| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
เป็นคำถามยอดฮิตที่เจอบ่อยจังเลยช่วงนี้ โดยเฉพาะญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่เมืองไทย ถ้าไม่เจอกันนานๆ ซักหน่อย แล้ว มาเจอกันออนไลน์ หรือได้กริ๊งกร๊างกันเนี่ย... หนีไม่พ้นจริงๆ เพื่อนที่รักบางคน ไม่ถามด้วยซ้ำว่าสบายดีไหม? ฮัลโหลเสร็จ ก็เข้าประเด็นทันที มีน้องหรือยังยัย Yongchan? ชั้นอยากเห็นหน้าหลานอ่ะ
เพื่อนๆ ญาติๆ อยากรู้ว่า สองคนนี้ มีลูกแล้วหน้าตาจะออกมาเป็นยังไงนะ? เจอทีสองทีไม่เป็นไร แต่เจอบ่อยๆ มันก็ชักมีตะหงิดๆ ว่า ก็แล้วทำไมคุณมึงที่รักไม่คิดแต่งงาน ไม่คิดผลิตลูกเป็นของตัวเองมั่งค้า... มาเรียกร้องรอเลี้ยงลูกคุณกูอยู่ได้ (ขำๆ นะ) อันที่จริง มองไปรอบตัวช่วงนี้ ก็เห็น(ว่าที่) เจ้าตัวน้อยมากมาย อาทิตย์ที่แล้ว ไปงานแต่งงานเพื่อน เจ้าสาวท้องได้สี่เดือนแล้ว เจ้าบ่าว เจ้าสาวและญาติๆ ดีใจกันทุกคน ลุ้นกันมานานว่าเมื่อไหร่เพื่อนจะมีกับเขาซักที (เพราะพี่สาวของเธอ ล่วงหน้าไปแล้วสี่คน เอิ๊กๆ) เพื่อนคนนึงก็เพิ่งคลอด ได้หนุ่มน้อยตัวขาวจั๊วะมาอยู่ในอ้อมกอดแม่ ส่วนพี่สาวเพื่อนก็ได้ลูกชาย รออยู่ว่าเขาจะให้ไปเยี่ยมเมื่อไหร่ เมียตามาร์ค (ยังจำเรื่องงานแต่งงานของเขากันได้ไหมคะ?) ก็ท้องแล้ว เห็นว่าจะได้ลูกสาว แต่ที่โดนอย่างแรงที่สุด คือ เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว มีอาคันตุกะชาวฟิลิปปินส์มาเยือนที่บ้าน เธอหอบเอาสุดหล่อวัยสี่เดือนมาด้วย เห็นแล้วก็ใจหวิว... อยากมีลูกมั่งจัง... ตั้งสติได้ก็ตกใจตัวเอง... นึกขำว่า แต่พอคิดถึงความเป็นจริง ความอยากก็หายไปหมดสิ้นเลยล่ะ ทำไม? ฉันว่าเรายังไม่พร้อม ถ้าจะมีลูก ก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา แต่ตอนนี้เรายังไม่อยู่ตัวเลย ครอบครัวมีรายได้ทางเดียว จะเลี้ยงสามปาก ฉันว่าจะไม่ไหวเอานา และ ถ้าฉันยังพูดภาษานี้ไม่รู้เรื่อง บอกหมอไม่ได้ว่าฉัน หรือลูกเป็นอะไร หรือ ฟังหมอไม่รู้เรื่องว่าตกลงฉันกับลูกเป็นอะไรกันแน่ ฉันก็ว่าอย่าเพิ่งมีดีกว่า แล้วฉันก็ไม่แน่ใจว่า จะเลี้ยงลูกให้เขาเติบโตมาเป็นคนดีได้อย่างไร? ใครๆ ก็บอกว่าสัญชาติญาณแม่ เดี๋ยวก็ทำได้เอง แต่ฉันไม่มั่นใจในตัวเองล่ะ (แต่ที่แน่ๆ ฉันจะไม่ส่งเสริมลูกในทางที่ผิด เช่น ติดยศให้ลูกที่บ้านแน่นอน... ให้ตายเถอะ ทำไปได้ยังไงนะ ไม่มีความละอายใจบ้างเลยหรือไงนะ? คนเรามันต้องมีศักดิ์ศรีกันมั่งสิ(วะ)) แล้วก็มีลูก ก็ไม่ใช่เหมือนการเรียนหนังสือ ไม่ใช่ว่าทนหน่อยสี่ปี เรียนจบแล้วจบกัน แต่ลูกจะอยู่กับเราตลอดไป จะเป็นห่วงผูกคอเรา ให้เรากังวลใจ (เขาอาจจะไม่อยากให้เรากังวล แต่เราจะกังวลไปเอง ก็ลูกนี่นะ) ไปจนกว่าเราจะตายจากกันไป...
ลูกอาจจะน่ารักตอนเป็นเด็กๆ แต่โตขึ้น (ก็ยังน่ารักอยู่) เราก็ต้องเป็นกังวลว่าจะเข้าโรงเรียนดีๆ ได้ไหม เป็นวัยรุ่น ก็กลัวว่าจะติดยา จะท้อง จะใจแตก ไม่เรียนหนังสือ ตอนเอ็นท์ก็ต้องลุ้นว่าคะแนนแอดมิชชั่นมันจะโอเคไหม จะได้เรียนที่ดีๆ หรือเปล่า? เรียนจบก็ต้องลุ้นอีกว่าจะได้งานทำรึเปล่า? นี่ยังไม่นับว่า ถ้าลูกมีปัญหาที่โรงเรียน ที่ทำงาน กับเพื่อนฝูง คนรอบข้าง เราก็ต้องเป็นที่ปรึกษา คอยรับฟัง คอยช่วยแก้ปัญหา ถ้าเขามีแฟน แล้วอกหัก เขาจะอยู่ได้ไหม ฯลฯ สำคัญที่สุด ฉันว่าการมีชีวิตอยู่นี่มันเป็นทุกข์นะ จริงอยู่ความสุขมันมี แต่มันแป๊บเดียวเอง เพื่อนๆ ชอบบอกว่าฉันคิดมาก มีไปเดี๋ยวก็เลี้ยงได้เอง มันก็มีวิถีทางไปของมันเอง... แต่ฉันว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น... แล้วคุณล่ะ คิดว่าฉันคิดมากเกินไปหรือเปล่า? **************** ป.ล. ใครอ่านมาถึงบัดนี้และรอดูลูกฉันอยู่ ขอแนะนำว่าให้ผลิตลูกของตัวท่านเองไปก่อนเลยนะฮะ เพราะว่าของอิชั้นเนี่ย... อีกนานฮ่ะ ^_^ |