• yongchan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 47438
  • จำนวนผู้โหวต : 485
  • ส่ง msg :
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



ถ้าคุณเห็นผู้หญิงไทยเดินมากับฝรั่ง คุณจะคิดว่า?
เธอต้องประกอบอาชีพแถวพัทยา ภูเก็ต ไม่ก็ซอยนานา แน่ๆ
0 คน
หูยส์ โชคดีจังเลย อิจฉา.. อยากได้มั่งจัง ฝรั่งเนี่ย เขาไปหากันที่ไหนนะ
0 คน
พวกฝรั่งขี้นก ไม่มีปัญญาหาในบ้านตัว ถึงต้องมาหาเอาข้างนอก เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะเฟ้ย
1 คน
ผู้ชายไทยก็มีเยอะแยะ มัวแต่หลงฝรั่งอยู่ได้
0 คน
ไม่คิดอะไร คนเขาจะรักกันชอบกัน ก็เรื่องของเขา
0 คน
อื่นๆ (จะเป็นพระคุณมากถ้าท่านทิ้งเม้นท์ไว้ที่บ้านว่าคิดอย่างไรค่ะ)
0 คน

  โหวต 1 คน
วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม 2550
เจนนี่ หมอตำแย ซาอุ และหญิงไทย!?
Posted by yongchan , ผู้อ่าน : 735 , 01:33:03 น.   | หมวดหมู่ : เมืองไทยของเรา   เจ้าหนูจำไม  
พิมพ์หน้านี้


คราวก่อนเพิ่งเล่าไปถึงเรื่องบักจัสติน คนนั่งเรียนหนังสือข้างกันที่ไปรบที่อิรักมา วันนี้มีเรื่องอะเมซิ่งมาเล่าอีกแล้ว แต่เป็นคนที่นั่งอยู่ทางขวามือ

เธอชื่อ เจนนี่ ค่ะ

(เลือกอยู่นานมากว่าจะเอาเจนนิเฟอร์ อนิสตัน หรือเจโลดี
แต่ท้ายสุดก็ต้องเป็นเจโล แจ่มดีแท้ ^_^)
(ภาพจากอินเทอร์เน็ตค่ะ)

เจนนี่เป็นคนฟิลิปปินส์ รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนคอร์สที่แล้ว เจนนี่อายุประมาณสามสิบ อารมณ์ดีสม่ำเสมอ ชอบพูดเยอรมันคำ อังกฤษคำ เป็นที่ขำขันของเพื่อนๆ ในชั้นเรียน (ขำในความสามารถของเธอน่ะค่ะ) ตอนนี้เธอท้องกลมโต ลูกจะคลอดตอนเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว

จริงๆ เจนนี่มีลูกแล้วหนึ่งคน กับแฟนเก่าที่ไม่เอาไหนชาวฟิลิปปินส์ของเธอ  แฟนคนปัจจุบันของเธอเป็นนักธุรกิจชาวเยอรมัน มีอายุแล้วเหมือนกันและรักเจนนี่มาก (ได้ข่าวว่าทำงานบ้านปัดกวาดเช็ดถูให้เมียเป็นอย่างดี อิอิ) เจนนี่มาอยู่เยอรมันได้เกือบสองปีล่ะ และคาดว่าคงจะตั้งรกรากอยู่ที่นี่

ก็ด้วยความรู้จักกัน ก็เลยมองข้ามเธอไป ไม่เคยเอะใจว่าเธอจะมีภูมิหลังชวนให้พิศวงขนาดนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่า เผอิญเมื่อวันก่อน เราเรียนเรื่องความเจ็บป่วยกันในห้องเรียน ก็มีการพูดคุยถึงอาชีพต่างๆ ในโรงพยาบาล เราได้เรียนคำว่า “Hebamme" แปลว่า หมอตำแย (ถูกไม๊คะ พี่กระเจี๊ยบ พี่แม่น้องฯ) เธอก็โพล่งขึ้นมา บอกว่า ชั้นเรียนอันนี้นี่แหละ  ชั้นเป็นหมอตำแย

ทั้งห้องก็อึ้งสิคะ ครูก็ถามใหญ่ เพราะว่าปรกติเราจะเห็นแต่เรียนเป็นหมอ พยาบาลใช่ไหมคะ? แต่นี่เธอยืนยันค่ะ ว่าเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำคลอดโดยตรง เรียนตั้งแต่อายุสิบหก สิบเจ็ด มาจบก็เกือบยี่สิบ ทำคลอดเด็กมาแล้วสามคน

เป็นหมอตำแยก็อะเมซิ่งมาแล้ว แต่พอครูซักไปเรื่อยๆ ก็เลยได้เรื่องว่าเธอไม่ได้ แค่เป็นหมอตำแยเท่านั้น เจนนี่ยังเคยไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบียมาแล้วด้วย...

ป๊าด... ทำได้ยังไงนะนั่น? ซาอุฯ เนี่ยเป็นประเทศที่ดิฉันอยากไปมากๆ คืออยากไปเห็นว่ามันเป็นยังไง เพราะได้ข่าวว่า เป็นสังคมที่ปิดสุดๆ ผู้หญิงต้องคลุมหน้าหมด ไปไหนเองไม่ได้ ต้องมีผู้ชายไปด้วย ที่สำคัญ ผู้หญิงเข้าซาอุไม่ได้เลย เพราะประเทศนี้ไม่มีวีซ่าท่องเที่ยว จะเข้าได้มีแต่ติดตามสามี กับวีซ่าประกอบพิธีฮัจญ์ วีซ่าทำงานที่เคยได้ยินก็มีแต่แรงงานผู้ชาย

อ้าว...แล้วหล่อนไปประกอบอาชีพอะไรที่นั่น?

ชั้นไปเป็นพยาบาลให้ชายาคนที่สองของกษัตริย์ไฟซาลน่ะ

กรี๊ดๆๆๆ โอ้โห... ทำงานให้พระชายาเชียวนะ เจนนี่เล่าว่าเธอทำงานอยู่ในวัง พระชายาเป็นโรคเบาหวาน เจนนี่ก็มีหน้าที่ถวายยา วัดความดันเลือด ฯลฯ (ปัจจุบัน พระชายาเสียชีวิตไปแล้ว) เธอบอกว่าเธอได้งานนี้จากเอเจนซี่ที่ฟิลิปปินส์ ตอนแรกรายได้ก็แค่เดือนละ 300 ดอลล่าร์ อยู่ไปๆ ก็ได้เพิ่มเป็น 400 ดอลล่าร์ ไม่เยอะเลยนะในความรู้สึกของดิฉัน แต่เจนนี่บอกว่า มันก็เยอะกว่าอยู่ฟิลิปปินส์แหละน้า

แม้เงินจะน้อย แต่ว่าก็มีช่วงโบนัส นั่นคือช่วงเดือนรอมฎอน ที่ทุกคนถือศีลอด รู้สึกเจนนี่ว่าจะได้เพิ่มอีกเยอะ เพราะว่าเป็นธรรมเนียมของชาวอิสลามที่จะแจกเงิน เวลาพระราชาแจกที ก็คงได้เงินเยอะถ้วนหน้า ยิ่งเป็นเจนนี่ซึ่งพูดภาษาอารบิกได้ด้วย (โอ้วมายก้อด) หล่อนน่าจะเป็นที่ประทับใจแก่ราชวงศ์โดยทั่วไป (อันนี้ดิฉันสันนิษฐานเอาเอง) 

ประสบการณ์ชีวิตที่ดีอีกอย่างก็คือ เวลาพระชายาไปหาหมอที่อังกฤษ สวีเดน เยอรมนี เธอก็ได้เดินทางด้วย และมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มด้วย (ลืมถามหล่อนไปว่าได้เพชรซาอุติดไม้ติดมือมาด้วยรึเปล่าน่ะ หุหุ)

แต่เธอก็บอกว่าชีวิตที่กรุงริยาดห์ลำบากมาก เพราะว่าสังคมมันกดผู้หญิงมาก คือ นอกจากผู้หญิงจะต้องปิดหน้าคลุมทุกอย่างแล้ว ไปไหนเองก็ไม่ได้ ต้องมีผู้ชาย คือสามี ลูกชาย ไปด้วย ขับรถเองไม่ได้ ต้องผู้ชายขับเท่านั้น ในร้านอาหารจะแบ่งเป็นเซคชั่น คือ เซ็คชั่นผู้ชาย และเซคชั่นครอบครัว (ก็ผู้หญิงไปไหนเองไม่ได้ไงคะ)

แม้แต่อยู่ในวัง ก็ห้ามผู้หญิงผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสอง จับได้ส่งกลับประเทศทันที เรื่องคลุมหน้านี่ก็เคร่งมาก เจนนี่บอกว่าเธอเคยไม่สวมผ้าคลุมศีรษะไปเดินห้าง (ก็เธอไม่ใช่มุสลิม) เคยถูกตำรวจศาสนาไล่ตีด้วยเหตุดังกล่าวด้วย

เจนนี่บอกว่า พระชายาเอง วันๆ ก็ทำอะไรมากไม่ได้ ชีวิตก็วนเวียนอยู่แต่กับการกิน ปาร์ตี้ นอน ทำให้อ้วน อ้วนแล้วก็เป็นโรค ไม่แข็งแรง เฮ้อ...

ชีวิตที่นั่นลำบากมากค่ะ แต่เจนนี่ก็ทำอยู่ห้าปี ใช้ชีวิตลำบากแล้วยังไม่พอ กลับไปบ้านก็ไปเจอว่าผู้ชายเฮงซวยไปมีเมียใหม่ ปวดใจสุดๆ เธอก็เลยย้ายไปทำงานและทำใจที่ดูไบ ได้เจอกับแฟนคนใหม่ แล้วก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่เยอรมนี ใช้เวลาปีครึ่งเพื่อขอวีซ่า (ได้ข่าวว่า สถานทูตเยอรมนีให้วีซ่าชาวฟิลิปปินส์ยากมากๆๆๆ)

****************************************

จบข่าวของสาวเจนนี่ แต่เรื่องเล่ายังไม่หมด เพราะว่าดิฉันบังเอิ๊ญ บังเอิญ ได้ไปพบพี่เจ้าหน้าที่ทูตฯ ที่เคยประจำอยู่ที่กรุงริยาดห์ พี่เค้ายืนยันว่าชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมากสำหรับผู้หญิง เพราะฉะนั้นทั้งสถานทูตที่ริยาดห์ และสถานกงศุลที่เจดดาร์ จึงไม่มีผู้หญิงประจำการเลย...

แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้หญิงไทยอยู่ในซาอุดิอาระเบีย

และคุณเชื่อไหมว่า
แม้แต่ในประเทศที่เคร่งศาสนาสุดยอดโคตรอย่างซาอุดิอาระเบีย
ไม่มีวีซ่าท่องเที่ยว 
ก็ยังมีหญิงไทยมาขายบริการได้???? 
และเป็นหลักร้อยด้วย...

พี่เค้าเล่าว่า วิธีการของเธอผู้มีมานะเหล่านี้ คือถ้าไม่ใช่คนมุสลิม ก็ต้องไปเปลี่ยนศาสนา แล้วขอวีซ่ามาประกอบพิธีฮัจญ์ เข้ามาแล้วก็ไม่กลับออกไป

ที่ชุมนุมของเธอเหล่านี้จะอยู่ที่บ้าน เป็นหลังใหญ่ๆ ลูกค้าที่รับส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ ที่ไม่รับคนซาอุฯ เพราะว่าเดี๋ยวแห่กันมา แล้วตำรวจจะตามมาเจอ ส่วนมากความเป็นอยู่ค่อนข้างโอเค

พี่เค้าเล่าต่อว่า คนส่วนมากที่มาคือไม่ค่อยสวย ประมาณว่าประกอบอาชีพนี้ที่อื่นไม่ได้แล้ว แต่ที่นี่ยังได้อยู่ เพราะมันไม่มีตัวเลือกมากนัก อยู่ที่นี่รายได้ค่อนข้างดี ถ้าจะมีปัญหาก็คือตกลงเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว ส่วนเรื่องถูกหลอกไม่รู้ว่าจะมาทำอะไรนั้นไม่มี  ก็ถึงกับต้องไปเปลี่ยนศาสนาเลยนี่เนอะ

ส่วนหญิงไทยที่ขายตัวที่บาห์เรนนั้น มีเป็นจำนวนมาก และพวกนี้ต้องรับแขกซาอุฯ ซึ่งป่าเถื่อน นิสัยไม่ดี ทราบมาว่าความเป็นอยู่ไม่ดีเลย น่าสงสารมาก

****************************************

ฟังแล้ว หะแรกก็ต้องเรียนตรงๆ ว่า "ตลก"  เพราะขำที่คนไทยช่างมีความพยายามกระเสือกกระสนจะมาขายตัวเหลือเกิน ขอโทษด้วยที่พูดเหมือนดูถูกความทุกข์ของคนอื่น แต่มันน่าทึ่งจริงๆ ค่ะ

หะที่สอง ก็ต้องบอกว่าหมั่นไส้แขกผู้ชายอ่ะ คือแหม... ทำตัวเคร่งศาสนา กดขี่ผู้หญิงเหลือเกิ๊น (อย่ามาอ้างศาสนานะ ทำไมชาติมุสลิมอื่นเค้าไม่กดขี่อย่างนี้ล่ะ) แต่จริงๆ ตัวก็เที่ยวเหมือนผู้ชายอื่นๆ ทั่วโลกละว้า...

สุดท้ายก็คงต้องบอกว่ารัฐบาลไทยควรเร่งให้ประชาชนคนไทยมีการศึกษาวิชาชีพ และพูดภาษาอังกฤษได้ พูดตรงๆ เจนนี่ไปเป็นพยาบาลให้พระชายาได้ ก็เพราะเธอได้ภาษาอังกฤษ คนฟิลิปปินส์ และอินโดฯ หลายคนทำงานแม่บ้านได้ เพราะพูดอังกฤษได้ แต่คนไทย ไม่ได้เลย เมื่อไม่ได้ ก็ต้องใช้แรงงานสถานเดียว แถมโดนดูถูกว่าโง่อีก

พ่อแม่พี่น้องทุกท่าน ที่เผอิญได้แวะมาอ่านบล็อกดิฉันวันนี้ ก็อยากเชิญชวนให้ท่านสนับสนุนให้บุตรหลานเรียนภาษาอังกฤษค่ะ ไม่ได้บอกให้เลิกภูมิใจในความเป็นชาติไทยนะคะ แต่อยากให้มีทักษะซึ่งจะทำให้เราสามารถไปแข่งขันนอกประเทศได้ด้วยน่ะค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 61
rainny วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 11.57 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
Times

วาดรูปได้น่ารักเช่นเคยค่ะ หัวของบักจัสตินนี่ดูๆ ไปเหมือนไฟโด้ดีโด้ เมื่อคืนโดนผีหลอกมาหรือเปล่าไม่รู้

เพื่อนร่วมคลาสของพี่หย่งจังนี่ไม่ธรรมดาเลยนะคะ แต่ละคนประวัติโชกโชนทั้งนั้น กรณีของคุณเจนนี่ ชีวิตเธอน่าเห็นใจนะคะ จากบ้านจากเมืองมาทำงาน พอกลับบ้านสามีก็ดันนอกใจซะนี่ แต่ก็นับว่าโชคดีที่วันนี้เธอได้เจอคนดีๆ แล้ว สำหรับเรื่องสังคมของซาอุนั้น ไม่เคยรู้เลยว่าผู้หญิงต้องอยู่ในฐานะแบบนี้ จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นพวกเคร่งเรื่องสิทธิอะไรมากมาย แต่มากขนาดนี้ก็ไม่ไหว มันไม่มีเหตุผลอันสมควร

ส่วนเรื่องคุณโสนั้น อยู่คู่โลกามากๆ ตราบใดที่ยังมีผู้ชาย(แท้)อยู่บนโลกนี้ มันคืออุปสงค์และอุปทาน

สุดท้ายเรื่องภาษาอังกฤษ จริงๆ ไม่ได้เป็นคนแอนตี้ ออกจะชอบเสียด้วยซ้ำ แต่ติดตรงที่ว่าไม่ได้ใช้ กลัวผิด ซะมากกว่า ก็เลยยังอนุบาลอยู่แบบนี้ อาศัยภาษามือ รีวิวประกอบคำพูด ก็พอถูไถเอาตัวรอดไปได้ ยามจำเป็นต้องพูดออกมา ครั้งหนึ่งเคยทำคนต่างประเทศหน้าแดงมาแล้ว ไม่ใช่เพราะอายนะคะ แต่เค้ากลุ้มใจ ไม่รู้จะคุยกับเราอย่างไรให้เข้าใจ หุหุ

ขอบคุณสำหรับการไปเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 60
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 09/08/2007 เวลา : 21.25 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
ไม่ต้องมาเสริฟ กลับไปเลี้ยงกวาง !!!!!

ง่า ... วาดรูปได้...เห็นภาพเลย ถ้าขาดรูปที่วาดนะจะไม่เข้ามาโหวตให้เลยเนี่ยะ +1
ความคิดเห็นที่ 59
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 08/08/2007 เวลา : 23.49 น.
http://www.oknation.net/blog/Aquarius
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

เอ่อ..หย่ง ถึงพี่จะเคยชมว่าวาดภาพได้น่ารัก
แต่รูปเจนนี่..ของหย่งนี่ ไม่ค่อยเหมือนคนแล้วนะ
ความคิดเห็นที่ 58
คันทรี่แมน วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 19.16 น.
http://www.oknation.net/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

หนุ่มแขก พอออกจากประเทศได้ โลกนี้คือสวรรค์ของเขาเลยทีเดียว ทั้งเหล้า ทั้งยา ทั้งผู้หญิง

เรียกว่าเอาให้คุ้ม ก่อนจะต้องกลับไปนั่งจับเจ่าอยู่ในประเทศของตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 57
ฟางเยี่ยหวี วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 19.10 น.
http://www.oknation.net/blog/fangyaivee
" ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ "

ชีวิตไม่สิ้น ก็ ด้นรน กันไป ครับ
ความคิดเห็นที่ 56
กนิษฐ์ วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 15.24 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

รู้ภาษามีภาษี มันจริงๆแหละหย่ง...

แวะมาเยี่ยมจ้า....ช่วงนี้งานวุ่นวายเหมือนเดิมล่ะ ไปโน่นไปนี่ ชีพจรลงเท้า...หวังว่าหย่งคงสบายดีน๊า
ความคิดเห็นที่ 55
กู่ วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 13.31 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

สนุกมาก หายใจแทบไม่ทันแน่ะ

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมนานแล้ว อยากบอกว่าดีใจที่มีคุณหย่งให้พบปะและตื่นเต้น
ความคิดเห็นที่ 54
patijjachon วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 08.28 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

หย่ง ... พี่เห็นด้วยอย่างยิ่งการส่งเสริมเรื่องภาษาอังกฤษให้กับเยาวชน ... พี่เองเริ่มเรียนภาษาอังกฤษครั้งแรกเมื่อ ป. ๕ ยังจำได้ไม่เคยลืมเลยว่า คุณครูอังกฤษคนแรก สอนประโยค This is a chair. This is a book. แค่นี้จริง ๆ
... ที่พอถู ๆ ไถ ๆ ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะได้ครูดี และขวนขวายเพิ่มเติมด้วยตัวเอง
สิ่งที่พี่ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนักในทุกวันนี้ ก็คือ ความแตกต่างเรื่องโอกาสทางการศึกษา ซึ่งมันจะรวมไปถึงความสามารถในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ในบ้านเราด้วย ...
โรงเรียนในบ้านเรา (ประเทศไทย) มีหลายระดับ หลายเกรด เหลือเกิน คนมีเงิน (ส่วนมาก) ก็จะมีโอกาสมากกว่า ... เพราะรัฐบาลยังไม่สามารถจัดการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกันได้อย่างทั่วถึง ...
พี่เองก็กัดฟันส่งลูกเรียน bilingual ซี่งพี่ประเมินด้วยตัวเองแล้ว ก็คิดว่าน่าจะได้ผลในระดับหนึ่ง ... แต่ทั้งนี้ ลูกชายของพี่ จะต้องไม่ด้อยและทิ้งคุณค่าของภาษาไทยอย่างแน่นอน (พี่ไม่ยอมเด็ดขาด)

... พูดถึงเรื่องสิทธิของชายและหญิงในประเทศตะวันออกกลาง ที่เกี่ยวเนื่องกับศานา ประเพณี และค่านิยมต่าง ๆ โดยเฉพาะซาอุ แล้ว ... พี่ว่าระบบนี้ สักวันจะต้องล้มครืน และอยู่ไม่ได้
... ที่พี่พูดว่าอยู่ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติ อย่างมาก
พี่มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งเป็นนายทหารอากาศ ขับเครื่องบิน f15 ของประเทศซาอุ ... เวลาไปงานเลี้ยงด้วยกัน ตอนกลางคืน เขามีสภาพเหมือนกับคนที่เพิ่งออกจากป่า ... กินเหล้า เมามาย ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ... คล้าย ๆ กับคนที่มีความเก็บกด ... และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงด้วยแล้ว ... ไม่ต้องพูดถึง
นี่คือโทษของการดำเนินชีวิตที่ฝืนธรรมชาติ มากไป โดยไม่มีเหตุและผลประกอบ
... ไม่ได้เขียนต่อท้ายเรื่องของหย่งยาว ๆ แบบนี้ นานแล้ว
หายไปหลายวันเพราะมีธุระยุ่ง ๆ อยู่นิดหน่อย ... พอจะปลอดโปร่งได้ก็ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ... เช้านี้ก็เลยกระหน่ำให้หนำใจ ... ที่จริงยังมีอีกเยอะ ...
เอาไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะ
ความคิดเห็นที่ 53
ทิพย์อาภา วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 05.56 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa
<<.........พื้นที่โฆษณา..........>>

อรุณสวัสดิ์ที่เมืองไทยค่ะคุณหย่ง
แล้วภาษาเพศที่สามคืออะไรค่ะ แปลกคิดว่ามีเพียง 2 เพศ และทำไมต้องกำหนดเพศด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 52
วิตามินบี วันที่ : 07/08/2007 เวลา : 02.01 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


บีไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 51
pen วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 23.14 น.
http://www.oknation.net/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

เรื่องนี้เก็บให้คิดได้หลายประเด็นดีครับ

แวะมาอ่านและทักทายคุณ yangvchan

ปล.เจ้าเรือนร่วมกิจกรรมกับป๋าwinstonเนื่องในวันเอลวิสรำลึก : เชิญมาแด๊นซ์ปฐมฤกษ์กับ A Little Less Conversation

http://www.oknation.net/blog/pen/2007/08/06/entry-3

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
pen
ความคิดเห็นที่ 50
buddhamantra วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 20.30 น.
http://www.oknation.net/blog/buddhamantra


ดูรูปด้านบนแล้ว จะรู้ไหมเนี่ยว่าคนไหนเจนนี่
..........................................................................
เป็นผู้ชายอิสลามมีเมียได้ 4 คน ผู้หญิงไม่ตีกันบ้างหรือ
คนไทยมีเมียสองคน ยังจะตบกันตายไปข้างเลย
ความคิดเห็นที่ 49
delicoco วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 18.31 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

เพื่อนพี่หย่งแต่ละคนนี่ไม่ธรรมดาทั้งนั้นเลยแฮะ
เผลอๆจบคลาส พี่หย่งต้องมีเรื่องพิเศษๆของเพื่อนๆมาเล่าให้ฟังกันอีกเยอะแหงมๆ

ความคิดเห็นที่ 48
TheQueenofNostalgia วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

ว่าจะเขียนเรื่องความรู้ภาษาอังกฤษ
แต่เปลี่ยนใจแล้ว ไม่เขียนดีกว่า
จะบอกว่า รูปที่หย่งวาด
มักจะมีรอยยิ้มอย่างเบิกบานอยู่เสมอ
ดูสิ ขนาดรูปที่มีผ้าคลุมหน้า เห็นแต่ตา
ตานั้นยังยิ้มแฉ่งเลยอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 47
มะอึก วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 18.06 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

แปลกดีนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 46
สงราษฎร์ วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

การกดขี่ทางเพศ และการแบ่งชนชั้นในสังคม มีมานาน และจะมีไปอีกนาน หากคนยังไร้คุณธรรม
ภาษาอังกฤษ เป็นประตูสู่ความรู้...
ความคิดเห็นที่ 45
Augustman วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 13.39 น.
http://www.oknation.net/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

แวะมาอ่านเรื่อง"เจนนี่ หมอตำแย"...ชีวิตเธอซับซ้อน น่าสนใจไม่น้อย
ตอนท้ายได้ข้อคิดฝากคนไทยว่า ควรร่ำเรียนภาษาอังกฤษเอาไว้ ตกไปที่ไหนจะได้ไม่ต้องลำบากมากนัก

ขอบคุณที่มีเรื่องราวต่างประเทศมาฝากให้ได้อ่านกัน ครับ
ความคิดเห็นที่ 44
BlackandWhite วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 11.49 น.
http://www.oknation.net/blog/blackandwhite
ส.สนสอาดจิต


ความรู้รอบห้องเรียนเยี่ยมยอดจริงๆครับ
ความคิดเห็นที่ 43
หนอนหนัง วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 08.47 น.
http://www.oknation.net/blog/mr-peeky

ว้า..เราก็เรียนอังกฤกไม่เก่งเอาซะเลย ว่างๆกะว่าจะไปเรียนเพิ่มเติมซักกะหน่อย
ความคิดเห็นที่ 42
yai2333 วันที่ : 06/08/2007 เวลา : 01.51 น.
http://www.oknation.net/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

ประเทศเพื่อนบ้านเราพูดอังกฤษได้หมดแล้ว...
เราน่าจะส่งเสริมการเรียนอังกฤษให้มาก...
อย่างน้อยก็เพื่อความรู้ประดับสมอง...




...

รู้ไว้ไม่เสียหาย...

...
ความคิดเห็นที่ 41
รัฐศิริ วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 23.43 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

มาฟังหย่ง เม้าท์เพื่อนร่วมชั้นเรียนค๊าบๆๆฮิๆๆๆ เพชรซาอุ มาหาที่เมืองไทยนะครับหย่งหุหุหุ
ความคิดเห็นที่ 40
PoOkPiK วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 23.24 น.
http://www.oknation.net/blog/pookpik

แหม... ดีใจที่ไม่ใช่ห้องเรียนบ้านมีดบิน 555

หย่งเนี่ยเป็นเฟมินิสต์กว่าเราอีกนะเนี่ย
เราอยากรู้ว่าผู้หญิงซาอุฯจริงๆเค้ามีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงยังไงน่ะ?
อย่างมองในสายตาเจนนี่หรือพวกเราก็คือมองจากคนนอก
จากคนอื่นมองไปที่เค้าก็จะตกใจรู้สึกว่าเค้าน่าจะไม่มีความสุข
อยากรู้ว่าผู้หญิงซาอุฯจริงๆจะรู้สึกตัวว่าถูกกดขี่อยู่รึเปล่า
หรือบางทีเค้าอาจจะถูกหล่อหลอมให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาก็ได้มั้งเนอะ

นอกจากอยากรู้ว่าเค้าลำบากยังไง เรายังอยากรู้ว่าเค้ามี
วิธีหาความสุขจากการใช้ชีวิตแบบนั้นได้ยังไง
เราว่าผู้หญิงเรา เป็นพวกความอดทนสูงกันทั้งโลก
ต้องหาความสุขได้แบบน่ารักน่าชังอย่างไม่น่าเชื่อแน่ๆ

พูดถึงเรื่องระดับภาษาอังกฤษของเด็กไทย วันนี้เราเพิ่ง
ขับรถผ่านป้ายโฆษณาเสารถไฟฟ้าที่รณรงค์ให้เด็กไทย
เข้าเรียนโรงเรียนสังกัดกทม. โดยที่ภาพโฆษณาเป็นเด็ก
ที่หน้าลูกครึ่ง ไม่ฝรั่งก็ญี่ปุ่น คือไม่มีเด็กหน้าบ้านๆไทยแท้ซักคน
เราชักสงสัยว่านี่กำลังคิดอะไรกันอยู่?....คงอยากบอกว่าโรงเรียนกทม.ไม่ล้าหลัง
แต่การใช้เด็กหน้าอินเตอร์นี่มันใช่ประเด็นแน่ป่าวเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 39
kibagnkok วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 21.45 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
ชิวชิวสีน้ำกับเรื่องราวที่ไร้สาระ ของ...'^'*-.,_,9 ่ี:)่ ลุงกิ๊..


ชีวิตเจนน่าทึ่ง น่าสนใจ เขียนอีกนะครับ ผมชอบเรื่องแนวนี้มาก


วันนี้แวะมาเยี่ยม และชวนไปอ่านเรื่องราวดีๆๆครับ
ความคิดเห็นที่ 38
visitor วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 21.37 น.
http://www.oknation.net/blog/visitor

ชีวิตเจนนี่น่าทึ่งจริงๆ
ส่วนชีวิตหญิงไทยในซาอุ ก็น่าหดหู่จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 37
ทิพย์อาภา วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 19.37 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa
<<.........พื้นที่โฆษณา..........>>

เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า ภาษาเยอรมันมี "เพศ" ด้วยเหรอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 36
ทิพย์อาภา วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 19.35 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa
<<.........พื้นที่โฆษณา..........>>

สิ่งที่อยากพูดคนอื่นพูดไปหมดแล้วค่ะ
เอาเป็นว่า
เรื่องดี
ภาพประกอบเรื่องยอดเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 35
มิสนอราห์ วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 13.45 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

เพื่อนร่วมคลาสตะเอง นอกจากบักจัสตินที่เราว่าหนุกแล้ว เจนนี่ นี่ผจญภัยมากว่ะ

เป็นหมอตำแย และเป็นพยาบาลพระชายา นี่ถ้าพระชายาไม่สิ้นพระชนม์ เจนนี่อาจได้เป็นพวกแนว คนสนิทใกล้ชิดได้นะเนี่ย...ชีวิตพี่แกผจญภัยสุดยอด เจอสามีแย่ๆระหกระเหินมาแต่งกะเยอรมัน...

แถบๆบ้านเราที่ใต้อ่ะที่เคร่งมุสลิมมากๆก็พันหน้าพันซะมิดชิดเหมือนกัน ยังดีว่าออกไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ไม่เหมือนซาอุฯ นี่น่ากลัวว่ะ

อ่านเอนทรีนี้แกทำให้ชั้นอยากไปดู the day i became a woman เลยว่ะ ซื้อมานานโคตร ไม่ได้ดูซักที

หนังอิหร่านก๊ะ พูดเรื่องสิทธิสตรีมุสลิมด้วยว่ะ เป็นสามเรื่องย่อยในหนึ่งเรื่อง ชั้นว่าแกไปหาดูน่าจะชอบนะ (หรือดูแล้ว)

อ้อ ฟังปะกิตสำเนียงฟิลิปปินส์ อินโดฯ แบบบุคคลชาวบ้านทั่วไปนะ เค้าพูดคล่องปร๋อกว่าคนไทยหลายคน...แต่เชื่อดิ สังเกตทีไร คนไทยพูดอังกฤษออกมาชัด และออกเสียงได้ดีกว่าพวกผินนะ

ความคิดเห็นที่ 34
9ton วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

แวะมาอ่าน..แต่ยังไม่จบครับ..แล้วจะมาใหม่
ความคิดเห็นที่ 33
ลุงไมยราพ วันที่ : 05/08/2007 เวลา : 07.22 น.
http://www.oknation.net/blog/lungmai

ในสังคมโลก มีไม่กี่ภาษาที่เป็นที่ยอมรับจนนำมาเป็น"ภากลาง"ในการสื่อสาร
กระทรวงศึกษาธิการก็พยายามจัง แต่ก็ยังคงเดินช้า
เพราะบริบททางสังคมเรายังไม่เข้มแข็งพอ
ครูวิชาเอกภาษาอังกฤษเรามีไม่มากพอ
เราถึงต้องใช้ครูสาขาอื่นมาสอนภาษาอังกฤษ
ทุกวันนี้จำนวนครูที่ขาดแคลนตามอัตราส่วนกับนักเรียน
ขาดเป็นแสนคน
แต่เจอนโยบายปฏิรูประบบราชการ"ลดคน"เพิ่ม"เทคโนโลยี"
ครูก็จึงขาดต่อไป อีกนาน.........................
ความคิดเห็นที่ 32
sat11 วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 22.19 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เรื่องธรรมดาคิดอีกทีมันมีสิ่งไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน  ซึ่งมันเป็นเรื่องของแต่ละคน

พูดถึงเรื่องกดขี่ทางเพศของชาวซาอุฯนี่เคยอ่านหนังสือ(ชื่อเรื่องจำไม่ได้แล้วค่ะ )ถ้าจำไม่ผิดเป็นสาวอมเริกันแต่งงานกับหนุ่มอิหร่านที่เป็นหมออยู่USAชีวิตก็ปกติสุขดี แต่พอต้องกลับไปเยี่ยมบ้านที่อิหร่านประมาณว่าเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเลยค่ะทั้งบ้านฝ่ายชายและสังคมเค้ากดขี่มากๆแรกๆสามีก็ยังช่วยเหลือบ้างแต่สุดท้ายก็โหดยกบ้านค่ะ จับขังอดอาหาร ซ้อมก็มีเธอทนไม่ได้ต้องแอบขอความช่วยเหลือจากคนในสถานฑูตแล้วแอบหนีข้ามชายแดนไปตุรกี...หอบหิ้วลูกสาวไปด้วยค่ะ เป็นเรื่องจริงที่อ่านแล้วทั้งเครียด แล้วก็ลุ้นให้เธอหนีรอดให้ได้...
โลกก้าวไปแต่คนยังคิดคับแคบเหลือเกิน...
ความคิดเห็นที่ 31
nanolord วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 21.45 น.
http://www.oknation.net/blog/limjira

สวัสดีครับขอบคุณมากที่เข้าไปชมblogนะครับ ก็ต้องนี้เราต้องส่ง
เสริมให้คนไทยพัฒนาทักษะเป็นแรงงานอาชีพ และเก่งภาษาอังกฤษ
เหมือนอย่างที่อินเดียทำให้บังกาลอร์เป็นแหล่งเอาส์ซอร์ดงานจาก ยุโรป
และอเมริกา สร้างงานให้คนอินเดียกว่าล้านตำแหน่ง
ความคิดเห็นที่ 30
รั้วสีขาว วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/seewesea

เป็นการเขียนถึงจุดเล็ก ๆ และ ขยายผลไปยังจุดที่ใหญ่กว่า นอกจากจะอธิบายเสน่ห์ของเพื่อนสาว ได้น่าทึ่งในชีวิตของเจนนี่ ยังเขียน ให้เห็นถึงสังคมของมุสลิมซาอุ ฯได้ชัดเจน อีกทั้งสะท้อน ปัญหา และ การแก้ปัญหามาที่บ้านเรานะครับ เห็นด้วยครับ ภาษา เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แล้วในการทำงานปัจจุบัน ครับ
ความคิดเห็นที่ 29
fat_kj วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 20.20 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.

เราว่านะหย่ง...
เรื่องการคลุมหน้านี่เราก็ไม่เข้าใจ
เรื่องการใช้ชีวิตของพวกเขาเราก็ไม่เข้าใจ
และบางทีอาจจะไม่ต้องเข้าใจก็ได้

เพราะประเพณีปฏิบัติของแต่ละชาติ
มันก็ขึ้นอยู่กับประวัติศาสตร์ของชาตินั้น
ว่ามีความเชื่อเช่นไร มีวัฒนธรรมเช่นไร

ทั้งหมดเราอาจไม่เข้าใจ
แต่เราต้องยอมรับในวิถีแห่งการใช้ชีวิตของพวกเขา
ถึงมันจะขัดต่อความเชื่อของเราก็ตาม

ส่วนการแนวคิดเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ
หรือจะภาษาไหนก็ตาม เราก็ว่าดีนะ

นอกจากจะช่วยให้เราเข้าใจเขามากขึ้น
ก็ยังช่วยให้เราสามารถแสดงความคิด
ความรู้สึกของเราออกไปได้อย่างเต็มที่ด้วย
เพราะการสื่อสารไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

.....

ว่าแต่เราชอบเธอวาดรูปนะ...บ้านๆแต่จริงใจ

ความคิดเห็นที่ 28
วิทย์แดงจันศรี วันที่ :