| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
มีคนมาทวงหลังบ้านว่า ดองจนบล็อกจะเค็มแล้ว หุหุ... ก็จริงอย่างคนทวงค่ะ ไม่รู้ทำไม พักนี้ไม่มีอารมณ์อัพบล็อกเลย อันที่จริงย้อนกลับไปดูเรื่องที่เขียนมาตั้งแต่ปีใหม่ ก็พบว่ามู้ดมันหดหู่ ผิดหวัง เซ็ง แบบต้องเรียกหากำลังใจมากมายจากทุกแห่งหน มาร่วมสองเดือนแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่า "การเมืองเรื่องของอำนาจ" เรื่องของคนทีเขาชิงดีชิงเด่นกัน (และไม่เห็นว่าท่านๆ เหล่านั้นจะคิดทำอะไรให้ประชาชนมั่งเลย) มันจะมีผลต่อเรามากขนาดนี้... นี่ขนาดว่าอยู่ไกลเป็นหมื่นกิโลนะเนี่ย.. ถ้าอยู่เมืองไทย ไม่รู้มันจะหดหู่จนตายกันไปข้างหนึ่งไหม!? เข้าใจเลยว่าทำไมชื่อบนเอ็มของหลายๆ คน จึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่... ครั้นไม่มองเว็บ ไม่มองการเมือง หันออกไปมองนอกหน้าต่าง ก็เห็นวิวอันแสนจะหดหู่ คิดดู๊... นี่มันจะเข้าเดือนมีนาคมอยู่แล้ว อากาศยังหนาว ฟ้ายังอึมครึม มีฝนตกเป็นระยะ ต้นไม้ก็ยังไม่ออกดอกออกใบ มีแต่ต้นโล้นๆ สีน้ำตาล ชวนให้ละเหี่ยใจเสียนี่กระไร...
(วิวหน้าบ้านค่ะ) ได้มาอยู่เยอรมนี จึงเข้าใจได้ว่าทำไมคนที่นี่ถึงพร้อมจะแก้ผ้าเมื่อมีแดด เพราะถ้าคุณต้องอยู่กับสภาพอากาศหนาวโคตร และไม่มีแดดเลย เมื่อแดดมา มันหมายความว่าคุณไม่ต้องใส่เสื้อผ้าสามสี่ชั้น (หนักมากนะ ขอบอก) สามารถเดินออกนอกบ้านได้นานเท่าที่จะทำได้ ที่สำคัญได้โชว์ผิวที่หลบอยู่ใต้ผ้ามาหลายเดือน เสื้อผ้าสายเดี่ยว กระโปรงสั้นจึงขายดีมาก ก็คนมันไม่ได้โชว์มาตั้งนานนี่นะ และเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ ฟิตเนส คนเยอะมาก โดยเฉพาะคลาสฟิตกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้นและขา คนล้นตลอด ครูที่สอนยังแซวอยู่ว่า พวกหล่อนจะฟิตรอรับซัมเมอร์กันล่ะสิ ^_^ สัญญาว่าหน้าร้อนปีนี้ จะถ่ายรูปสาวๆ หนุ่มๆ เยอรมันนอนเปลือยกายอาบแดดมาฝากค่ะ อิอิ
(วิวหน้าบ้าน เมื่อเบี่ยงตัวไปทางขวานิดๆ รถสีเหลืองคือรถรางค่ะ) พอนึกย้อนกลับไป ก็เกือบปีแล้วที่ได้มาอยู่ที่นี่ ปีที่แล้วตอนที่มาถึง ก็ได้เห็นวิวอย่างนี้เนี่ยแหละ ตอนนั้นยังพูดภาษาไม่ได้เลย เก็บตัวอยู่ในห้องสองอาทิตย์กว่าถึงได้เริ่มไปเรียนหนังสือ ไปถึงก็เป็นใบ้ จนคนในห้องคงคิดว่าอีนี่เป็น stereotype คนเอเชีย แบบว่าไม่ยอมพูด นึกแล้วก็ตลก เพราะจากวันนี้ที่เรียนชั้นสี่ วันนี้เรียนชั้นสิบแล้ว จะจบขั้นกลางแล้วนะ
ตอนเรียนชั้นสี่
ชั้นแปด (ระดับกลาง)
ชั้นเก้า คิดแล้วก็ขำ จากวันที่ร้องไห้เพราะโดนคนในห้องไซโค แล้วเถียงกับมันไม่ได้ จนต้องให้ Queen of Nostalgia ปลอบ จนถึงวันนี้ ที่พูดได้มากขึ้น (แต่คนที่ฟังโดยมากจะไม่ค่อยเข้าใจ เอิ๊กๆๆ) เดินไปจ่ายตลาด ไม่ต้องคอยมองป้ายคิดเงิน หรือจ่ายแบงค์ใหญ่ๆ รอเงินทอน (เพราะฟังราคาไม่ทัน) อันที่จริงก็ตกใจเหมือนกัน...ว่าเดี๋ยวนี้เดินไปนอกบ้านเจอะเจอป้ายป้ายโฆษณา ก็พอจะอ่านรู้เรื่องมากขึ้น หาอะไรไม่เจอก็ถามคนขายได้ แม้บางทีจะไม่รู้ว่าเขาตอบอะไรมาก็ตาม (ฮ่วย) อ้อ...โทรศัพท์ไปนัดหมอยิ่งสนุก ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย... แต่ก็ได้นัดจนได้ บางทีก็งงว่าทำไปได้ยังไง สงสารคนรับโทรศัพท์ม๊ากมาก... วันก่อน ย้อนกลับไปอ่านที่พี่ดินดำน้ำชุ่มเคยมาเขียนตอบไว้ในบล็อก... เฮ้ย... อ่านออกแล้วเว้ย... (ดีใจมากๆๆ เลยค่า) อ้อ...สอบภาษาชั้นต้นผ่านแล้วด้วยน้า..... ยังช็อคอยู่ถึงทุกวันนี้เลย... หุหุ...
(เบี่ยงตัวมาทางซ้ายจะเห็นตัวเมืองอยู่รำไร พักนี้มีคนมาถามบ่อยๆ ว่าเหงาไหม? ถ้าบอกว่าไม่เหงาก็คงจะเป็นการโกหก เพราะว่าอะไรจะสนุกเหมือนกับได้อยู่ที่บ้าน ล้อมรอบไปด้วยครอบครัวและเพื่อนฝูงที่รู้จักกันมาหลายสิบปี ในบ้านเมืองที่คุ้นเคย... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่ที่นี่แล้วไม่ดี เพื่อนใหม่ก็มี เรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตก็ไม่ใช่น้อย (เช่น พูดภาษาเยอรมันพอได้แล้ว โอ้ ก้อด... ใครจะคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเรียนภาษายากโคตรๆ อย่างนี้ด้วย) การที่โดนบังคับกลายๆ ให้ต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ก็เป็นการบังคับตัวเองไปในตัว ให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และปรับตัวให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง เวลาที่เหงาๆ เศร้าๆ ก็นึกปลอบใจตัวเองว่า เอาน่า... เกิดมาหนเดียว เจออะไรหลายๆ อย่างก็ดีแล้ว ชีวิตจะได้คุ้ม :) และเวลาที่พูดภาษาเยอรมันไม่ออก แล้วบ่นให้เพื่อนอเมริกันที่เรียนด้วยกันฟัง เธอจะขึ้นเสียงใส่ "เห็นไหม? แล้วหล่อนจะมากลุ้มใจอะไรยะ คิดดูนะ เราเรียนภาษานี้มาแค่ปีเดียว เราพูดกันเป็นเยอรมันได้แล้วนะ หล่อนต้องภูมิใจสิ ว่าถ้าเทียบกับภาษาอังกฤษแล้ว หล่อนเรียนรู้ได้เร็วมากแล้ว" เออ... เพื่อนมันก็พูดถูกนะคะคุณ :D ตอนหน้าเรามาฉลองบล็อก Yongchan ครบรอบ 1 ปีกันนะคะ |