• yongchan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 84
  • จำนวนผู้ชม : 47448
  • จำนวนผู้โหวต : 485
  • ส่ง msg :
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



ถ้าคุณเห็นผู้หญิงไทยเดินมากับฝรั่ง คุณจะคิดว่า?
เธอต้องประกอบอาชีพแถวพัทยา ภูเก็ต ไม่ก็ซอยนานา แน่ๆ
0 คน
หูยส์ โชคดีจังเลย อิจฉา.. อยากได้มั่งจัง ฝรั่งเนี่ย เขาไปหากันที่ไหนนะ
0 คน
พวกฝรั่งขี้นก ไม่มีปัญญาหาในบ้านตัว ถึงต้องมาหาเอาข้างนอก เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะเฟ้ย
1 คน
ผู้ชายไทยก็มีเยอะแยะ มัวแต่หลงฝรั่งอยู่ได้
0 คน
ไม่คิดอะไร คนเขาจะรักกันชอบกัน ก็เรื่องของเขา
0 คน
อื่นๆ (จะเป็นพระคุณมากถ้าท่านทิ้งเม้นท์ไว้ที่บ้านว่าคิดอย่างไรค่ะ)
0 คน

  โหวต 1 คน
วันศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม 2550
เราจะช่วยเหลือพวกเธออย่างไรดี?
Posted by yongchan , ผู้อ่าน : 562 , 00:08:57 น.   | หมวดหมู่ : เมืองไทยของเรา   เจ้าหนูจำไม  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อสองวันก่อน ฉันไปเยี่ยมพี่สาวที่รักคนนึงทางเยอรมนีตอนเหนือ เธอทำงานช่วยเหลือหญิงไทย

ไปอยู่กับเธอสองวัน เธอก็เลยพาฉันติดรถเธอตอนไปทำงานด้วย  ฉันได้พบผู้หญิงไทยบางคน ได้พูดคุยด้วยมากน้อยแล้วแต่เวลาจะอำนวย

*****************************

พี่เอ แต่งงานกับชาวเยอรมัน เป็นเจ้าของร้านนวดไทยเล็กๆ ในเมืองที่เธออยู่ เปิดมาได้หนึ่งปีแล้ว และกิจการก็กำลังไปด้วยดี

ตอนอยู่เมืองไทย พี่เอมีลูกสาวหนึ่งคน พ่อของลูกมีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เลิกกันไปเพราะไม่เอาถ่าน เห็นเมียทำงานก็คอยแต่จะเกาะเมียกิน

พี่เอมีอาชีพเป็นหมอนวดไทย นวดมาแล้วเจ็ดย่านน้ำ และส่งเงินให้แม่และพี่น้องอีก 6 คนมาโดยตลอด รายได้ของเธอคือ 30 บาทต่อชั่วโมง นวดทั้งวันก็ได้ประมาณ 200 บาท นวดจนมือ จนข้อพอง แต่รายได้ต่อเดือนแทบไม่เคยถึงหนึ่งหมื่นบาท 

ช่วงปี 43 เศรษฐกิจไม่ดี แขกน้อยมากๆ  รายได้ไม่พอรายจ่าย ตอนนั้นพี่เอมืดแปดด้าน ไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหน จึงตัดสินใจ “ขาย” มีคนชวนเธอไปหลายที่ แต่ที่สุดแล้วเธอไปมาเลเซีย เธอต้องทำงานใช้หนี้ร้อยกว่าคน

เธอบอกว่าช่วงเวลาที่อยู่มาเลเซียครึ่งปี เป็นช่วงที่ตกต่ำที่สุดของชีวิต เธอไม่เคยเล่นยา แต่เคยโดนแขกมอมยา เกือบเอาชีวิตไม่รอด วันที่เธอตัดสินใจกลับบ้าน แทบไม่มีเงินติดตัว แต่ก็กอดกระเป๋าไว้แน่น และไม่มองหันหลังกลับไปอีก “เค้าว่ากันว่า ถ้ามองกลับไปจะได้กลับมาอีก”

*****************************


พี่บี แต่งงานกับชาวเยอรมัน ตอนนี้เป็นคุณนาย อยากซื้ออะไรก็ได้ซื้อ เพราะสามีรวยมาก ดูแลอย่างดี ให้เงินใช้ตลอด

ก่อนพี่บีจะเจอแฟน เธอก็เคยไปทำงานที่ญี่ปุ่นกว่า 7 ปี เธอบอกว่าพี่สาวเธอขายเธอไป ได้ค่าหัวเป็นเงิน 30,000 บาท แต่ตัวเธอสมัครใจจะไปเอง “เพราะใจแตก ตอนนั้นมีแฟน ได้กันแล้ว แล้วเค้าทิ้ง”

ทำงานใช้หนี้หมด พี่สาวก็ขายคนมาอีก 2 คน แต่พวกเขาหนี พี่บีจึงต้องอยู่ใช้หนี้แทน เธอบอกว่านี่คือช่วงที่ลำบากที่สุดของชีวิต ที่เธอตัดสินใจกลับบ้านก็เพราะแม่ป่วยมาก กลับมาได้ไม่นานแม่ก็เสียชีวิต

ตอนที่พี่บีเจอแฟน ไม่ได้สนใจเยอรมนี คิดแค่อยากมาเที่ยว แต่พอมาและรู้ว่าแฟนรวยมาก เธอก็ตั้งใจจับแฟนด้วยการมีลูกทันที แม่สามีไม่ชอบเธอในตอนแรก เพราะกลัวจะมาปอกลอกลูกชาย แต่ปัจจุบันเข้ากันได้ดี

ตั้งแต่มาอยู่เยอรมนีพี่บีส่งเงินให้ที่บ้านใช้ตลอด เธอบอกว่าเธอรักครอบครัว เรามาได้ดีกว่า ก็ต้องช่วยเหลือพี่น้อง แต่พูดแล้วก็โมโห เพราะพวกเขาไม่เคยพอ มีแต่ขอๆ มีเงินใช้สบายแล้วก็เคยตัว จมไม่ลง เธอบอกว่าเธอเคยเครียดเรื่องพี่น้องถึงกับเข้าโรงพยาบาลด้วย

*****************************
 

พี่ซีขายตัวอยู่ที่เยอรมนีมากว่า 10 ปีแล้ว รายได้ดีมาก เพราะเธอหน้าตาดี ลูกค้าเยอะ แต่ทราบมาว่าเงินก็หมดไปกับการพนันและการบูชาเครื่องลางของขลัง

ต้นปีที่ผ่านมาเธอตั้งท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ พ่อเด็กน่าจะเป็นแฟนของเธอ แต่เธอก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซนต์  พี่ซีเกลียดลูกตัวเอง ตอนท้องด่าและตีท้องบ่อยๆ ปัจจุบันลูกน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังวัยหนึ่งเดือน ไม่ยอมกินนมแม่ (มีแต่คนแซวว่า “สงสัยลูกจะเอาคืน”) แต่เธอก็ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก หรือแม้แต่จะไปทำใบสูติบัตร ถ้าไม่มีคนช่วยไว้ ก็คงจะอดตาย เธอบอกว่ารออีกซักสองสามเดือน เธอจะกลับไปทำงานอีก

*****************************

ได้เจอเธอเหล่านี้ ทำให้ฉันมีเรื่องคิดเต็มหัวมาสองวันแล้ว

--  รัฐบาลจะช่วยเหลือพี่ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร? ถ้าช่วยให้พวกเขามีการศึกษามากขึ้น มันจะทำให้พวกเขามีทางเลือกมากขึ้นไหม? หรือรัฐบาลไม่ต้องช่วย เพราะมันช่วยไม่ได้แล้ว คนบางคนเขาคิดว่าอยากรวยเร็วๆ ขายตัวมันได้เงินเร็วนิ ทำงานวันเดียวได้เงินเท่ากับรับจ้างทำความสะอาดทั้งอาทิตย์?

-- ทำไมพี่น้องท้องเดียวกันถึงขายกันได้? ทำไมพ่อแม่ถึงขายลูกเพื่อเอาเงิน? แล้วถ้าลูกไม่ส่งเงินให้ ก็ไปด่าลูกอีก?

-- ทำไมบางคนถึง “เลือก” ที่จะหันกลับไปทำอาชีพนี้อีก ในขณะที่บางคน “เลือก” ที่จะหันหลังให้อย่างสิ้นเชิง?

-- เรามักดูถูกเหยียดหยามคนที่ทำอาชีพนี้ แต่เราตอบตัวเองได้ไหมว่า ถ้าเราอยู่ในสภาพเดียวกับเขา ไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆ ไม่มีวุฒิจะไปสมัครงาน “จน” จนไม่มีจะกิน ไม่มีเงินส่งให้ลูก เราจะตัดสินใจแบบเดียวกับเขาไหม?

-- ถ้าเราโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อม ที่ใครๆ ก็ขายตัว (รวมทั้งพี่สาวตัวเอง) เราจะมีแรงผลักดันที่จะดิ้นรนให้ตัวเองไม่ต้องไปขายตัวด้วยอีกคนไหม? หรือเราก็คงจะโอนอ่อนตามสังคมไปด้วย?

-- ทำไม “พรหมจรรย์” ถึงทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่สูญเสียมันไป รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าขนาดที่ยอมไปขายตัวได้เลย? ถ้าสังคมเราไม่ยึดติดกับเรื่องนี้ จะช่วยให้เธอคนนั้นไม่คิดไปขายตัวไหม?

ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

ฉันไม่มีคำตอบ ฉันเขียนเอ็นทรี่นี่ขึ้นมา เผื่อว่า คุณๆ ที่ผ่านมาอ่าน จะมาช่วยฉันคิด ช่วยฉันถกด้วย

คำถามที่ฉันอยากได้ฟังคำตอบที่สุด ก็คือ ทำอย่างไรเรา(หมายถึงรัฐบาลเป็นหลัก) จะช่วยพวกเขาได้?  มันมีทางแก้ปัญหานี้ไหม? 

ฉันถามคำถามนี้กับพี่เอ เธอบอกว่า “รัฐบาลน่ะเหรอ? รัฐบาลไม่ต้องทำอะไร เพราะรัฐบาลไม่เคยช่วยประชาชนอยู่แล้ว เห็นมีแต่ประชาชนช่วยประชาชน”

ไม่รู้ว่าคนที่อาสาไปช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนจะอายมั่งไหมเนี่ย!?


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 98
ThelastKGB วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/inter
The last KGB สายลับเจ้าเสน่ห์ ที่จะคอยตามไปสอดแนมทั่วทุกมุมโลก

ตราบใดที่ผู้หญิงเหล่านี้ยังอยากได้เงินเยอะๆ มาด้วยวิธีง่าย ๆ การช่วยเหลือก็จะไม่มีวันสิ้นสุดหรอกจ้ะ
ความคิดเห็นที่ 97
Ikkyu วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 17.30 น.
http://www.oknation.net/blog/ikkyu

ถามว่าทำไมเหรอคับ ผมว่าสมัยนี้นะ ไม่น่าจะมีแล้วที่โดนหลอกมาทำอาชีพนี้ ส่วนใหญ่เต็มใจมาทั้งนั้น

แน่นอน ไอ้คนซื้อก็เต็มใจซื้อนี่

เคยได้ยินคนเล่าให้ฟังว่าคนที่ทำอาชีพนี้บางคน มีความคิดว่าเขาไม่ได้เสียอะไรไป เขาได้ความสุขอะไรบางอย่างกลับมาอีกต่างหาก ส่วนค่าตอบแทนที่ได้ก็เป็นกำไร แต่ผมก็ขอสันนิษฐานเล่นๆว่าคนที่คิดอย่างนี้คงเป็นแค่คนส่วนน้อยในอาชีพนี้เท่านั้น

บางทีนะผมว่า อาจจะเป็นเพราะพวกเธอไม่มีจะกินก็ได้ ถึงต้องมาทำงานแบบนี้ เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งว่าสมัยก่อนที่เขมร ถ้าเราขับรถไป จะเจอเด็กผู้หญิงเปิดเสื้อผ้าเอาของสงวนออกมาให้นักท่องเที่ยวสัมผัส เข้าใจว่าถ้าต้องการมากกว่านั้นก็ได้

เพราะเขารู้สึกว่าขอให้มีเงินมาซื้ออาหารให้ท้องอิ่มสำคัญกว่าการโดนให้ผู้ใหญ่มาทำ "กิจกรรม" อะไรบางอย่างกับเขา

ส่วนรัฐบาลน่ะเหรอ อย่าไปสนใจเขาเลย อย่าไปถามนโยบายเขาเลย ตอนนี้เขายังไม่ได้ข้อสรุปเลยว่าใครจะใหญ่กว่าใคร

ผมว่านะไปบนเจ้าน่าจะดูมีมีความหวังมากกว่าไปขอให้รัฐบาลช่วยเสียอีก

ไม่ก็ไปบูชาจตุคามมาสักองค์แล้วกัน อาจจะดูมีความหวังมากขึ้น

บุญรักษากะ สวัสดีปีใหม่
ความคิดเห็นที่ 96
kamolnum วันที่ : 30/12/2007 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum


เมื่อก่อนเคยทำงานที่ป่าตอง ภูเก็ต ก็พบเห็นเยอะเหมือนกัน
บางคนมีโรคร้ายแถมให้ด้วย ก็เคยคิดว่า ทำไมชีวิตคนบางคนถึงเป็นได้ขนาดนี้
ก็ไม่มีคำตอบครับ นอกจากมันเป็นกรรมของเขา

สวัสดีปีใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 95
patijjachon วันที่ : 30/12/2007 เวลา : 00.14 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

หย่ง ...

พี่เอาคำสอนของท่านติช นัท ฮันห์ มาฝากแทนคำอวยพรในเทศกาลปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ใกล้จะถึงนี้

เป็นคำสอนซึ่งพิมพ์อยู่ที่ปกหลังของหนังสือ ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ (The Miracle of Being Awake) ของสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง (พระประชา ปสนฺนธมฺโม เป็นผู้แปล)

“จงจำไว้ว่ามีเวลาที่สำคัญที่สุดเวลาเดียว คือ ปัจจุบัน”
ช่วงขณะปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นเวลาที่เราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง
บุคคลที่สำคัญที่สุดก็คือคนที่เรากำลังติดต่ออยู่ คนที่อยู่ต่อหน้าเรา
เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตเราจะมีโอกาสได้ติดต่อกับใครอีกหรือไม่
และภารกิจที่สำคัญที่สุดก็คือการทำให้คนที่อยู่กับเราขณะนั้น ๆ
มีความสุข เพราะนั่นเป็นภารกิจอย่างเดียวของชีวิต


เราจะทำอย่างไรจึงจะสามารถอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับ
คนรอบข้างเรา ช่วยลดความทุกข์และเพิ่มความสุขแห่งชีวิต
เหล่านั้น ... คำตอบก็คือเราจะต้องฝึกสติ”
ความคิดเห็นที่ 94
มะอึก วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 22.56 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

หย่ง.....สวัสดีปีใหม่จ้า....
.
ฝากความคิดถึงอาเฮียรูปหล่อด้วยนะครับ
.
ความคิดเห็นที่ 93
MoneyPenny วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 19.15 น.
http://www.oknation.net/blog/moneypenny
James Bond? Dream on...


Happy New Year ja, Yong!
ความคิดเห็นที่ 92
มิสนอราห์ วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah


สวัสดีปีใหม่จ้ะหย่ง
ความคิดเห็นที่ 91
ทิพย์อาภา วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 15.02 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa
<<.........พื้นที่โฆษณา..........>>


ความตั้งใจแรก จะมาอวยพร คุณหย่งฯค่ะ

แต่เห็นเรื่องที่โพสเกี่ยวกับชะตากรรมเพศของตัวเอง..เลยเอาซะหน่อย

ปีใหม่นี้ขอให้คุณหย่งฯ สุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจนะคะ

สวัสดี...ปีหนูดี..จ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 90
ทิพย์อาภา วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 15.00 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa
<<.........พื้นที่โฆษณา..........>>

ทำไม “พรหมจรรย์” ถึงทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่สูญเสียมันไป รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าขนาดที่ยอมไปขายตัวได้เลย? ถ้าสังคมเราไม่ยึดติดกับเรื่องนี้ จะช่วยให้เธอคนนั้นไม่คิดไปขายตัวไหม?.....
....................................................................
หนูเข้าใจว่าอาจเป็นวิธีการประชดชีวิต ค่ะ ซึ่งปัจจุบันสาเหตุ หนึ่งของปัญหานักศึกษาขายตัวในประเทศไทยก็เกิดจากการ อยู่กินกับแฟนระหว่างเรียน และหากโดนแฟนทิ้งก็จะประชดชีวิต ด้วยการขายบริการทางเพศ ค่ะ...

กรณี พี่ เอ บี ซี เคยอ่านหนังสือเรื่อง ดิฉันไม่ใช่โสเภณี อ่านด้วยความบังเอิญค่ะ แต่ขอบคุณความบังเอิญที่ทำให้ทราบเรื่องราวของหญิงไทยในเยอรมัน...อ่านแล้วสงสารชะตากรรมของเพศหญิงค่ะ

อ้าว...นี่เรามาชวนกันคุ้ยเรื่องเศร้า ๆ ในเทศกาลปีใหม่ แล้วซิ...อืมม แต่ จขบ.เริ่มก่อนนะคะ ทิพย์อาภา เข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม เพราะไม่ได้พกแว่นตาดำ ไว้อำพราง...

ความคิดเห็นที่ 89
beckyblooms วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 14.43 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms


ความคิดเห็นที่ 88
rainny วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/rainny
Times


สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่หย่งจัง ขอให้สุขกาย สบายใจ อารมณ์ดีเช่นนี้ตลอดไป สุขภาพแข็งแรงทุกๆ วัน อาการปวดเข่าไม่กลับมาอีก มีความสุขกับทุกๆ วันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 87
Jui วันที่ : 29/12/2007 เวลา : 13.24 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

อ่านแล้วเครียดเหมือนกันครับ
มาอวยพรปีใหม่ 2008
ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ
กับปีใหม่ที่กำลังมาถึง
ความคิดเห็นที่ 86
ครูส้ม วันที่ : 28/12/2007 เวลา : 23.58 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara


อวยพรไม่ทันวัน คริสมาส
เป็นปีใหม่แล้วกันนะคะ

Happy New year 2008
ขอให้คุณหย่งและ your sweety
มีแต่ความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรง ตลอดปีใหม่
และตลอดไปนะคะ
ความคิดเห็นที่ 85
สงราษฎร์ วันที่ : 28/12/2007 เวลา : 22.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

ตราบใดที่เรายังแบ่งชนชั้นในสังคมเหมือนปัจจุบัน...เรื่องนี้ก็แก้ยากขึ้น...
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีอยู่ในคนทุกคน..เพียงแต่คนอื่นต้องยอมรับด้วย...
ความคิดเห็นที่ 84
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 28/12/2007 เวลา : 11.15 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

ปรารถนาสิ่งใดให้ได้หมด
เกียรติปรากฎชนนิยมสมประสงค์
สุขสดชื่นเลิศล้ำอยู่ธำรง
ความดีคงประดับอยู่มีรู้คลาย

สวัสดีปีใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 83
นักรบนักรัก วันที่ : 28/12/2007 เวลา : 00.15 น.
http://www.oknation.net/blog/mymemory
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย ! !


เหนื่อยและหน่ายการเมืองบ้านเรา อยากเอาสมองไปหาที่โล่งมั่ง

สวัสดีปีใหม่ 2008 ครับ
ขอบคุณทุกท่านที่มาเยือน Blog ตลอด ปีที่ ผ่านมา
วันนี้ผมไปเปลี่ยนยางรถยนต์ ใช้มา 3 ปีไม่เคยสลับยางเล้ยย ฮ่าๆ
ซื้อข้าวของเตรียมลุย จะเดินทางไปเที่ยว ตจว.
ท่านใดจะไปทางไกล ตรวจสอบเส้นทางและความพร้อมของรถยนต์ด้วยนะครับ

หอบดอกไม้มาฝากมากมายนัก
แทนความรักสุขสดศรีในปีใหม่
คิดสิ่งได้สมหวังดังตั้งใจ
ไร้โรคาเหนื่อยล้ากายได้ร่ำรวย

เชิญแวะชมดอกไม้จากถิ่นจ.เลย-สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ได้จาก Entryล่าสุด
http://www.oknation.net/blog/mymemory/2007/12/27/entry-1
พบกันอีกทีหลังปีใหม่นะครับ
ขอให้ชาว oK Nation มีความสุขทุกท่าน
ความคิดเห็นที่ 82
สุดเขตเวชกุล วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 23.11 น.
http://www.oknation.net/blog/soodkhet


แด่...Yongchan
ความคิดเห็นที่ 81
pukpik วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
the beautiful memory or the good feeling will never hurt anyone... 


สวัสดีปีใหม่จ้า หย่ง
ความคิดเห็นที่ 80
รัฐศิริ วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 19.19 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

ส.ค.ส.2551..สวัสดีปีใหม่ครับ
http://www.oknation.net/blog/rutdy/2007/12/27/entry-1
ความคิดเห็นที่ 79
aoikrub วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 09.49 น.
http://www.oknation.net/blog/pimpimol


แวะมาส่งโปสการ์ด
Have a wonderful 2008 na ja.
ความคิดเห็นที่ 78
สายล่อฟ้า วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 00.36 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh


Merry Christmas and Happy New Year นะครับ

มีความสุขในช่วงคริสต์มาส...

และสุขสันต์วันปีใหม่ (เผื่อผมไม่มีเวลาเข้าบล็อกช่วงนั้น)...

มีความสุขตลอดปี 51 ครับ

ความคิดเห็นที่ 77
สายล่อฟ้า วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 00.35 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

เม้นท์ไม่ออกเลยครับ...

แต่คงเป็นชีวิตที่ไม่เหมือนกัน...

หรือเป็นเพราะกรรมที่ทำกันมา...

ก็เอาใจช่วยครับ...

เพราะผมก็ไม่เห็นคนไทยต้องมาทำงานแบบนี้เหมือนกัน...

ความคิดเห็นที่ 76
Dekthep วันที่ : 26/12/2007 เวลา : 15.49 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  


ยังแบ่งเค้กไม่ลงตัวครับ...
ฝากลูกน้องคนสนิท..โกโก้....มา

merry christmas and happy new year

มีความสุขมากๆ..ครับ
ความคิดเห็นที่ 75
ล้านเล็กๆ วันที่ : 26/12/2007 เวลา : 14.34 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

คุณหย่งครับ...

ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ....

มีอีกหลายที่เราไม่รู้...อีกหลายอย่างไม่ควรรู้
อีกหลายสิ่งเราแก้ไขได้...อีกหลายสิ่งเราไม่สารถช่วยได้
เข้าใจครับ....ว่าคุณกำลงัคิดอะไรอยู่???

ปล.สุขสันต์วันคริสต์มาส...และสวัสดีปีใหม่นะครับ
ความคิดเห็นที่ 74
PostAmorndern วันที่ : 26/12/2007 เวลา : 00.03 น.
http://www.oknation.net/blog/amorn

รัฐบาลต้องช่วยอย่างไร คงต้องเอา entry นี้ไปถามน้าหมักหรือพี่มาร์ค แล้วละครับ

แต่ถ้ากลัวจะรอนาน เพราะไม่รู้จะจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่

เอาเป็นว่า เราช่วยกันคิดกันก่อนดีไหม

เห็นด้วยกับสร้อย ในการแก้ในช่วงระยะสั้น

แต่ขอเพิ่มเติม ดังนี้

1. ผลักงบประมาณ สร้างงานให้กับเขาและเธอ เพื่อป้องกันการไหล่บ่าและผลักให้เขาต้องทำอะไรแบบนี้

2. ออกกฎหมายป้องกันและคุ้มครอง แต่ขอบอก โค-ตร ยากเลยละ เพราะอะไร

หนึ่ง...ผลประโยชน์มันทับท้องเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งกิน รีดไถ

สอง...ปราบจับกุมก็ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ค้าบริการทางเพศ ยกตัวอย่าง โรงน้ำชา โรงอาบอบนวด ฟังดูดี แต่จริง ๆ แล้วมันคืออะไร...ก็สถานที่ขายบริการทางเพศละครับ แต่เขียนแล้วดูดี ที่ดื่มน้ำชา และสถานที่อาบน้ำ

3. แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง

ตรงนี้ต้องย้อนไปดูที่เคยเสนอไว้ในความเห็นที่ 61

มันจะช่วยตอบโจทย์บางอย่าง เพราะมันมีโครงสร้างชุดหนึ่งของสังคมไทยที่มีปัญหา

รัฐ+ชุมชน+ประชาสังคม+นักวิชาการ+เขาและเธอ ต้องช่วยกันคิด เสนอ แก้ไข วิจารณ์ วิพากษ์

อย่าทำเพียงกระแส แล้วก็เงียบหายไป

แต่ต้องออกเป็นนโยบายในมิติของเศรษฐกิจ(ปากท้อง)+การศึกษา+ค่านิยม+วัฒนธรรม

ท้ายที่สุด ผลักดันเป็นกฎหมาย ซึ่งจะเป็นรูปธรรมที่สุดที่จะแก้ไขโครงสร้างและเรื่องราวทั้งหมด

หวังอย่างยิ่ง เรื่องนี้ควรได้รับความสนใจ และนำไปสู่ประเด็นถกเถียงและแก้ไข ในสาธารณะที่กว้างขึ้น

ซึ่งเสียงเขาและเธอ ก็จะดังไปยังหูของรัฐบาลชุดใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 73
tuty วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/tuty


Merry Christmas & Happy New Year.

ทุกวันนี้ก็เจอคนกลุ่มนี้อยู่
บางคนทำเพื่อใช้หนี้ บางคนอยากมีเงินใช้แบบสบายๆ
บางคนอยากรวยเหมือนคนที่มาทำก่อนหน้า
บางคนพ่อแม่ให้มาทำเพราะคนอื่นมีบ้านอยู่สบายมีเงินใช้กัน
อยู่ที่พื้นฐานทางสังคมค่ะ ทำไมบางคนเขาทำงานงกๆได้
ความภูมิใจมันต่างกันนะคะ แม้จะได้เงินมาเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 72
มิสนอราห์ วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

เอาตามความรู้สึกเห็นด้วยกับ คห.59
ส่วนตามคำตอบว่า รัฐบาลจะแก้ได้ยังไง
ยากสุดๆ...
มันคงออกมาในคำตอบทำนองว่า เป็นการปลูกฝังความคิดหรือความรู้สึกระยะยาว
เข้าทำนองทำอย่างไรไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็ต้องสร้างให้คนมีภูมิคุ้มกันต่อการรับทรัพย์สิน หรือการจ้าง (รวมทั้งระบบอุปถัมภ์)

การสร้างภูมิคุ้มกันใช้ทั้งระยะเวลา และการวางฐานความคิดเป็นเวลาเนิ่นนาน

ดังนั้นปัญหานี้ บางทีเราก็มองแบบคุณต้น บางครั้งเค้าเลือกจะเดินทางนั้นด้วย รู้ทั้งรู้

มีรู้ไม่เท่าทันบ้าง...รัฐบาลคงต้องเข้ามาประคับประคองกลุ่มนี้

พื้นฐานสำคัญก็คือเรื่อง "ความรู้" ความรู้ที่นี้ ไม่ใช่ต้องเรียนสูง เรียนจบปริญญา แต่หมายถึงสร้างความรู้ รู้ว่าสิ่งที่เค้าเลือกนั้นมันจะส่งผลอะไรต่อชีวิตเค้า และเลือกสิ่งที่ดีให้ตัวเอง ทำนองให้เค้าตระหนักได้

นี่เป็นอีกหนึ่งในอีกหลายๆปัญหาของประเทศกำลังพัฒนานะ รัฐบาลหน้าไหนประเทศไทยก็ยังหนักใจ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยง่ะ
สาวเม็กซิโกก็หนีเข้าเมืองเมกา
สาวพม่า ลาว ฯลฯ ก็หนีเข้าเมืองไทย
และอีกมากมาย

บางประเทศจึงเลือกทำให้มันเป็นเรื่องถูกกฎหมายซะ
ทั้งเรื่องทำแท้งเสรี โสเภณี บ่อนการพนัน

ความคิดเห็นที่ 71
อิตถี วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 20.18 น.
http://www.oknation.net/blog/hansiao
วันหนึ่งมีมากกว่า ๒๔ ชั่วโมง..

คุณน้องหย่งจัง-ปัญหาสังคม ที่รอทุกมือจากทุกมุมมาร่วมกันช่วยแก้ไข คนละเล็กละน้อย

สภาพความคิดคน เข้าไปเปลี่ยนได้ไม่ง่ายนะค่ะ

ไงก็ อย่าเครียดๆ

มาอวยพรในเทศกาล นี้
Merry X'Mas & Happy New Year 2008
ความคิดเห็นที่ 70
pukpik วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 19.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
the beautiful memory or the good feeling will never hurt anyone... 

Merry Chistmas จ้า หย่ง
ความคิดเห็นที่ 69
รัฐศิริ วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 19.49 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

Merry Christmas ครับ หย่งๆๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 68
Kibangkok วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 17.56 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
ชิวชิวสีน้ำกับเรื่องราวที่ไร้สาระ ของ...'^'*-.,_,9 ่ี:)่ ลุงกิ๊..


คุณหย่งครับ การเป็นเป็นกับพวกเขา
ให้เกียรติพวกเขา แค่นี้ก็เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่
สำหรับพวกเธอแล้วหละครับ แค่พวกเขารู้ว่า
มีคนไทยคนหนึ่งอย่างคุณหย่งที่รักเขา
เขาก็ปลื้มตายแล้วครับ มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากนะครับ

**************************

สุขสันต์วันคริสตมาส 2007 ครับ

ิ๊ขอพระมหาเยซูคริสตเจ้า
ทรงอำนวยพร อำนวยความสุข
อำนวยความสำเร็จในชีวิตที่จะมี
แด่ทุกๆๆๆท่านในทุกๆๆๆวัน

ขอความสดชื่นและความอบอุ่นจะมีแด่
ทุกๆๆคนในทุกๆๆๆวินาที

ขอพระเจ้าทรงอำนวยพรนี้มีแด่
คุณและครอบครัวทุกๆๆๆวันนะครับครับ

ด้วยความนับถือ จุ๊บ จุ๊บ.....

ลุงกิ๊บางกอก
ความคิดเห็นที่ 67
สงราษฎร์ วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 17.55 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

Merry Christmas
ความคิดเห็นที่ 66
หมีปิศาจ วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 17.55 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

แวะมาส่งความสุขอีกครั้งครับ Merry Christmas ครับ

ขอให้ปีใหม่ที่จะมาถึงเป็นปีแห่งความสุข สมหวัง ครับ
ที่สำคัญ ขอให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงตลอดปีครับ
ความคิดเห็นที่ 65
chalee วันที่ : 25/12/2007 เวลา : 13.16 น.