• yongchan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 102
  • จำนวนผู้ชม : 73603
  • จำนวนผู้โหวต : 622
  • ส่ง msg :
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



ถ้าคุณเห็นผู้หญิงไทยเดินมากับฝรั่ง คุณจะคิดว่า?
เธอต้องประกอบอาชีพแถวพัทยา ภูเก็ต ไม่ก็ซอยนานา แน่ๆ
0 คน
หูยส์ โชคดีจังเลย อิจฉา.. อยากได้มั่งจัง ฝรั่งเนี่ย เขาไปหากันที่ไหนนะ
0 คน
พวกฝรั่งขี้นก ไม่มีปัญญาหาในบ้านตัว ถึงต้องมาหาเอาข้างนอก เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่างนะเฟ้ย
1 คน
ผู้ชายไทยก็มีเยอะแยะ มัวแต่หลงฝรั่งอยู่ได้
1 คน
ไม่คิดอะไร คนเขาจะรักกันชอบกัน ก็เรื่องของเขา
1 คน
อื่นๆ (จะเป็นพระคุณมากถ้าท่านทิ้งเม้นท์ไว้ที่บ้านว่าคิดอย่างไรค่ะ)
1 คน

  โหวต 4 คน
วันอังคาร ที่ 9 กันยายน 2551
โตเกียว ในมุมมองของฉัน
Posted by yongchan , ผู้อ่าน : 514 , 03:04:20 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว  
พิมพ์หน้านี้


พูดถึงโตเกียวแล้ว คุณนึกถึงอะไรคะ?

ฉันขอเสร่อนึกถึง “ขนมโตเกียว” ตามรถเข็นก่อนเป็นอันดับแรก สงสัยเป็นเพราะอ่านข่าวพธม.มากเกิน เลยพาลนึกถึงรถเข็นขายขนมข้างทาง ขนมโตเกียว ใส้ครีมและใบเตย อันละสองบาท ใส้ไส้กรอก หรือไข่นกกระทาอันละสามบาท

ฉันจำได้ว่า ซื้อสิบบาท กินอิ่มเหมือนกันนะ คริ คริ

นี่ไม่ใช่ขนมโตเกียว แต่เห็นแล้วรู้สึกว่าญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น
มีคำบรรยายสรรพคุณเสร็จสรรพ ว่ากัดเข้าไปแล้วจะได้เจอกับอะไรบ้าง
สนนราคาก้อนละร้อยหกสิบกว่าบาทเท่านั้นเองค่ะ

**********************************

กลับมาเข้าเรื่อง 

ปลายเดือนมิ.ย. ฉันได้ไปญี่ปุ่นครั้งที่สาม และเป็นโตเกียวครั้งที่สอง ดีใจมาก เพราะฉันชอบญี่ปุ่นมากๆ ชอบศึกษาเกี่ยวกับสังคมบ้านเขา (การเมืองไม่สน) เพราะว่ามันช่างมีวัฒนธรรมอันโดดเด่น ความแตกต่างแบบสุดขั้ว แต่ผสมอยู่ในสังคมหนึ่งเดียวนี้ น่าสนใจเหลือเกิน

ครั้งแรกที่ไปเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่น คือเกือบสิบปีมาแล้ว ไปประชุมที่คิตะคิวชู ซิตี้ ห่างจากฟูกุโอกะ หนึ่งชั่วโมงรถบัส ครั้งนั้น เหมือนไปทำงาน ไม่ได้เห็นอะไรมาก แต่ก็หอบตุ๊กตาคิตตี้ของแถมจากแม็คโดนัลด์มาเต็มกระเป๋า (เดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้) สมัยนั้นแสนเชย กินปลาดิบก็ไม่เป็น ซูชิก็ไม่เป็น โซบะเย็นก็ไม่รู้เรื่อง... ก็นั่นมันตั้งแต่สมัยอาหารญี่ปุ่นยังไม่บูมนี่นะ

แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ อย่าให้ได้เห็น จะรีบวิ่งเข้าใส่ทันที อิอิ

ครั้งที่สอง ไปงานแต่งงานของเพื่อนที่โตเกียว น่าเสียดายมากๆ ที่เรามีเวลาเพียงแค่สามวัน... เลยไม่ได้ทันได้เห็นอะไรมากมาย เป็นครั้งแรกที่ไปเหยียบเมืองหลวงของญี่ปุ่น ได้เห็นชินจูกุ ฮาราจูกุ ชิบูย่า ครั้งแรก ทุกอย่างดูน่าสนุก น่าตื่นเต้นไปหมด  คนเยอะจังเลย...

ครั้งนี้ ฉันพาคุณแม่ไปเยี่ยมน้องชาย เป็นครั้งแรกที่ได้ไปอยู่แบบใช้ชีวิตจริงๆ เพราะอยู่กับน้องชาย มีบ้านให้อยู่ มีที่ๆ ให้รู้สึกว่าต้องกลับมาทุกเย็น มันเป็นห้องเล็กๆ ความกว้างไม่น่าถึงสามเมตร ความยาวก็ไม่น่าจะเกินแปดเมตร ห้องน้ำ ห้องครัวเล็กๆ สไตล์ญี่ปุ่น โชคดีมีชั้นลอย ใช้เป็นที่เก็บของได้ ชั้นลอยนี้ เราขึ้นไปนั่งตัวตรงไม่ได้นะคะ หัวติดกำแพงแล้วค่ะ ได้ข่าวว่านักเรียนคนอื่นเขาแชร์ห้องแบบนี้กันสองคน โอ้..ก้อด อยู่คนเดียวก็อึดอัดจะแย่แล้วนะ ฉันว่า แต่นี่เราอัดกันไปสามคน ไม่เป็นไรน่า แค่อาทิตย์เดียว

ไปเที่ยวนี้ มีเวลามากมาย น้องชายมีเรียน จึงไม่ได้พาเที่ยว ฉันต้องพาคุณแม่เที่ยวเอง ตกใจเหมือนกันที่ตัวเองเครียดแบบไม่รู้ตัว เพราะต้องคิดโปรแกรมเองหมด แถมภาษาก็พูดไม่ได้ด้วย โชคดีที่คุณแม่ไม่เรื่องมาก แบบว่าต้องไปที่โน่นที่นี่ แม่บอกว่าได้มา ก็ถือว่าได้เที่ยวแล้ว แม่ทานง่าย อะไรก็ได้ ไกด์จำเป็นเลยเครียดน้อยลงหน่อย ถ้ามีลูกทัวร์ประเภทดีมานด์มากๆ คงได้มีลูกระเบิดลงกันบ้างนะเนี่ย...

ได้พาคุณแม่ไปไหว้พระพุทธรูปกลางแจ้ง ไดบุทสึ
ปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก

เป็นเพราะมีเวลา ได้เดินดูโน่นนี่ ดูวิถีชีวิตของคน ไปแต่ที่เดิมๆ สถานีเดิมๆ ห้างเดิมๆ เดินวนมันอยู่นั่น จนทะลุปรุโปร่ง (เพราะเราไม่ได้เที่ยวสะสมแต้ม) จากภาพร้านรวงที่ดูละลานตาในวันแรก บัดนี้ก็เริ่มหาทาง navigate ได้แล้ว 

การมาครั้งนี้ ได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ทำให้มีอะไรอะไรในญี่ปุ่นหลายๆ อย่าง สะกิดใจฉันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

หนึ่ง เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ชนะเลิ
ถ้าเยอรมนีจะเจ๋ง เก่ง ในเรื่องเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นรถ เครื่องจักร เครื่องยนต์ หลอดไฟ ฯลฯ แต่ฉันว่าญี่ปุ่น คือสุดยอดของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน

จะมีใครที่ไหนในโลก คิดโถส้วมที่ฉีดน้ำล้างก้นให้เราอีกไหมนะ? ไม่ได้มีแค่ที่ฉีดน้ำนะ เลือกได้ด้วยว่าจะเอาความแรงเท่าไร จะให้น้ำออกมาแล้วไหน จะอุ่น จะเย็น จะเอาลมเป่าก้นด้วยรึเปล่า? จะให้มันมีเสียงเวลาเราทำธุระไหม คนอื่นจะได้ไม่ได้ยิน ฯลฯ คิดได้ยังไงนะ

หรือว่า เครื่องสั่งอาหารในร้านฟ้าสต์ฟู้ด ใส่เงินเข้าไป อยากกินอะไรก็กด ได้เป็นคูปองออกมา ในขณะเดียวกัน ออเดอร์ก็จะไปขึ้นในครัว แป๊บเดียวทันใจ มีข้าวหน้าหมูมาวางอยู่ตรงหน้า รีบเร่งอะไรกันขนาดนั้น(แต่ก็สะดวกจริงๆ)

โฉมหน้าของเครื่องสั่งกับข้าวอัติโนมัติ
ข้อควรระวัง ถ้าไม่มีรูป แล้วอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ก็อาจอดกินได้ เอิ๊กๆๆ

นี่ยังไม่นับของใช้ทั่วไป เช่น ถุงแขน (คือเหมือนปลอกแขน เอาไว้ใส่กันแดดเวลาขี่จักรยาน หรือต้องทำงานตากแดด) ที่ช่วยเบิ่งขนตา (เอาไว้ใช้เวลาปัดมาสคาร่า) และอีกมากมายสารพัดที่ช่วยให้คุณมีชีวิตที่ง่ายขึ้น (รึเปล่า?)

สอง  เป็นผู้หญิงญี่ปุ่นนี่ “ลำบากจัง” 
ฉันรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากที่จะเติบโตมาในสังคมนี้ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นผู้หญิง (ผู้หญิงอาจจะเถียงฉัน เพราะว่าพวกเธอชินเสียแล้ว) ฉันสังเกตดูว่า ผู้หญิงแทบทุกคนที่ฉันเห็น แต่งหน้า เหมือนกันหมด รองพื้นให้หน้าขาวเด้งๆ เนียนๆ ตากลมๆ โตๆ ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า เด้งๆ งอนๆ ทาปากลิปกลอสใสๆ คิกขุ อาโนเนะกันหมด เครื่องสำอางค์ทุกยี่ห้อก็จะมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แข่งกันนำเสนอ

ดูแค่ท่าก้มดูป้าย กับการสะพายกระเป๋าก็บอกได้แล้วว่าเป็นคนญี่ปุ่น
ว่าไม๊คะ?

การแต่งตัว แม้มันจะมีความหลากหลายในลวดลายและสีสัน แต่ก็ออกมาในแนวเดียวกัน ถ้าใส่กระโปรงสั้น ก็ต้องมีถุงน่องสีดำยาวๆ ถือกระเป๋า ตรงข้อศอก... โทรศัพท์ต้องใส่ถุง มีที่ห้อยเป็นรูปตัวการ์ตูนเล็กๆ  

มันเป็นอย่างที่ทั้งชาติจริงๆ (เรื่องโทรศัพท์นี้ ผู้ชายก็ไม่ละเว้น)

ไม่ได้ว่าคนไทยไม่เป็น แต่รู้สึกว่าคนญี่ปุ่นเป็นหนักกว่า อาจจะเพราะคนญี่ปุ่นมักจะขาว ก็เลยดูเพลิน สวยเหมือนๆ กันหมด ฉันคิดต่อว่า แล้วยิ่งสังคมนี้เป็นสังคมที่เชิดชูการอยู่กันเป็นกลุ่ม ถ้าเกิดเป็นผู้หญิง แล้วไม่แต่งตัว อยู่ที่ญี่ปุ่นนี่คงแย่แน่ๆ เพื่อนคงไม่คบ เข้ากลุ่มไม่ได้ ขาดความมั่นใจ เป็นบ้า ฯลฯ เข้าใจได้เลยว่าทำไมถึงมีการ bully มี gangster

ช่วงที่ไป เป็นหน้าร้อน สาวๆ ใส่ชุดยูกาตะออกมาเดินกันมากมาย

ถึงไม่สาวก็แต่งชุดยูกาตะมาเดินนะจ๊ะ

นอกจากนั้น ความเหนื่อยยากลำบากกาย ยังสังเกตได้จากการขายของ... ถ้าใครได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ขอให้สังเกตว่ากว่าจะซื้อของหนึ่งชิ้น พนักงานจะต้องพูดว่า (ฟังไม่ออกหรอกนะ แต่สังเกตจากอาการได้ประมาณว่า)
สวัสดีค่า ร้าน xxx ยินดีต้อนรับค่า
ชมก่อนได้นะคะ... สดใหม่ทั้งนั้นนะคะ

 (พอเราสนใจสินค้า ถ้าถามได้ พวกเธอก็ต้องตอบคำถาม)

 (เมื่อตัดสินใจซื้อ)
 ค่ะ รับ xxx เป็นจำนวน xxx ชิ้นนะคะ
ห่อไหมคะ?
รับถุงเพิ่มไหมคะ?
(หยิบของซึ่งเป็นกล่องอยู่แล้ว ไปห่อกระดาษ แล้วเอาใส่ถุง)
 ทั้งหมดเป็นเงิน xxx นะคะ
 รับเงินมา xxx นะคะ...
 เงินทอนนะคะ
(ถ้าทอนเป็นแบงค์เยอะๆ ก็จะนับให้เราดูต่อหน้าอีกน่ะ)
 นี่คะของ
ขอบพระคุณมากนะคะ โอกาสหน้าใช้บริการใหม่นะคะ

 
ฉันรู้สึกว่ามันน่าเหนื่อยมาก พูดมากเหลือเกิน โค้งแล้วโค้งอีก  กว่าจะขายได้แต่ละอย่าง (คนแก่ที่เขาหลังค่อมมากๆ ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนมีอาชีพขายของอย่างนี้รึเปล่านะ) ถ้าตัดให้มันกระชับ สั้นเข้า อาจจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตเร็วกว่านี้ก็ได้ (คิดไปนั่น)
แต่ก็อีก ก็เข้าใจว่ามันเป็นวัฒนธรรม คุณลูกค้าก็คาดหวังว่าพนักงานจะต้องเอาใจใส่ดูแลให้ดีอย่างนี้ทุกคน เขาจึงยืนคิวรอกันอย่างยาวนาน (เป็นฉันก็เดินออกไปแล้ว)

กว่าจะได้ขายแต่ละอย่าง ลำบากจริงๆ นะ

นี่ยังไม่นับว่าภาษาญี่ปุ่น มีความซับซ้อนในแง่ความสุภาพมาก การพูดถึงหัวหน้าเรากับเพื่อนร่วมงาน หรือพูดกับลูกค้า จะใช้คำศัพท์ที่แตกต่างออกไป เหมือนกับคำว่า “กิน” กับ “รับประทาน” แต่มันซับซ้อนกว่านั้นมาก (น้องชายบอก) ซึ่งถ้าจะออกไปทำงานในโลกภายนอก ก็ต้องฝึกพูดภาษาแบบนี้ให้ได้

เหนื่อยอ่ะ

เป็นผู้ชายก็เหนื่อยนะฉันว่า ต้องแต่งสูทไปทำงานทุกเช้า หัวหน้าชวนไปกินเหล้าต่อก็ต้องไป ทำงานดึกดื่น มาก่อนกลับทีหลัง กลับบ้านเร็วๆ ก็ไม่ได้ นั่งรถไฟก็เบียด ก็แน่น เหนื่อยนะ

แต่ยังไงฉันก็ว่าผู้หญิงเหนื่อยกว่า... 

สาม ที่โตเกียวนี่ คนเยอะจริงๆ เลยเนา
ฉันไปยืนรอน้องชายที่สถานีชินจูกุ ทางฝั่งตะวันตกมั้ง (ไม่ไกลจากตึกไทม์สแควร์) เวลาประมาณหกโมงครึ่ง

น้องๆ นักเรียนจูเนียร์ไฮ เห็นแล้วนึกถึงการ์ตูนที่เคยอ่านจริงๆ :D
นี่คือสถานีแถวบ้านนะคะ ไม่ใช่ชินจูกุ

ไม่รู้คนมาจากไหนมากมาย... ผู้คนไหลมาเทมา จากทั้งทางออกของรถไฟ สายต่างๆ จากห้าง จากถนนข้างนอก เดินเข้ามาเพื่อจะไปขึ้นรถไฟ คนมันเยอะมาก ไหลมาไม่ขาดสาย ทั้งๆ ที่ออกมาแล้ว เดินผ่านไปแล้ว คนใหม่ๆ ก็เดินตามออกมาอีก เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ไม่มีวันจบสิ้น ไม่รู้คนมาจากไหนเยอะแยะ แล้วเขาจะไปที่ไหนกัน 

บอกหนูหน่อย จะไปไหนกันเหรอคะพี่

ฉันเห็นแล้วเหนื่อยมาก อยากเป็นลมอยู่ตรงนั้น รู้สึกว่า อยู่ที่นี่ ยากจัง พื้นที่จะยืนก็แทบจะต้องแย่งกัน แล้วเวลาซื้อของอีกล่ะ ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่า คนที่ช้อปในห้างตรงนั้น (เซย์บุมั้ง) ช้อปกันได้ยังไง ในที่ๆ คนเยอะแบบนั้น ฉันว่าพารากอนวันเสาร์อาทิตย์คนเยอะมากแล้ว ไม่ได้เสี้ยวของชินจูกุตอนหลังเลิกงานเลยนะ

จากที่เคยคิดว่าอยากมาอยู่ญี่ปุ่นซักสองสามปี เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจแล้ว

และ ฉันไม่แปลกใจเลยนะว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบเมืองไทย ทำไมพนักงานบริษัทต่างๆ ต่างก็แย่งกันมาประจำที่เมืองไทย เมืองสบายๆ ชิลล์ๆ (ไร้กฎระเบียบและเริ่มจะไร้หลักการขึ้นทุกวัน) 

ว่าแล้วก็นะ... อยู่เมืองไทยดีที่สุดอยู่แล้ว... 

ก่อนจากเอาป้ายเลือกตั้งมาให้ชมกัน ป้ายเลือกตั้งก็ยังมีตัวการ์ตูนได้อีก
เอากับเขาเซ่...
^_^

 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 48
eddie วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/supermodels

ไม่เจอผู้หญิงญี่ปุ่นประเภทแหกกฏเหรอ ทีเอาสีมาทาตัวทาหน้าจนดำไปทั้งตัว เห็นฮิตอยู่ช่วงนึง
ความคิดเห็นที่ 47
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/09/2008 เวลา : 10.18 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

มันมีหลาย topic
ขอเม้นท์เรื่อง ผู้หญิงละกัน

ยังไงเราว่าผู้หญิงเมืองไทยก็แต่งตัวเหมือนกันแบบ...น่ากลัวกว่า
อะไรที่ฮิต จะไม่ใช่แค่ สไตล์ แต่เป็น"ของ" ของหนึ่งชิ้นที่ต้องมีเหมือนกัน เป็นลักษณะอุปาทานหมู่ของแฟชั่นสาวไทย เช่นกระเป๋งลองชอมป์ (Longchamp)
ความคิดเห็นที่ 46
คนกันเอง วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 14.03 น.
http://www.oknation.net/blog/tt
...Daily ,  Emotion  and  season  of  Asia... 

ใช่แล้วครับพี่น้อง...

อยู่เมืองไทยนี่สบายสุด ๆ จริง ๆ ...

แต่การได้ไปเที่ยวต่างประเทศก็ดีอย่าง...

เพราะคุณสามารถด่าหรือนินทาคนบนรถไฟหรือในที่สาธารณะได้ซึ่ง ๆ หน้า...

(ความเลวเฉพาะตัวห้ามเอาเป็นเยี่ยงอย่างเพราะคุณอาจไม่มีชีวิตรอดกลับเมืองไทยเหมือนอย่างที่เราเคยโดน)...
ความคิดเห็นที่ 45
กระเจี๊ยบ วันที่ : 12/09/2008 เวลา : 02.22 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

เกี่ยวกับญี่ปุ่นนี่ รู้จักแค่ Kitaro เพราะชอบมากที่สุด และคนที่ชื่อมาซาโนบุ ฟูกุโอกะ ที่เขียนหนังสือเรื่อง "การปฏิวัติด้วยฟางเส้นเดียว" น่าสนใจมาก

หย่งสบายดีนะ พี่เจี๊ยบไม่อยู่บ้านหลายวัน ดีใจที่หย่งอัพบล็อก
ความคิดเห็นที่ 44
beckyblooms วันที่ : 11/09/2008 เวลา : 22.49 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..

ชอบขนมอ่ะคุณหย่ง..เห็นแล้วอยากกินมากกกกกกก

แต่ที่ชอบมากกว่าคือ..ป้ายเลือกตั้ง!

น่ารักดีที่มีตัวการ์ตูนด้วยเนอะ..
ความคิดเห็นที่ 43
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 11/09/2008 เวลา : 16.00 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

มาบอกหย่งว่า วันนี้กินอาหารญี่ปุ่นอีกแล้ว มาม่า เอ๊ย ภูเขาไฟ จ้า คริคริ
ความคิดเห็นที่ 42
market วันที่ : 11/09/2008 เวลา : 08.49 น.
http://www.oknation.net/blog/market

อ่านเพลินเลยคะ
ความคิดเห็นที่ 41
sat11 วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 23.57 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เมื่อทำได้เพียงเสียงกรีดร้อง ฉันจึงไม่ละทิ้งความพยายาม - กระดูก 

อยากไปเที่ยวมาก กินไปเที่ยวไป(ไม่เกี่ยวกับศพที่ถูกฝังเมื่อวานนะคะ )
ในเมืองใหญ่ชีวิตดูวุ่นวายทุกที่มังคะ อยู่บ้านนอกน่าจะสงบกว่านะคะ ที่จริงชีวิตไม่ต้องไฮเทคมากก็ได้นี่นา
ความคิดเห็นที่ 40
..ขิงชมพู.. วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 23.12 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu

ขอบคุณภาพสวยๆ คำบรรยายเยี่ยมค่ะ...

เห็นแล้วอยากไปบ้างค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 39
sweet_aspiration วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 18.47 น.
http://www.oknation.net/blog/breathe

รู้จักน้องที่เรียนอยู่ญี่ปุ่นสองคน ไม่แต่งหน้าทั้งคู่ แต่งตัวก็เรียบ ๆ นะ น้องบอกว่า เพื่อน ๆ ในกลุ่มก็แต่งหน้า แต่งตัวกันเก่งมาก แต่น้องไม่สน ไม่ต้องตามเทรนด์ก็ได้

สมัย Triumphs Kingdom เอาสายเดี่ยว กะเกาะอกมาเผยแพร่ ได้ยินว่า ตามแบบญี่ปุ่น เลยถามเพื่อนที่เรียนที่นั่น เพื่อนบอกว่า ไม่จรี๊ง ไม่จริง มันก็เป็นแค่กลุ่ม ๆ เหมือนเด็กที่เดินสยามบ้านเรา ไม่ใช่ว่าแต่งอย่างนั้นกันทั้งประเทศน่ะ

ส่วนเรื่องวิถีชีวิต เพื่อนเราที่จบจากญี่ปุ่น เดินกันเร็วมาก จนเป็นนิสัย คนนึงบอกว่า ถ้าหยุดอยู่นิ่ง ๆ แถวสถานีรถไฟนะ ต้องโดนเหยียบตายแน่ ๆ
ความคิดเห็นที่ 38
ภัทรพร วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 15.10 น.
http://www.oknation.net/blog/pataraporn

สวัสดี หย่ง ที่รัก

พยายามจะกลับมาเขียนบล๊อกใหม่อีกครั้งแล้วนะ อย่าลืมติดตาม

Enjoy the trip น้า คิดถึง
ความคิดเห็นที่ 37
apooh วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 14.15 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

ชอบรูปแรกมากกกกกกกกกกก อยากรุที่สุดว่า รสเป็นไง
ความคิดเห็นที่ 36
สงราษฎร์ วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 09.54 น.
http://www.oknation.net/blog/Leo

โตเกียว กับ ฮิโรชิมา อยากไปมาก....บ้านเมืองมีคนดีมาปกครองเมื่อใด...จะหาโอกาสไปเที่ยว..
.............
สะบายดี หย่ง
ความคิดเห็นที่ 35
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 08.16 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
  http://www.oknation.net/blog/konto2 

ป๋ามาชมที่บ้าน หน้าบานเลยค่า

.. ...นึกว่าบานอยู่แล้วซะอีก

พูดถึงพนักงานขาย
เดี๋ยวนี้เมืองไทยก็เป็นทุกร้าน พนักงานเหมือนหุ่นยนต์พูดไดอะล็อกบังคับ ที่ฟังไม่รู้เรื่อง (ขนาดใช้ภาษาเดียวกันนะ, ไม่มีอัธยาศัย สู้ป้าเมี้ยนขายขนมครกปากซอยที่บ้านยังไม่ได้เลย มีทักทายโอภาปราศัย อบอุ่นใจแบบไทยๆ
ความคิดเห็นที่ 34
naijoe วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 01.33 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

ผมก็ชอบมากเลยครับที่ญี่ปุ่นนี่...

เวลาซื้อของ...ขนาดเขารู้ว่าเราฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังพูดต่อไป...เหมือนถูกโปรแกรมมา...

คนก็เยอะจนเกินเหตุ...แต่นึกไม่ออก...ว่าทำไมถึงชอบและอยากไปอีก...


ความคิดเห็นที่ 33
BATTY วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 00.05 น.
http://www.oknation.net/blog/DIVING

ขออนุญาตมาแนะนำตัว Blogger หน้าใหม่ เพิ่งมาฝึกเขียน blog ที่บ้านนี้ด้วยนะครับ
แวะไปดูได้ที่ http://www.oknation.net/blog/DIVING
blog สำหรับคนรักสุขภาพ เสนอบทความสร้างสรรค์ในการดูแลสุขภาพอย่างมีหลักการโดยเภสัชกรที่ชื่นชอบกีฬาดำน้ำ มาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรค การดูแลรักษาตนเอง การปฐมพยาบาล ยาและวิธีใช้เบื้องต้น ครับผม
ความคิดเห็นที่ 32
hooknoi วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 22.52 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

อ่านเพลินเลยครับ ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย อยากไปเีที่ยวดูใบไม้เปลี่ยนสี
ความคิดเห็นที่ 31
slipknot วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

โหวต....
ความคิดเห็นที่ 30
GPEN วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 19.00 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

โตเดียว = โตเกียว
ความคิดเห็นที่ 29
GPEN วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 18.58 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

อ่านแล้วแอบอิจฉาอีกแล้ว ที่คุณyongchanได้ไปแต่ที่น่าสนใจทั้งนั้นเลยนะครับ...

ส่วนตัวชอบชาวเกาะกลุ่มนี้มากๆครับ
(เคยมีคนวิเคราะห์ว่าที่นิสัยและพฤติกรรมเป็นแบบกลุ่มก้อนมีความอดทน มีระเบียบแบบนี้เพราะการที่เขาเป็นชาวเกาะ ท่าจะมีส่วนมาก )

จริงทีเดียวที่อยู่เมืองไทยดีที่สุดแล้ว แต่คงเจ๋งมากถ้าได้ไปอยู่โตเดียวสักพัก (พร้อมเงินในกระเป๋า)
ความคิดเห็นที่ 28
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 16.13 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
  http://www.oknation.net/blog/konto2 

ชีวิตเมืองของเขา ถ้าไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกก็ลำบาก
แต่เพื่อนที่เคยไปเรียนญี่ปุ่นบอกว่าถ้าไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ ชีวิตบ้านๆ ของเขาน่าอยู่มาก (คนพูดมันคงเอียนกับเทคโนโลยีน่ะ)

คิดได้ไง..ขนมโตเกียว..

อย่างนี้คิดถึงเมืองจีน ให้คิดถึง ปักกิ่งขนมหวานกรอบ ชอบจริงๆ...
ความคิดเห็นที่ 27
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
  http://www.oknation.net/blog/konto2 

เขียนได้ฮาชนะเลิศเหมือนกันนะหย่ง
ความคิดเห็นที่ 26
Canary วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/ajhara

คิดอยากไปญี่ปุ่นอีก ประเทศนี้บรรยากาศน่าเที่ยวมาก และชอบผลิตอะไรน่ารักทำให้สนใจอยากซื้อ ถ้าของกินก็น่ากิน ไปหมด
ความคิดเห็นที่ 25
delicoco วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 14.59 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco
ถ้าเข้า delicoco1 ไม่ได้ ให้เข้า delicoco นะคะ 

สวรรค์ของคนชอบสกินแคร์และเครื่องสำอางเลยทีเดียว ฮ่าๆ

มีคนรู้จักชาวญี่ปุ่นคนนึงเล่าให้ฟังว่า น้องสาวเขาแต่งหน้าจัดมาก วันไหนที่น้องไม่แต่งหน้า พอเห็นหน้าน้องสาวตัวเองแล้วจะเป็นลม เพราะแต่งกับไม่แต่ง หน้าตานี่ต่างกันสุดๆ

ตอนนั้นได้โตเกียวบานาน่ากลับมากิน ส่วนตอนนี้กินขนมโตเกียวชิ้นละบาท 3 บาทหน้าออฟฟิศไปก่อน หุหุ
ความคิดเห็นที่ 24
wullopp วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 14.38 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

Vote 1 vote // ขอขอบคุณมากๆ สำหรับเรื่องราวดีๆ จากญี่ปุ่น // ขนมน่าทานมากๆ ครับ // สนับสนุนให้ท่านนายกฯ ลาออก เนื่องจากขาดสมรรถภาพในการแก้ไขข้อขัดแย้ง ทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหาย
ความคิดเห็นที่ 23
ชื่อเย็นเป็นยามโปรดเรียกพ้มว่ายามเย็น วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/YAM-YAN

ถ้าไปอีก ขากลับฝากซื้อ Tokyo Banana สักกล่อง ขอบอก อาร่อยมาก...
ความคิดเห็นที่ 22
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 13.27 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

เลือกถูกแล้วที่อยู่เชียงใหม่ อิ อิ
อยากไปจังญี่ปุ่น
.................
ที่บ้านมีสามอย่างที่ไม่ใช่ ญี่ปุ่น
1.ภรรยา
2.รถ
3.นาฬิกา
นอกนั้น ยุ่นปี่ทั้งนั้นเลย ยิ่งลูกชาย พูด พ่อ พ่อ ฟูจิ ฟูจิ
คริคริ

คิดถึงเน้อ
ความคิดเห็นที่ 21
TaTee วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

ญี่ปุ่น...อยากไปจังครับ..แต่ยังไม่มีบุญ..อิอิ...ว่าแล้วต้องไปหาขนมโตเกียวมากินแก้อยากไปก่อน
ความคิดเห็นที่ 20
LUCKYP วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 12.52 น.
http://www.oknation.net/blog/LUCKYP

นึกถึงหนังสือของฮิมิโตะ ณ เกียวโต(คำ ผกา) ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
fat_kj วันที่ : 09/09/2008 เวลา : 12.04 น.
http://www.oknation.net/blog/area
I'm fat, but that's OK.