• yongchan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 47446
  • จำนวนผู้โหวต : 485
  • ส่ง msg :
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



ถ้าคุณเห็นผู้หญิงไทยเดินมากับฝรั่ง คุณจะคิดว่า?
เธอต้องประกอบอาชีพแถวพัทยา ภูเก็ต ไม่ก็ซอยนานา แน่ๆ
0 คน
หูยส์ โชคดีจังเลย อิจฉา.. อยากได้มั่งจัง ฝรั่งเนี่ย เขาไปหากันที่ไหนนะ
0 คน
พวกฝรั่งขี้นก ไม่มีปัญญาหาในบ้านตัว ถึงต้องมาหาเอาข้างนอก เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะเฟ้ย
1 คน
ผู้ชายไทยก็มีเยอะแยะ มัวแต่หลงฝรั่งอยู่ได้
0 คน
ไม่คิดอะไร คนเขาจะรักกันชอบกัน ก็เรื่องของเขา
0 คน
อื่นๆ (จะเป็นพระคุณมากถ้าท่านทิ้งเม้นท์ไว้ที่บ้านว่าคิดอย่างไรค่ะ)
0 คน

  โหวต 1 คน
วันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม 2550
ผู้ป่วยรำพึง…
Posted by yongchan , ผู้อ่าน : 632 , 22:20:05 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องเล่า about me   เจ้าหนูจำไม  
พิมพ์หน้านี้


เนื่องด้วยว่าไปนอนป่วยอ้างว้างอยู่สองคืน ตามต่อด้วยพักฟื้นอีกหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่ๆ internet ยังเป็นแบบ modem ต้อง “เลือก” เอาว่าจะทำให้โทรศัพท์ว่างพอที่โลกภายนอกจะติดต่อเราได้ หรือว่าจะติดต่อกับโลกไซเบอร์ที่สนุกเข้มข้นมีครบทุกรสชาติ แต่จับต้องไม่ได้ Yongchanเลยมีเวลาว่าง ได้คิดอะไรเล่นๆ เรื่อยเปื่อยพอสมควร

รำพึงที่หนึ่ง – สัจธรรม

1.1 ประโยคที่ติดหัวอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ตอนที่คุณแม่สามีขับรถพาไปเข้าโรงพยาบาล คือ “อโรคยา ปรมาลาภา – ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” บ่อยครั้งเรามักลืมตัว ลืมความจริงข้อนี้ไป จนกระทั่งเราป่วย เราถึงตระหนักว่า เวลาที่เราสุขภาพดี มันดีจริงๆ เลยนะ

(โรงพยาบาลมาร์คโกรนิงเงิน เป็นที่ๆ เชี่ยวชาญด้านข้อต่อโดยเฉพาะ)

1.2 ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน – ตอนแรกหมอบอกเราว่าฉีดยาชาแค่เข่าก็พอ ผ่าเสร็จกลับบ้านได้เลย จิ๊บๆ เอาเข้าจริง ถึงกับต้องวางยาสลบ และนอนดูอาการต่ออีกคืน... โธ่... หมอขา หมอจะรู้ไม๊ว่าหนูเนี่ย อกสั่นขวัญแขวนนะหมอ โรงหมอเนี่ย หนูไม่เคยนอนนะ วางยาสลบก็ไม่เคย แถมหมอกะหนูก็พูดกันคนละภาษาอีก ใจมันแป๊วนะหมอ...

1.3 สิ่งต่างๆ ในโลกนี้ล้วนไม่เที่ยง – เรายังไม่แก่ (ขอย้ำ) ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ประสบกับโรคภัยที่ไม่ค่อยเจอในวัยคนหนุ่มสาว สิ่งต่างๆ ที่เราคิดว่าเป็นของเรา เป็นของจริง ของแท้แน่นอน บางทีมันก็ไม่ใช่ บางทีเพียงแค่ผลอยหลับไป ตื่นขึ้นมา โลกก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว

(หลังจากฟื้นมาจากยาสลบ ก็พบว่าขาเราเปลี่ยนสีไปเสียแล้ว >,<)

1.4 เมื่อเราคิดว่าเราเป็นทุกข์ จงตระหนักว่าคนที่ทุกข์กว่าเรานั้นมีอีกมาก – Yongchanแค่มีซีสต์ในเข่า และเยื่อหุ้มเข่าฉีกขาดเล็กน้อย น้องคนที่นอนเตียงข้างๆ กัน เธออายุแค่ยี่สิบ แต่เยื่อหุ้มเข่าพังทั้งชิ้น

(เตียงดิฉันเอง เตียงข้างๆ ที่มีพลาสติกคลุมอยู่ คือที่น้องเค้านอน
ที่นี่ เค้าให้นอนเตียงคู่ (ประกันจ่าย) ถ้าอยากนอนเตียงเดี่ยว ต้องจ่ายเพิ่มเอง
ยกเว้นประกันจะครอบคลุม)

หมอผ่าเอาเยื่อออกไปเมื่อเดือนที่แล้ว โดยหมอเอาเนื้อเยื่อนี่ไปเพาะ (ใช้เวลาประมาณสามอาทิตย์กระมัง) แล้วเอากลับมาใส่ใหม่ (อ่า... นี่เองที่เค้าเรียกว่า biotechnology ใช่ไหมเอ่ย) เมื่อใส่ไปแล้ว เธอจะต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกเดือนครึ่ง  เราผ่าต่อจากกัน แต่คืนหลังผ่า ในขณะที่Yongchanไม่เป็นอะไร เธออ้วกแทบทั้งคืน น่าสงสารมาก

1.5 จงใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท (ข้อนี้ขอเขียนให้ตัวเอง ไว้วันไหนฟุ้งซ่านจะกลับมาอ่าน) เมื่อต้องมานอนพักฟื้น นอนอยู่บนเตียง ขยับมากไม่ได้ กลายเป็นต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา ทำให้ได้มาพินิจพิจารณาเรื่องราวของชีวิต ก็พบว่า

1.5.1 ในยามที่เราทุกข์ยาก ต้องพึ่งพาคนอื่นนั้น ทำให้เราได้รู้ว่าเราไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว วันที่ต้องนอนหง่าวอยู่บนเตียง มันช่างรู้สึกดีใจเสียนี่กระไร เมื่อมีคนมาเยี่ยมหา... ดังนั้นต่อไปนี้ ใครป่วย ถ้าเป็นไปได้ จะไปเยี่ยม ถ้าไปไม่ได้ ก็แสดงความเป็นห่วงให้เขาได้รับรู้ เหมือนกับที่เราอยากได้ 

นอกจากนั้น ต้องพึงสังวรณ์และทำความดีไว้ล่วงหน้า เช่น ทำตัวเป็นลูก(ทั้งแท้ๆ และลูกสะใภ้) ที่ดี เป็นภรรยาที่ดี เป็นเพื่อนที่น่ารัก ยามเราตกทุกข์ได้ยาก เค้าจะได้ไม่กระหน่ำซ้ำเติม แต่มาช่วยเหลือ ดูแลเอาใจใส่เรา

1.5.2 โลกเราทุกวันนี้ช่างเต็มไปด้วยกิเลส ตัณหา อยากได้ อยากมี รถ บ้าน คอนโด กระเป๋าหรู โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว บางทีเราก็มีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้จัก “พอ” หรือจริงๆ ก็รู้จักแหละ คำว่า “พอ” น่ะ แต่ทำใจไม่ได้ อยากได้นี่หว่า

แต่ถ้าวันนึงที่ชีวิต/สุขภาพเราถึงจุดวิกฤต อยู่ระหว่างความเป็นความตาย รถเบนซ์ กระเป๋าหลุยส์ โทรศัพท์ Vertu เครื่องละสามแสน ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเราได้เลย

สิ่งที่จะช่วยเราได้คือ "โอกาส” ที่จะเข้าถึงหมอที่มีความสามารถรักษาเราได้ (ถ้าอยู่เมืองไทยก็หมายถึงว่าเราต้องมีเงินเก็บมากพอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลใช่ไหม?) และ “เวลา” ที่มากพอที่จะพอให้หมอใช้เวลาเยียวยาได้ (หมายความว่า อย่าทนจนถึงนาทีสุดท้าย เมื่อเห็นความเจ็บป่วย ผิดปกติใดๆ ในร่างกาย จงรีบปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยไว้)


รำพึงที่สอง – โอกาสในการรักษาพยาบาล

คงเป็นเพราะว่าYongchanแอบเคืองหมอไทยและอเมริกันว่าทำไมจึงบอกว่าอาการเจ็บเข่าของอิชั้นรักษาไม่หาย (และหมอบอกให้ทำใจ) ในขณะที่หมอที่นี่เค้าสามารถวินิจฉัย และแก้ไขปัญหาไปได้

แต่เมื่อมาพิจารณาจากข้อเท็จจริง ก็พบว่าที่หมอที่เยอรมนีสามารถวินิจฉัยได้ถูกต้อง เพราะเค้าส่งYongchanไปทำ MTR สแกน ซึ่งทำให้เค้าเห็นว่ามันมีซีสต์ และรอยฉีกในเยื่อหุ้มเข่า ซึ่งไม่สามารถมองเห็นด้วยการเอ๊กซเรย์ เพราะฉะนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องของความไร้สามารถของหมอ (หรือจะพูดว่าไร้แรงบันดาลใจที่จะรักษาดี?) แต่เป็นโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ด้วย

ทีนี้ ไอ้การสแกนเครื่องที่ว่านี้ มันสนนราคาหลายหมื่นเหมือนกัน (เท่าที่ได้ยินมา ราคาจะแปลไปตามสิ่งและปริมาณที่ต้องการตรวจ) ถามว่า ถ้าYongchanอยู่เมืองไทย หมอจะให้ไปตรวจเครื่องนี้ไหม? บางทีหมอคงจะคิดแทนไปแล้วว่าถ้าปวดระดับนี้ ก็อย่าเพิ่งไปตรวจเครื่องนี้เลย เพราะมันแพง (มองโลกในแง่ดีอ่ะนะ)  หรือถ้าหมอบอกจริง Yongchanก็ไม่แน่ใจว่าจะยอมไปตรวจหรือเปล่า กะอีแค่เจ็บๆ เป็นๆ หายๆ จะต้องเสียเงินหมื่นขนาดนี้เลยไหม?

แต่คิดไปคิดมา ลึกๆ ก็คิดว่า อย่างน้อยหมอก็ควรจะบอกถึงความเป็นไปได้ในการรักษา แล้วให้เราเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ใช่บอกปัดไปเลยแบบนี้ (นะหมอ... หนูยังเคืองอยู่)

ก็ต้องนับว่าเป็นโชคดี เพราะเมื่อมาอยู่เยอรมนี Yongchanมีประกันที่จ่ายครอบคลุมการรักษาทั้งหมด คุณหมอที่นี่จึงไม่ลังเลที่จะส่งYongchanไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือต่างๆ ตามที่ควรจะเป็น และได้รับการผ่าตัดตามที่หมอเห็นสมควร (หลังจากรอคิวมาระยะหนึ่ง)

Yongchanไม่มีข้อสรุปให้กับตัวเองในเรื่องนี้ ได้แต่คิดเล่นไปมา เพราะมันก็ไม่ใช่ว่าระบบรักษาพยาบาลที่เยอรมนี เลิศประเสริฐที่สุด คนมีรายได้ทุกคนถูกรัฐบังคับให้จ่ายค่าประกันรักษาสุขภาพอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเงินไม่น้อยต่อเดือน (คนข้างตัวโดนไป 7%) คิดเป็นเงินก็เป็นหมื่นต่อเดือนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่ว่าเราได้รับการรักษาฟรี แต่เป็นเพราะเราโดนบังคับจ่าย (ออมเงิน) เพื่อการรักษาพยาบาลไปแล้ว

ทุกวันนี้ประเทศไทยก็มีประกันสังคม ท่านๆ ที่เคยไปใช้บริการก็คงพอทราบว่ามันเป็นอย่างไร Yongchanก็ไม่มีความรู้ว่ากับระบบการบริการสาธารณสุขในประเทศไทยนั้น เราจะทำอย่างไรต่อไปกันดี สำหรับตอนนี้ ก็ขอเชิญชวนให้ทุกท่านเก็บออมต่อไปค่ะ
.

รำพึงที่สาม – การมีแม่สามีที่ดี เป็นลาภอันประเสริฐ

คุณพี่ aoikrub, GPEN และภัทรพร ต่างก็บอกให้Yongchanอ้อนคนข้างตัว Yongchanก็อยากจะอ้อนใจจะขาด แต่ว่าภาระหน้าที่ประจำเค้าก็มี ต้องไปทำงาน ส่วนโรงพยาบาลของYongchanมันก็ไม่ได้อยู่แถวบ้าน (ระยะทางประมาณกรุงเทพฯ – สระบุรี) จึงเป็นหน้าที่ของคุณแม่สามีที่มาดูแลYongchanแทน

Yongchanเนี่ย...ขอบอกว่าประทับใจท่านมาก คือว่ามารับ มาส่ง ดูแลอย่างดีตลอด ตอนพักฟื้นก็ทำกับข้าวให้กินทุกมื้อ เป็นห่วงเป็นใย ถามไถ่ตลอดเวลา ชนิดที่แบบต้องบอกเลยว่า “ซาบซื้ง” มากๆ เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าถ้าบทบาทมันสลับกัน เราจะทำให้ท่านได้อย่างนี้รึเปล่า?

.
รำพึงที่สี่ - อันว่าของกินกับ Yongchan นั้นเกิดมาคู่กัน

ประทับใจตัวเองว่าช่างเป็นคนที่มีความเจริญอาหารเป็นเลิศเหลือเกิน แม้หลังจากผ่าตัดก็หาได้เหนื่อย ได้เพลียไม่ ความเจริญอาหารยังมีมากเหมือนเดิม ฮ่าฮ่าฮ่า ขนาดอาหารโรงพยาบาลยังอร่อยเลย คิดดู๊....

(ป้ายอาหาร ให้เราติ๊กเลือกว่าจะกินอะไรมั่ง ต้องส่งล่วงหน้าหนึ่งวัน)

(แล้วอาหารก็มาส่ง อย่างที่เราเลือกไว้ ^_^)
.

สถานการณ์ปัจจุบัน

ตอนนี้กลับมาอยู่แฟรงก์เฟิร์ทแล้วค่ะ ตัดไหมแล้ว (เจ็บโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอบอก ตั้งแต่ผ่าเข่าเนี่ย เจ็บที่สุดก็ตอนตัดไหมนี่แหละ สงสัยแผลมันติดกันดี มันเลยกินไหมเข้าไปด้วย อ๊ากส์) และก็ไม่ต้องเดินด้วยไม้เท้าแล้ว เดินขึ้นบันไดได้ แต่ลงบันไดยังไม่คล่อง เดี๋ยววันจันทร์จะไปเริ่มทำกายภาพบำบัดละ ได้ข่าวว่าต้องมีกระแสไฟจี้ๆ ด้วย ต้องไปดูว่ามันเป็นอย่างไร

****************************************

ขอบคุณเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกท่านที่แวะมาหา ทั้งๆ ที่Yongchanไม่ได้ไปหาท่านเลยเป็นอาทิตย์ ขอบคุณทุกความห่วงใยที่มีให้ซาบซึ้งในมิตรภาพและความเป็นห่วงมากๆ ค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 90
ThelastKGB วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 14.55 น.
http://www.oknation.net/blog/inter
The last KGB สายลับเจ้าเสน่ห์ ที่จะคอยตามไปสอดแนมทั่วทุกมุมโลก

ขอยืมสัจธรรมไปใช้หน่อยเด้อ
ความคิดเห็นที่ 89
แม่หมู_de_mascot วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 01.54 น.
http://www.oknation.net/blog/optimsticheart
(สาระ)กวน ป่วนใจ ราย(ร่าย ร้าย)สะดวก


แอบย่อง..มาดูคนเยี่ยมไข้...แล้วก็

กร๊าก..กกกกกกกกกกกก

คุณคนโทฯ คห.๘๘ อ่านแล้วยังมึนๆ เอ รึว่า ท่านคนโทฯ จะเป็นคนในวงการแพทย์...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ "ผงๆ" ล่ะ???

ฉายช่อย คห.๗๕ อ่ะ อ่ะ อ่ะ...อ๋อ คนป่วย ฉายช่อยว่า "ไม่สุภาพ" เหอ เหอ..เอาซะแล้ว หย่งเอ๋ย

คุณพี่เรือรบ คห.๗๕ อ้าว...คุณพี่ยอมเป็น คนป่วย กะหย่งด้วยคนล่ะ อ่ะ เจ๋ย!!!???
ล้อเล่นคร้าบพี่...ล้อเล่น

แม้ยามป่วยไข่..เอ๊ย ไข้ ขอเพียง ยังยิ้มได้ เดี๋ยวก็ดีเอง
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอเพิ่มสัจธรรมให้อีกข้อก็แล้วกัน
ความคิดเห็นที่ 88
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 00.13 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

เอ่อ..หย่งเอ๊ย

พวกหมอ พวกพยาบาลเนี่ย เขาจะเรียกคนไข้ว่า "ผู้ป่วย" หรือไม่ก็ "คนไข้" นะ เขาจะไม่เรียก" คนป่วย" เพราะ "คนป่วย" เนี่ยมันดูเป็นผงๆ ยังไงไม่รู้
เปลี่ยนชื่อเรื่องดีแมะ
ความคิดเห็นที่ 87
ทวิน วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 14.29 น.
http://www.oknation.net/blog/twin

สวัสดีครับ ตอนนี้คงหายดีแล้วนะครับ มาเยี่ยมไข้ครับ
ความคิดเห็นที่ 86
kibagnkok วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 11.29 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
ชิวชิวสีน้ำกับเรื่องราวที่ไร้สาระ ของ...'^'*-.,_,9 ่ี:)่ ลุงกิ๊..


จานนี้พิเศษสำหรับคนป่วยนะ
ความคิดเห็นที่ 85
kibagnkok วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 11.28 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
ชิวชิวสีน้ำกับเรื่องราวที่ไร้สาระ ของ...'^'*-.,_,9 ่ี:)่ ลุงกิ๊..


เอาอาหารแซบมาฝากคนป่วย
ความคิดเห็นที่ 84
kibagnkok วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 11.19 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
ชิวชิวสีน้ำกับเรื่องราวที่ไร้สาระ ของ...'^'*-.,_,9 ่ี:)่ ลุงกิ๊..


How are You? เป็นอย่างไรบ้างครับ ดีขึ้นหรือยัง
หายเร็วๆๆนะครับ
ความคิดเห็นที่ 83
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 12.34 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

เป็นไงบ้าง หย่ง

คึดฮอด เด้อ
ความคิดเห็นที่ 82
วิทย์แดงจันศรี วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 10.14 น.
http://www.oknation.net/blog/wit
ระบายภาพด้วยคำ

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ..จริงๆครับ..

ยังไงก็ขอให้ดีวันดีคืนครับ
ความคิดเห็นที่ 81
mayjune วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 10.07 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

พี่หย่ง...??
อันไหนสีขาจริงๆ อ่ะ เหอๆ

หายเร็วๆ นะ
นี่ถ้าบินไปได้ บินไปหาแว้ว
ได้แต่ส่งกำลังใจ ^^

หายเร็วๆ จะได้บินกลับไทยมาปะหน้ากัน จุ๊บๆ
ความคิดเห็นที่ 80
riverpoem วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 06.04 น.
http://www.oknation.net/blog/riverpoem
 "คนเราน่าจะมีที่สักแห่งและงานสักอย่าง..ที่เรารักและมีความสุขกับมัน"

มาเยี่ยมอีกรอบ ค่อยยังชั่วหรือยังคะ
หายวันหายคืนนะคะ อยากอ่านเรื่องใหม่แระ
ความคิดเห็นที่ 79
Nity วันที่ : 30/08/2007 เวลา : 00.59 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ขอบให้หายป่วยไวๆ ครับ ไม่ได้แวะมานาน งานเยอะมั่กๆ

หวังว่า คุณหย่ง คงสบายดีนะครับ
ความคิดเห็นที่ 78
มะอึก วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 22.57 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom


คุณหย่ง.....มะอึกเหมือนคนใจดำ เพิ่งจะได้มาเยี่ยน
เห็นข้อคิดข้อรำพึงแล้วสบายใจแทน...สิ่งที่คุณหย่งคิดไม่ใช่การปลง...แต่เขาเรียกว่าการเข้าใจถึงสัจจธรรมครับ
ไม่มีใครหนีพ้น....

หายป่วยในเร็ววันนะครับ..พระคุมครองครับ
ความคิดเห็นที่ 77
รั้วสีขาว วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 21.26 น.
http://www.oknation.net/blog/seewesea

แวะมาเยี่ยมไข้ครับ คุณหย่ง และ กลับมาบอกว่า ภาพวัดถ่ายที่วัดพืชอุดม ในเขต หนองจอก ครับ หายไวไวนะครับ
ความคิดเห็นที่ 76
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 19.32 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

โบ๊ะหย่ง วันนี้เป็นไงบ้าง ดีขึ้นแล้วใช่มั๊ยหละ..
ดูแลสุขภาพนะ.. พรุ่งนี้จะให้คนส่งของไปเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 75
TheQueenofNostalgia วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 19.31 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

นี่ วิชาภาษาไทยเค้าไม่ให้ใช้คำว่า คนป่วย นะ
ใช้ ผู้ป่วย จะสุภาพกว่า

(ถ้าไม่เข้าใจให้จดหมายน้อยมาถาม)
ความคิดเห็นที่ 74
delicoco วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 19.01 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

วันนี้หายดียังจ๊ะ
จุ๊บๆ

ป.ล.วันนี้เน็ตแฮงค์อะพี่หย่ง กว่าจะเข้าโอเคฯได้ก็เนี่ย...เย็นๆ แย่จังเลย
ความคิดเห็นที่ 73
eddie วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 18.01 น.
http://www.oknation.net/blog/supermodels

ตอนนี้คุณยายของผมก็ป่วยอยู่ เดินไม่ได้เลย แต่ผมก็พยายามลางานที่กทม.กลับไปเยี่ยมยายที่ขอนแก่น ให้บ่อยที่สุด เพื่อเป็นกำลังใจให้ยาย ใช่ครับคนป่วยต้องการกำลังใจมากที่สุด

ภาพขาและเท้า เปลี่ยนสี สวยจังครับ ความสวยบนความเจ็บปวด
ความคิดเห็นที่ 72
กู่ วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 17.59 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

ช่างเล่า แม้ยามเจ็บ ดูสิแม่คุ๊นนนน
อิ อิ ทำเสียงแก่ๆเข้าไว้

กลับบ้านแล้ว เห็นสัจธรรมแล้ว
ทีนี้ชีวีก็มีแต่ความสุข....เสียทีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 71
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/LIVRED


ตอนนี้หายป่วยรึยังครับ ถ้ายังขอให้หายป่วยโดยไว
ความคิดเห็นที่ 70
nanolord วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 11.48 น.
http://www.oknation.net/blog/limjira

หายป่วยไวๆนะครับ ขอให้มีกำลังใจมากๆชาวblogช่วยกันส่งกำลังใจไปให้เต็มที่เลย สุขภาพจิตดีร่างกายก็จะหายป่วยเร็วกว่าปกตินะครับ ใจกับร่างกายสัมพันธ์กัน ถึงร่างกายแข็งแรงแต่ถ้าใจป่วยก็จะพาร่างกายป่วยตามไปด้วยครับผม เช่นโรคความดันโลหิตที่เกิดจากความเครียดนั้นเอง มาดูแลสุขภาพกันเถอะครับ
ความคิดเห็นที่ 69
beckyblooms วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 11.44 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms

การมีแม่สามีที่ดี เป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้! 555

ขอให้หายไวๆนะคะ.. สู้ๆ



ความคิดเห็นที่ 68
แม่หมีพูห์ วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/MomPrae

หายป่วยเร็วๆ นะจ๊ะ เป้นกำลังใจให้

ปล. รูปเปียบเทียบเท้าทั้งสองข้างน่ากลัวจัง
ความคิดเห็นที่ 67
รั้วสีขาว วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 00.21 น.
http://www.oknation.net/blog/seewesea

ถือว่าคุณหย่งนั้นโชคดีนะครับ ที่มีโอกาสได้เจอคุณหมอที่ดี และ ได้รับความอบอุ่น จาก คุณแม่ของสามี ที่มีความห่วงใยเราอย่างแท้จริง อีกทั้ง ร่างกายก็ยังเรียกร้องอาหารได้ตามปกติ ถึงที่สุดแล้ว การได้ระลึกถึง ความจริงของชีวิต ถึงความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย สำหรับภาพ ผม ชอบภาพ ที่ถ่ายเปรียบเทียบขาสองข้าง มันเป็นความจริงมาก ครับ เห็นแล้ว มันสะท้อนอารมณ์ได้ดีมาก ๆ มันให้เห็นถึงความเป็นจริงบางอย่างในชีวิตมนุษย์ (ไม่ได้แกล้งชม) ขอให้สุขภาพดีวันดีคืนนะครับ
ความคิดเห็นที่ 66
วิตามินบี วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 21.12 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
วางความเป็นผู้ใหญ่ไว้ที่โลกภายนอกแล้วกลับมาเป็นเด็กๆกันเถอะค่ะ


มาส่งน้ำเชอรี่เย็นๆค่ะ
จะได้ชื่นคอชื่นใจ สุขภาพแข็งแรงเร็วๆ
คุณหย่งไม่ต้องไปเยี่ยมบ้านบีก็ได้นะคะ
อยากให้คุณหย่งพักผ่อนมากๆ
ไม่อยากให้นั่งหน้าจอคอมนานไป
เพราะจะปวดหัวเข่าได้นะคะ
รอให้หายก่อน ค่อยไปหาบีก็ได้
ดูแลตัวเองดีๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 65
GPEN วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

เห็นด้วยครับการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
(แต่พอสบายดีก็ชอบลืมทุกที ) ขอบคุณที่ช่วยเตือนสติครับ
มีคุณแม่สามีอย่างนี้โชคดีมากมากเลยนะครับ


พักผ่อนมากมากนะอย่าหักโหม ขอให้หายเร็วๆนะ
ความคิดเห็นที่ 64
Ikkyu วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 17.52 น.
http://www.oknation.net/blog/ikkyu

เอ่อ เข้าโรงหมอที ยังกะ become enlightened with life (555)

เห็นด้วยว่าสุขภาพมันสำคัญ ผมเคยไปถอนฟันคุดมาแล้วหมอก็เสนอ package ต่อเนื่องขูดหินปูน ทั้งหมดหมดไป 5,000

และที่สำคัญเบิกไม่ได้ด้วย หุหุหุ ทำให้หลังจากนั้น ผมพบว่าผมควรดูแลสุขภาพฟันและสุขภาพกายให้ดีเพราะถ้าเปื่อยไป หมายถึงตัวเลขเงินเก็บของเราที่ลดลง

เอ่อ ว่าแต่ทำไมขาเปลี่ยนสีอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 63
aoikrub วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 17.24 น.
http://www.oknation.net/blog/pimpimol

มาอ่านเรื่องแล้ว...เห็นด้วยมากๆ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ
อะไรในโลกนี้ก็ไม่สำคัญเท่ากับการมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพดี
เมื่อร่างกายแข็งแรง อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
แต่ตอนป่วย บางครั้งแค่จะลุกไปเข้าห้องน้ำเองยังทำไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับเรื่องนู่นนี่นั่น
แต่ไอ้สติปัญญาที่เกิดขึ้นช่วงป่วยมักค่อยเลือนหายไปตามสุขภาพที่ดีขึ้น แล้วเราก็หลงคิดว่า กระเป๋า Prada คือ a matter of life or death
นั่นแลคือ การใช้ชีวิตอย่างประมาท
ขอบคุณหนูหย่งที่มาช่วยเรื่องสติกลับมาอีกครั้ง
และขอให้สติอยู่กับหนูตลอดไปจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 62
วัชรากร วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.00 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

โอ้โห ท่าทางเจ็บน่าดูเลยนะคะ เคยผ่าตัดหัวเข่าเหมือนกันแต่ใช้ส่องกล้องแผลนิดเดียวแทบมองไม่เห็น ผ่าแบบไปเช้าเย็นกลับหนะ
หมอบอกลูกสบ้าแตกค่ะ พักฟื้นนานเหมือนกัน
แต่อยู่โรงพยาบาลไม่นาน
เข้าใจเลยว่ามันทรมานแค่ไหน
ขอให้หายป่วยเร็วๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 61
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ไงค๊ะ วันนี้ โอเคขึ้นกว่าเมื่อวานแล้วเน๊อะ.. ดูแลสุขภาพนะค๊ะ (เรื่องน้ำหนักด้วยนะ อย่าตามใจปาก)
ความคิดเห็นที่ 60
delicoco วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 13.50 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง
หวังว่าจะดีวันดีคืนนะ
เป็นห่วงพี่สาวซำเหมอ
เข้าใจ๋?
ความคิดเห็นที่ 59
BlueHill วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 13.14 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ความคิดเห็นที่ 55
yongchan วันที่ : 27/08/2007 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan
ip : 89.61.207.166
อ่านเรื่องนี้แล้ว กลิ่นไอกาแฟสดมันฟุ้งขึ้นมาเลยพี่
ต.ค.นี้จะเอากาแฟไปฝาก
----------
คุณหย่งขอขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ พวกเราทีมงานโอเคเนชั่น ต.ค.นั้ได้ชิมกาแฟเยอรมันแน่นอนครับ
ความคิดเห็นที่ 58
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 12.27 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

แวะมาสวัสดีคนป่วยขอให้แข็งแรงดีเหมือนเดิมนะครับ

รำพึงที่ห้า กัลยณมิตรนั้นมีอยู่ทุกแห่งหน แม้แต่ในโลกไซเบอร์
ความคิดเห็นที่ 57
PoOkPiK วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 02.06 น.
http://www.oknation.net/blog/pookpik

เคยดมยาสลบตอนผ่าตัดหนนึง
หนนั้นจำได้ว่าเพลงในห้องผ่าตัดเพลงสุดท้ายที่ยังได้ยินอยู่คือ
When you say nothing at all แล้วหลังจากนั้นเราก็ say nothing จริงๆเลย

อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีนาทีชีวิตให้เราต้องพาคนไปใช้บริการห้องฉุกเฉินเหมือนกัน
เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะต้องไปรอใครหน้าห้องหมอแบบกระสับกระส่ายอย่างในละคร
รู้แล้วล่ะว่ามันเครียดและนั่งไม่ติดแบบในละครจริงๆด้วย

คิดถึงมากๆๆๆๆๆ อยากเม้าท์ใจจะขาด
ขอให้หายเร็วๆนะ