พิมพ์หน้านี้
|
วงกันตรึม-มฮอเร็ย(มะโหรี)-เป็ยเปียต(ปี่พาท)บทบรรเลงเพลงพิธีแห่งอีสานใต้ (ภาพจาก : www.thaioctober.com) ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 28 มกราคม 2472 วงกันตรึมที่ศรีขรภูมิเมืองสุริทร์แสดงหน้าพระพักต์ครั้นเมื่อกรม พระยาดำรงราชานุภาพเสด็จเยี่ยมชมปราสาทศรีขรภูมิ ในภาพจะเห็นได้ว่าการประสมวงกันตรึมสมัยนั้นนอกจากจะมี ตรัว(ซอกันตรึม หรือตรัวแอก(ซออู้ ) ตรัวอี๊(ซอด้วง) กลองกันตรึม(สะกัวร) ปี่อ้อ (เป็ยออ) ฉิ่ง ฉาบ กรับ ยังมีเครื่องดนดรีที่คนอีสานใต้ยุคปัจจุบันไม่มีการนำเข้ามาประสมวงคือ กระเเสมูย (พินน้ำเต้า) ซึ่งวงดนตรีวงนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นการประสมวงกันตรึมเข้ากับวงมโหรี และถ้าเป็นวงดนตรีดังที่กล่าวมาสมัยนั้นถือว่าเป็นวงดนตรี ที่สมบูรณ์และใช้บรรเลงในระดับชนชั้นสูงก้เป็นได้ ปัจจุบันหาการประสมวงดังกล่าวได้ยาก เพราะขาดคนมีความสามารถดีดกระเเสมูยในอีสานใต้ได้และถือว่าเครื่องดนตรีประเภทนี้ในอีสานใต้คงหายากมาก เสียงกันตรึมครึกครื้นแบบพื้นบ้าน เสียงขับขานร้องเกี้ยวดังเพรียวหวาน เสียงเสนาะเพราะหูอยู่มานาน เขาสืบสานส่งเสริมเติมสังสรรค์ วงกันตรึม ครึมโจ๊ะ ครึม ครึม ก้องกระหึ่มที่มานานาขาน มีทั้งชอคลอปี่สีเป่าเคล้าประสาน รวมทั้งการตีกรับฉาบฉิ่งยิ่งรันจวน กลองกันตรึม ครึม ครึม โจ๊ะ ส่งเคราะห์โศกสนุกสนานงานรื่นเริง กันตรึมมีมา กว่าร้อยปี วงดนตรีนี้เขาใช้ในงานมงคล ทั่วทุกหนคนอีสานใต้มิหน่ายหนี ถ้าเขามีงานใดต้องใช้บรรเลง (ดนตรีอีสานใต้ 9 กันยายน 2550 ) กวีชาวนาอีสานใต้ (ภาพจาก: www.welcometosurin.4t.com) ภาพนี้เข้าใจว่าเป็นวงมโหรีแบบอีสานใต้โบราณดังเดิมของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ภายในวงมีการประสมวงดนตรี สกัวร (กลอง) จะเป็ย(กระจับปี่) ไซล(ปี่ใน) ตรัวแอก(ซออู้) ตรัวอี๊(ซอด้วง) ฉิ่ง ฉาบ กรับ และที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งคือกระเปอหรือจะเข้ ที่เป็นรูปตัวจรเข้ที่หลงเหลืออยู่และมีการนำจะเป็ยมาร่วมด้วยซึ่งวงมโหรีแบบนี้เป็นวงมโหรีวงใหญ่ครบองค์เข้าใจว่ามีต้นแบบการประสมวงแบบเดียวกันกับของประเทศกัมพูชาซึ่งน่าจะใช้บรรเลงในชนชั้นสูงสมัยโบราณ อีกทั้งเพลงวงมโหรี( มฮอเร็ย ) อีสานใต้มีบทบรรเลงเป็นเพลงเขมร มีกฎเกณฑ์การใช้ทั้งในงานมงคลและอวมงคล ซึ่งใช้กลบทบรรเลงดูเพลงกับงาน ขับประสานแห่กล่อมถนอมฤทัย ทุกสมัยใช้บรรเลงเพลงชั้นสูง ดั่งชักจูงดวงจิตคิดจรรโลง ทุกข์จะโล่งโศกสรรนั้นบรรเทา ครึม ครึม ครึม กลองกระหึ่ม ปี่ไซลเคลื้อมโหยหวนรันจวนใจ ตรัวเเอก อี้ สีเสนาะเคาะกรับจับประสาน อีกทั้งการตีฉิ่งฉาบซึมทราบฤทัย อดีตไซร้มีกระเเสมูย(พิณน้ำเต้า)ช่วยในวง ปัจจุบันนั้นคงวายหายจากวง (ดนตรีอีสานใต้ 9 กันยายน 2550 ) กวีชาวนาอีสานใต้ ตึง ตึง ตึง ตึง ดังถึงแดนไกล โบราณอีสานใต้นั้นไซร้ให้รู้งานบุญ เสียงนี้คือวงปี่พาทย์(เป็ยเปียต) เสียงผงาตก้องไกลไปต่างถิ่น ปี่ไซลใช้เป่านำเพลาไปดนตรีอื่นใช้บรรเลงตาม กวงววง(ฆ้องวง)ระนงระเนียด(ระนาด) สอดเสียดประสานขับขานทำนอง อีกทั้งกลองเชิดดัง ตึง ตึง ไปถึงไกล ทุกถงัยใช้บรรแลงเพลงงานบุญ เกื้อหนุนนำส่งบ่งวิญญาณ (ดนตรีอีสานใต้ 9 กันยายน 2550 ) กวีชาวนาอีสานใต้
|
| ปราสาทวรภัทร | ||
ปราสาทวรภัทรเป็นปราสาทอิฐจำลองสร้างเลียนแบบร่วมสมัยปราสาทแบบเขมรรุ่นเก่าสมัยเจนละผสมผสานศิลปะเขมรสมัยพระนคร ซึ่งสร้างทับสถานที่ที่เคยสร้างปราสาทจำลองที่ชื่อว่าปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปเมื่อปี 2550 แ |
||
|
View All |
||
| รองแง็ง | ||
ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||