พิมพ์หน้านี้
|
บางเชือกหนัง - บางระมาด - นางเลิ้ง ชื่อนี้ที่กรุงเทพฯเพี้ยนมาจากภาษาเขมรจริงหรือ ? ท่านผู้อ่านเคยทราบเเหล่งที่มาของสถานที่ดังกล่าวหรือไม่ครับ ชึ่งข้าพเจ้าได้หยิบยกความน่าสนใจในแหล่งที่มาของชื่อเรี่ยกสถานที่ดังกล่าวในมุมมองของนักวิชาการและในมุมมองประสปการณ์ความเข้าใจในฐานะเจ้าของภาษาถิ่นเขมรอีสานใต้มาผนวกเเละวิเคราะห์ความน่าเป็นไปได้ ชึ่งจะขอกล่าวในมุมมองทัศนะในแบบฉบับของตนเองบวกกับข้อมูลที่เกิดขึ้นมาแล้วมาประกอบ บางเชือหนัง เป็นชื่อชุมชนและคลองตั้งอยู่ในเขตตลิ่งชันฝั่งธนบุรีของกรุงเทพมหานคร ในอดีตชุมชนแห่งนี้น่าจะมีความเก่าแก่ไปถึงสมัยต้นๆกรุงศรีอยุธยาดังปรากฏหลักฐานจากโคลงกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์กวีแห่งกรุงศรีอยุธยา ความว่า เยียมาแส้วไส้หย่อน บางฉนัง ฉนังบ่อมาทันสาย แสบท้อง ขนมทิพย์พงารัง รจเรขมาแม่ ยินข่าวไขหม้อน้อง อิ่มเอง ฯ ( ตัดมาเฉพาะตอนที่ปรากฎคำว่า บางฉนัง ในบทที่ 62 นิราศกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์) ในโคลงดังกล่าวมีการบรรยายให้ทราบถึงราบละเอียดพื้นที่บริเวณกรุงเทพฯริมแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิมชวนให้นึกถึงสภาพบรรยากาศชุมชนพื้นที่สมัยนั้นได้อย่างพอเห็นภาพ จนกระทั่งในโคลงได้บรรยายเรี่ยกชื่อสถานที่ดังกล่าวเมื่อมาถึงดังที่กล่าวมาข้างต้น บางฉนัง ฉนัง หรือ ชนัง เป็นภาษาเขมร แปลว่า หม้อ บางฉนัง จึงหมายถึง บ้านหม้อ ทั้งนี้เมื่อมาทำความเข้าในความหมายของคำว่าบางฉนังแล้ว พอจะสันนิฐานได้ว่า ชุมชนแถบนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรสักอย่างเกี่ยวกับคำว่าหม้อเมื่อครั้งสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งผลิตหม้อ ขายหม้อ หรือมีความเกี่ยวโยงไปถึงความเป็นชุมชนโบราณเมื่องครั้งเขมรมีอิทธิพลในพื้นที่แถบนี้ หรืออาจเป็นชุมชนใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาครั้งเมื่อกรุงศรีไปตีเมืองพระนครได้แล้วอาจจะกวาดต้อนชาวเขมรเข้ามาในแถบนี้จึงก่อตัวเป็นชุมชนและบวกกับความสามารถมีฝีมือในการผลิตหม้อ จากสถาพทางพื้นที่มีความน่าเป้นไปได้เพราะเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมติดริมสายน้ำเจ้าพระยาเดิมมีแหล่งวัตถุดิบในการคิดค้นทำหม้อโดยใช้ดินจากบริเวณสายน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ แต่หลักฐานที่แสดงออกมาสนับสนุนของชื่อว่า ฉนังหรือหม้อ ไม่ปรากฎหลักฐานที่เป็นตัวหม้อเหลือให้เห็นมีเพียงก็แต่โคลงชื่อเรี่ยกชุมชนนี้ และนอกจากนั้นยังมีข้อความของนักวิชาการจากการสรุปการสัมนา โครงการส่งเสริมศักยภาพของการพัฒนาเเหล่งท่องเที่ยว หลักสูตร " การฟื้นฟูชุมชนโบราณให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน " โดย รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2545 ณ โรงเเรมราชพฤกษ์ จังหวัดพิษณุโลก ความว่า "การเกิดของสุโขทัยนั้นอยู่บนเส้นทางการค้า เช่น จากแควน้อย จากพิษณุโลกอาจจะขึ้นไปทุ่งยั้ง อุตรดิตถ์ ตัดไปศรีสัชชนาลัย ลงสุโขทัย นี่คือเส้นทางโบราณ นอกจากเส้นทางแม่น้ำแควน้อยแล้วยังมีลำน้ำจรที่สามารถไปทุ่งยั้ง ไปศรีสัชชนาลัยได้ด้วย ต่อคำถามที่ว่าพ่อขุนผาเมืองมาจากไหนนั้น พ่อขุนผาเมืองนั้นมาจากนครไทย ผ่านทุ่งยั้ง ไปศรีสัชชนาลัย จากศรีสัชชนาลัยผ่านเมืองบางฉนังเข้าตีสุโขทัย นี่คือเส้นทางโบราณ พ่อขุนผาเมืองไม่ได้มาจากเพชรบูรณ์ แต่มาจากนครไทย ในขณะเดียวกันทุ่งยั้งอาจเป็นเมืองของพ่อขุนบางกลางหาว ซึ่งมาผนวกกำลังกันเข้าตีศรีสัชชนาลัยและสุโขทัย " ที่มา : http://www.lek-prapai.org/activity/activity7.htm ซึ่งท่านรศ.กล่าวถึงสถานที่ดังกล่าวคือเมืองบางฉนังซึ่งน่าจะมีความหมายเดียวกับที่บางฉนังแต่ในข้อความดังกล่าวที่พูดถึงการเป็นเมืองของบางฉนัง ซึ่งถ้ามีความเป็นไปได้ว่าสองแห่งนี้มีความสอดคล้องกัน บางฉนังก็น่าจะมีความเก่าแก่ลงไปถึงสมัยกรุงสุโขทัยหรือก่อนการก่อตั้งกรุงสุโขทัยหรือหมายลงไปถึงสมัยเมืองพระนครก็เป็นได้ แม้จะประการใดก็แล้วแต่ในความจริงของที่มาว่าคนกลุ่มใดของบางฉนังเป็นผู้ก่อตั้งชื่อเป็นชุมชนนี้ขึ้น บางชนังนั้นที่สำคัญน่าจะมีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงอะไรบางอย่างกับคนเขมรและหม้อที่ยังปรากฎออกมาจากการออกเสียงและรูปแบบการเขียนในโคลงดังกล่าว กระทั่งถึงแม้นการเวลาและวิวัฒนาการณ์ทางภาษาได้ดำเนินมาเรื่อยๆการเรี่ยกขานมีความเพี้ยนไปนี่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการการแทนที่ที่แสดงถึงความเป็นจริง จากบางฉนัง ในที่สุดก็กลายมาเป็น บางเชือกหนัง ในปัจจุบัน ที่มา : ศรัณย์ ทองปาน และวิชญดา ทองแดง.ชุมชนทางตลิ่งชัน.วารสารเมืองโบราณ :ฉบับที่ 4 ตุลาคม -ธันวาคม 2549 .43 - 55 http://www.onep.go.th/misc/topic0004-01.asp บางระมาด เฉกเช่นเดียวกับบางฉนัง ซึ่งปรากฎชื่อในโลงกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์ สมัยอยุธยาความว่า กล้วยอ้อยเหลืออ่านอ้าง ผักนาง จรหลาดเล็กคนหนา ฝั่งเฝ้า เยียมาลุดลบาง ระมาด ถนัดระมาดเต้นเต้า ไต่เฉนียนฯ ( ตัดมาเฉพาะตอนที่ปรากฎคำว่า บางระมาด ในบทที่ 57 นิราศกำศรวลสมุทรหรือกำศรวลศรีปราชญ์) และนอกจากนั้นยังปรากฎการกล่าวถึงสถานที่ดังกล่าวเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในโคลงนิราศสุพรรณ นิราศพระประธม แสดงให้ถึงความเก่าแก่ของชุมชนบางระมาดนับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือเก่าแก่กว่าก่อนหน้านั้นถ้ามองในแงอิทธิพลของเขมรโบราณหรือการถูกกวาดต้อนมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาตีเมืองพระนครหรืออาจเป้นชุมชนเขมรดั้งเดิมในสมัยเขมรมีอิทธิพลในแถบนี้ และนอกจากนั้น ว่ากันว่าพื้นที่แถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของผื้นป่าอยู่และมีชุมชนประกอบอยู่ด้วย ซึ่งในป่าแถบนี้มีแรดชุกชุมมาก นี่เป็นมุมองหนึ่ง บางระมาด ระมาดนั้นเป็นภาษาเขมร ภาษาเขมรเขียนว่า รมาส เวลาอ่านอ่านว่า ระเมีย๊ะส์ ออกเสียงอาเป็นเอีย แปลว่า แรด ซี่งลักษณะการเขียนยังคงรูปแบบ เดียวกับเขมร แต่การออกเสียงอย่างเขมรต้องเป็นสระเอีย คำว่า ระเมี๊ยะส์ นั้นยังปรากฎในการใช้เรี่ยกสถานที่ที่เป็นโบราณสถานในกัมพูชาและเรี่ยกชื่อชุมชนในปัจจุบันเช่น กลุ่มปราสาท โรบังโรเมี๊ยะส์ แปลว่า รั้วเเรด ปราสาท เกราโรเมี๊ยะส์ แปลว่า คอกเเรด ซึ่งกลุ่มปราสาทเหล่านี้อยู่ในหมู่ปราสาทสมโบไพรกุก ชื่อที่นำมาเรียกปราสาทชาวเขมรนำมาเรี่ยกประกอบภายหลัง(ป่าปราสาทที่สมโบไพรกุก: วารสารเมืองโบราณ ฉบับบที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2545 .64-78.) ส่วนในประเทสไทยมีชุมชนชื่อ ปรือคัน หรือ เปร็ยโรเมี๊ยะส์ หมายถึง ป่าเเรด ปรือ หมายถึง ป่า เป็นภาษาส่วย ปรือคันนั้นคนสมัยใหม่รุ่นหลังเข้าใจว่า โรเมีย๊ะส์ หมายถึง ระเมี๊ยะส์ ที่แปลว่า คัน ซึ่งมีลักษณะการออกเสียงที่คล้ายกับคำว่าเเรด ซึ่งกลุ่มคำเหล่านี้มีการออกเสียงที่คล้ายกับคำว่าโรเมี๊ยะส์แต่คนละความหมาย คือ ระเมียด (ขมิ้น) ระเมื๊อ (คัน) เมี๊ยะ(ทอง) ถึงอย่างไรก็ดีบางระมาดนั้นบอกได้เลยว่าเป็นภาษาเขมรแต่การออกเสียงนั้นเป็นแบบไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคนเขมรในเรื่องของภาษาแต่ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่าบางระมาดนั้นเป็นชุมชนคนเขมรเดิมที่ก่อตั้งชุมชน ซึ่งต้องรอการศึกษาและค้นคว้าเพื่อให้ทราบเรื่องราววิวัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมภาษาที่หลงเหลืออยู่ในสังคมไทยสมัยอดีตจนกระทั่ง ที่มา : ประภัสสร์ ชูวิเชียร.วัดโบราณในคลองบางระมาด .วารสารเมืองโบราณ :ฉบับที่ 4 ตุลาคม -ธันวาคม 2549 .73 - 87. ส่วนอีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครที่ทุกคนอาจมองข้ามคือ ย่านนางเลิ้ง นางเลิ้ง นั้น ในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน2525ปรากฎคำว่า ฉนังชึ่งหมายถึงหม้อเป็นภาษาเขมร และบางท่านให้ความเห็นที่สอดคล้องกับคำความหมายในพจนานุกรรมว่า น่าจะเพี้ยนมาจาก ภาษาเขมร จากคำสองคำคือ ฉนัง แปลว่า หม้อ เพี้ยนมาเป็น นาง ในภาษาไทย เลิง แปลว่า ขึ้น เพี้ยนมาเป็นเลิ้ง จริงๆแล้วถ้ารวมคำเรี่ยก ฉนังเลิง แปลว่า ขึ้นหม้อ น่าจะหมายถึง การปั้นหม้อ การเอาหม้อขึ้น การส่งหม้อ ขึ้นหม้อ และปรากฎพระราชพงศาวดารที่กล่าวถึงความเกี่ยวข้องของชุมชนเขมรในกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์(ขำบุญนาค) ในตอนหนึ่ง กล่าวถึงรัชกาลที่3 ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ไพร่หลวงเกณฑ์บุญ มาอาศัยอยู่บริเวณสนามกระบือ ซึ่งเป็นบริเวณวัดสุนทร ธรรมทาน หรือ วัดแคนางเลิ้งในปัจจุบัน ซึ่งรายละเอียดในพงศาวดารดังกล่าวได้กล่าวถึงรายละเอียดของเจ้านายเขมรที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยนี่อาจเป็นประเด็นสนับสนุนว่าชุมชนในย่านนี้มีความสัมพันธ์ในด้านอิทธิพลการเข้ามาของภาษาเขมรที่ใช้เรี่ยกย่านนี้ ทำให้สถานที่ที่เคยเป็นที่ตั้งวังของเจ้านายเขมรที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทยได้รับอิทธิพลการเรี่ยกชื่อย่านนี้ และเป้นอื่นไปไม่ได้ย่านนี้มีคลองผ่านอาจเป้นแหล่งดินที่สำคัญในการนำดินมาปั้นหม้อ จนอาจเป็นแหล่งค้าขายหม้อ จนเป้นที่เรี่ยกชื่อนี้ว่า ฉนังเลิง จนกระทั่งในที่สุด ก็เพี้ยนมาเป็นนางเลิ้งในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดีถ้าเป็นได้ว่าชุมชนแถบนี้มีความเกี่ยวโยงกับหม้อดังคำเรี่ยก แล้วทำไมไม่ปรากำหลักฐานสิ่งที่แสดงถึงตัวหม้อลงเหลือไว้ให้เห็น หรือมีความเกี่ยวโยงในแง่อื่นใดของชื่อที่มาในสถานที่แห่งนี้เล่า ที่มาข้อมุลประกอบการเขียนhttp://www.culture.go.th/knowledge/pculture/bangkok1/1_1.html นิตย์ คำอุไร.เรื่องเล่าชาวกรุง: เด็กวังนางเลิ้ง..วารสารเมืองโบราณ :ฉบับที่ 4 ตุลาคม -ธันวาคม 2549 .134- 140. เรื่องราวที่นำเสนอต้องการที่จะนำเสนออิทธิพลของภาษาวิวัฒนาการของชุมชนที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณจนกระทั่งเป็นปัจจุบันเพื่อให้เกิดการตระหนักและเรียนรู้ในความเป็นของชุมชนที่มีความเกี่ยวโยงทางประวัติศาสตร์สังคมของตนเองและรอบข้าง เพื่อในมาซึ่งความเข้าใจและหวงแหนเกิดความรักความสามัคคีในสังคมของตนเองและสังคมประเทศในความหลากหลายทางวัฒนธรรม
|
| ปราสาทวรภัทร | ||
ปราสาทวรภัทรเป็นปราสาทอิฐจำลองสร้างเลียนแบบร่วมสมัยปราสาทแบบเขมรรุ่นเก่าสมัยเจนละผสมผสานศิลปะเขมรสมัยพระนคร ซึ่งสร้างทับสถานที่ที่เคยสร้างปราสาทจำลองที่ชื่อว่าปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปเมื่อปี 2550 แ |
||
|
View All |
||
| รองแง็ง | ||
ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||