื้องลึกความต้องการของตนเอง คนเราสร้างเหตุผลมาร้อยแปดเพื่อจะบอกว่าเราควรจะเชื่ออะไรและสิ่งที่เราเชื่อนั้นถูกแล้ว มันยากนักที่เราจะหลุดออกไปจากวงจรนี้ได้ทุกครั้ง

ได้อ่านประสบการณ์ตรงของคุณจัสตินนี่แล้ว ก็เป็นอย่างที่คิดครับ เคยดูหนังเรื่อง jarhead คงจะอารมณ์ใกล้กันเลยที่เดียว

ดีใจด้วยที่เขาได้หลุดออกมาจากความเท็จเหล่านั้นอย่างปลอดภัย
ความคิดเห็นที่ 66
phanasGook วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 15.37 น.
http://www.oknation.net/blog/phanasGook
วารสาร  สรรสร้าง  เที่ยงธรรม           / สวน  ต้านต่อก่อกรรม  กดขี่          ศาสตร์  ส่องอุดมการณ์นำ  ถูกต้อง   /  ดุสิต  สอนศิษย์ป้อง   รับใช้มวลชน ฯ

พีซเมคเกอร์ งานนี้ไม่มี บอย 555
ความคิดเห็นที่ 65
ลุงไมยราพ วันที่ : 30/06/2007 เวลา : 07.01 น.
http://www.oknation.net/blog/lungmai

ที่ถาม..........เพราะอยากเรียน
ไประเบิดหัวใจ"ใครบางคน" ........อิ..อิ....
ความคิดเห็นที่ 64
pjeabja วันที่ : 29/06/2007 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

สนุกจริงๆเลยหย่ง
ความคิดเห็นที่ 63
ขวัญผู้ยิ่งใหญ่จนมิอาจนอนคว่ำ วันที่ : 29/06/2007 เวลา : 19.59 น.
http://www.oknation.net/blog/bloodybrother

เรื่องใกล้ ๆ ตัวนี่มันส์ดีแฮะ
ทหารรบ น่าเรียกว่า ทหารราบ ครับ เพราะกลัวทหารลาว เอ้ย....

ดีใจที่ประเทศเราไม่มีผู้นำแบบนั้น
ความคิดเห็นที่ 62
fat_kj วันที่ : 29/06/2007 เวลา : 16.51 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.

Just Open your eye and open your mind.