| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา มีเรื่องกวนใจพาลให้อารมณ์เสียไปทั้งอาทิตย์ นอกจากนั้นอินเทอร์เน็ทใช้ไม่ได้ แถมร่างกายก็มาป่วยออดแอดอีก คนข้างๆ ยิ่งเป็นหนัก ประมาณเตี้ยอุ้มค่อม ยังไงยังงั้นเชียว เมื่อเน็ทใช้ได้ มาตามอ่านข่าวการเมืองในบ้านเรา ก็ทำให้ต้องกุมขมับ เห็นเค้าลางใบหน้าของว่าที่นายกฯ แล้วก็ปวดใจ หดหู่ และรู้สึกท้อแท้เป็นที่สุด แต่ก็บอกกับตัวเองว่า "เราจะไม่ท้อถอย" กรุงโรมไม่ได้สร้างได้ในวันเดียวฉันใด ประชาธิปไตยในบ้านเราก็ฉันนั้น... ทุกครั้งที่ท้อแท้ และรู้สึกเป็นทุกข์ จะนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เป็นยาชูกำลังให้ yongchan อย่างดีทุกครั้งไป ตั้งใจจะเขียนถึงหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ประจวบเหมาะ วันนี้เป็นฤกษ์ดี จึงขอนำมาแบ่งปันให้ชาวบล็อกได้รู้จักกัน
นี่คือหนังสือเล่มที่ว่า "ไล่ตงจิ้น ลูกขอทานผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต" หลายท่านคงเคยเห็นผ่านตามาแล้วตามร้านหนังสือทั่วไป หลายท่านอาจจะพลิกไปพลิกมา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ ขอบอกว่าให้รีบเสียตังค์โดยเร็ว :D (ไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ แต่ของเค้าดีจริง) หนังสือเล่มนี้ น้องสาว yongchan เป็นคนซื้อมาอ่าน เธอผู้ชอบอ่านเรื่องจริงไม่อิงนิยายโดนคุณแม่ฉกไปอ่านก่อนที่จะได้อ่านเอง (อีกแล้ว) แต่ทั้งสองคนก็บอกว่ายังไง yongchan ก็ต้องอ่าน อิดออดอยู่แสนนาน เนื่องด้วยว่าไม่อยากอ่านเรื่องราวรันทด ชีวิตลำบาก ชีวิตทุกวันนี้ก็เป็นทุกข์จะแย่แล้ว ทำไมจะต้องมาเติมความทุกข์ให้ตัวเองอีก... แต่ทนความข้องใจไม่ไหว เย็นวันหนึ่งจึงหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด... ไล่ตงจิ้น ลูกขอทานชาวไต้หวัน พ่อเป็นคนตาบอด แม่เป็นคนปัญญาอ่อน สถานที่เกิดของเขาคือสุสาน แม้จะมีพี่สาวคอยดูแล แต่ในฐานะลูกชายคนโต เขาก็ต้องดูแลน้องที่เกิดตามมาอีก 10 คน ครอบครัว 14 ชีวิต ยังชีพด้วยการเร่ร่อนขอทาน "จน" ขนาดที่แม้อาหารจะบูดเน่าก็ต้องกิน บางครั้งถึงกับต้องแย่งข้าวหมา เสื้อผ้าที่ใส่ก็เก็บมาจากเสื้อผ้าคนตาย ไม่มีสุขอนามัยใดๆ ทั้งสิ้น "จน" ขนาดที่ พ่อต้องขายพี่สาวให้ซ่อง เพื่อเอาเงินมาจุนเจือครอบครัว และให้เขาได้เรียนหนังสือ "จน" ขนาดที่เขาต้องพาพ่อออกไปขอทานหลังจากเรียนหนังสือเสร็จ ในขณะที่พ่อขอทาน เขาต้องทำการบ้าน, หัดเขียนตัวหนังสือด้วยกิ่งไม้บนทราย โดยอาศัยแสงไฟจากเสาไฟข้างถนน แม้ชีวิตจะเลวร้าย ระยำ บัดซบ ต้องโดนขับไล่ ด่าทอ รังแก แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต มีแต่มุมานะ อดทน สู้ สู้ และสู้ ทุกวันนี้เขาสามารถหลุดพ้นออกจากวงจรการเป็นขอทานได้ มีหน้าที่การงาน ครอบครัว รวมทั้งได้เป็นบุคคลดีเด่นของไต้หวัน ที่สำคัญ นี่คือเรื่องจริง . . . . . . เมื่ออ่านจบแล้ว ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นกับตัวเองคือว่า "คนอย่างฉัน น่าจะไปตายเสียเลยดีกว่า" เพราะไม่ว่าความทุกข์ใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต ที่เรารู้สึกร้อนรน ทุรนทุรายแสนสาหัส เทียบไม่ได้เลยแม้แต่เศษเสี้ยวของความทุกข์ที่เขาต้องเผชิญ แล้วเราจะยังมีหน้ามาตีโพยตีพายว่าเรานั้นเจ็บปวด ทุกข์หนักหนาได้อย่างไร!? สอง (เมื่อสงบสติอารมณ์ได้แล้ว หุหุ) คนที่เขาทุกข์กว่าเราไม่รู้กี่ร้อยเท่าอย่างไล่ยังทำได้ ทำไมเราจะผ่านทุกข์เล็กน้อยของเรานี้ไปไม่ได้ คุณเอ๊ย... ทุกวันนี้นะคะ.. นึกถึงหนังสือเล่มนี้ทีไร กำลังใจฮึกเหิมทุกทีสิน่า... และขอบอกว่าหนังสือเล่มนี้ อ่านไม่ยากค่ะ ไม่ได้หดหู่ รันทดอย่างที่คิด อ่านสบายๆ แต่วางไม่ลง Yongchan มองไปข้างหน้า ก็เห็นว่าเส้นทางชีวิตของเราๆ ท่านๆ ในปีหน้านี้ ก็คงจะไม่ได้แตกต่างจากปีที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะขอให้มันดีวิเศษอย่างไร แต่มันก็ต้องมีวันที่ทุกข์ เหนื่อยยาก ลำบาก ท้อแท้ วันใดที่รู้สึกเช่นนั้น ขอให้นึกถึงหนังสือเล่มนี้ ขอให้นึกถึงคนๆ นี้ (จะนึกถึงเอ็นทรี่นี้ก็ได้ไม่ว่ากัน :D) ว่าเขาทุกข์ยากกว่าเราแค่ไหน แต่เขายังผ่านมันมาได้ แล้วเราล่ะ จะยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตเพียงแค่นี้เองเหรอ!? ขอให้ทุกท่าน "อดทน" และ "สู้" กับปีใหม่ที่กำลังจะมาค่ะ |