• บรรณาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yut_nt.com@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 37281
  • จำนวนผู้โหวต : 89
  • ส่ง msg :
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ทางสังคมคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นรากเหง้าของตนเอง สิ่งที่นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมที่หลากหลายบนแผ่นดิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yongyoot
วันอังคาร ที่ 9 ตุลาคม 2550
วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้
Posted by บรรณาลัย , ผู้อ่าน : 2212 , 21:46:15 น.  
พิมพ์หน้านี้


วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้

        การแต่งกายของชาวไทยเชื้อสายเขมรที่อีสานใต้นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว      อันบ่งบอกถึงความเป็นท้องถิ่นเขมรอีสานใต้ได้อย่างน่าชื่นชม     ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ    ผ้านุ่ง    เป็นสิ่งที่แสดงถึงมรดกตกทอดจากรุ่นปู่ย่าตายายมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน   นับแต่สมัยโบราณกระทั่งกว่าร้อยปีหลังถึงปัจจุบัน     การแต่งกายของชาวไทยเขมรได้เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย   แต่ ณ  ปัจจุบันลูกหลานที่หวงแหนในวัฒนธรรมการแต่งกายของคนเขมรได้รื้อฟื้นช่วยกันกลับมาสวมใส่แต่งกายกลับมาเป็นที่นิยมกันอย่างมากขึ้นในโอกาสงานบุญและงานประจำปีต่างๆ

         ในสมัยโบราณหญิงชาวเขมรในอีสานใต้ก็มีความพิถีพิถันในเรื่องกายแต่งกายเช่นเดียวกับหญิงในภาคอื่นๆของไทยไม่แพ้กัน     ดังจะเห็นได้จากเสื้อที่สวมใส่   ได้จากการตัดเย็บด้วยฝีมือล้วนๆ   และที่ขาดไม่ได้คือผ้านุ่งที่มีเอกลักษณ์มาแต่โบราณ   สวยงามไม่ว่าจะเป็น   ผ้าสมอ   ผ้าสกู   ผ้ากระเนียว    ผ้าอันปรม   ผ้าโฮล    ผ้าเก็บ    ผ้าจดอ   ผ้าโสร่ง  

การแต่งกายแต่งกายแบบโบราณของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเขมรซึ่งสวมเสื้อเก็บ   นุ่งผ้ากระเนียว   ผ้าโฮล      ปะโบล    ในงานประเพณีบุญบั้งไปในเขตอำเภอขุขันธ์

          ผู้หญิงเขมรสมัยโบราณในวัยสาวจะเข้าสู่วัยแต่งงานนั้น    จะต้องรู้จักทอผ้าและตัดเย็บเสื้อไว้ใช้เมื่อยามออกเรือน    การทอผ้านั้นถือเป็นงานที่ผู้หญิงเขมรต้องทำเป็น   นอกจากนั้นการตัดเย็บเสื้อที่เรี่ยกว่า   "อาวเก็บ"  ต้องตัดเย็บเป็นเช่นกัน

        " อาวเก็บ"  นั้น เป็นเสื้อคอกลม  แขนกระบอก  ผ่าหน้าใช้เม็ดเงินพดด้วงเป็นกระดุม  ผ้าที่ใช้ตัดเย็บเป็นผ้าไหมลายลูกแก้วหรือชาวเขมรเรี่ยกว่า  "ผ้าเก็บ" เป็นผ้าทอตั้งแต่สี่ตะกอ    ผ้าที่ได้จะมีความหนา   ถ่ายเทความร้อนได้ดี   ขั้นตอนการตัดเย็บมีกรรมวิธีที่ยุ่งยากซับซ้อน      ตามเทคนิคภูมิปัญญาของคนเขมรโบราณ   คือ   เขาจะนำผ้าที่ได้ไปย้อมดำด้วยผลมะเกลือจนได้ที่    จากนั้นนำไปนึ่งอบกลิ่นด้วยปันเลือย(ไพล)  หรือ ปการันเจก(ดอกลำเจียก)     ซึ่งการนึ่งอบนี้จะทำให้กลิ่นซึมเข้าไปกับไอน้ำแทรกซึมเข้าเส้นไหมจะทำให้กลิ่นติดทนนานเป็นปี และนอกจากนั้นทำให้ไหมนิ่มยิ่งขึ้นด้วย    เมื่อ

การแต่งกายแบบเขมรโบราณชายนุ่งโสร่ง  หญิงสวมเสื้อเก็บ   นุ่งผ้าถุงปะโบลผาดบ่าด้วยผ้าขาวม้า  จดอ        ในการละเล่นลูดอันแร ของชาวไทยเชื้อสายเขมรอีสานใต้     

เสร็จจากขั้นตอนนี้    จึงเข้าสู่การวัดรูปทรงของผู้สวมใส่แล้วตัดผ้าให้ได้ตามขนาดรูปทรง    คุณยายชาวเขมรในอำเภอขุขันธ์เล่าว่า " สมัยก่อนอีตอนที่ยังไม่มีกรรไกรใช้ยายตัดผ้าด้วยมีดโต้วางมีแล้วใช้ไม้ทุบที่สันมีดตัดเอาเพราะผ้าเก็บมันหนาต้องใช้มีดโต้ตัดถึงจะได้ "   หลังจากนั้นเมื่อตัดผ้าตามรูปทรงเสร็จ    จะเป็นการเย็บตะเข็บผ้าให้หมดกันรุ่ย       จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการเย็บตะเข็บผ้าแต่ละด้านติดเข้ากันให้เป็นรูปทรงเสื้อโดยจะใช้ด้ายไหมหลากสี  เช่น   ขาว  แดง   ส้ม   เขียว   น้ำเงิน   ตรงส่วนที่เย็บตะเข็บแบบนี้ชาวเขมรเรี่ยกว่า   "เทอเเซว(การทำตะเข็บ)" ซึ่งด้วยที่เย็บจะตัดสีของเสื้อดูสะดุดตาสวยงาม     และที่คอเสื้อจะทำเป็นลวดลายตามจินตนาการที่สวยงาม   และที่สำคัญอย่างยิ่งของเสื้อแบบนี้คือ    กระดุมเสื้อจะทำจากเงินพดด้วง เขมรเรี่ยกว่า  ."ปรักดม "  มีจำนวนตั้งแต่  5  ถึง 10  เม็ด  ซึ่งเม็ดเงินที่ติดบนเสื้อนี้จะบ่งบอกถึงฐานะความมั่งคั่งของคนสวมใส่ ขนาดของเม็ดเงินก็จะแตกต่างกันออกไป     และเสื้อดังกล่าวจะมีน้ำหนักมากจากความหนาของเนื้อผ้าแล้วบวกกับน้ำหนักของจำนวนเม็ดเงินที่ติด     สิ่งนี้เองยังมีคติอุบายความเชื่อ ของคนเขมรโบราณว่า  " ยิ่งร่ำรวยมั่งมีมากเท่าใดภาระหน้าที่ความรับผิดชอบยิ่งมีมากเท่านั้น"  เมื่อใส่เสื้อนี้แล้วจะเป็นการเตือนสติทุกครั้งเพราะความหนักของเสื้อ  

           ปัจจุบันเสื้อดังกล่าวที่มีอายุเก่าแก่  ตัดเย็บและมีเงินพดด้วงที่เป็นตราของทางราชการโบราณติดอยู่จริงยังคงเหลืออยู่ไม่มากหนักเท่าที่พบ  มีเสื้อของคุณยายเชื้อสายเขมรอายุกว่า70 ปีท่านหนึ่งในบ้านสวงษ์ ในอำเภอขุขันธ์จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตกทอดมาจากรุ่นแม่  รวมอายุเกือบ  ร้อยกว่าปี   มีคนในหมู่บ้านใกล้เคียงแอบกระซิบบอกว่ายายหวงมาก ซึ่งมีคนมายืมเสื้อไปใส่ออกงานในต่างจังหวัดคุณยายถึงกับถอดเม็ดเงินออกทั้งหมดให้ไปแค่ตัวเสื้อ     ซึ่งจริงๆยายไม่ยากให้แม้กระทั่งตัวเสื้อ     แต่คนยืมเป็นญาติกัน 

              "อาวเก็บ " นี้   ปัจจุบันมีการตัดเย็บขึ้นใช้กันอย่างแพร่หลายในแวดวงคนไทยเชื้อสายเขมรสวมใส่ในโอกาสงานประเพณีประจำปีต่างๆ  และมีการตัดเย็บขายเป็นหัตถกรรมท้องถิ่น  แต่กระดุมที่เป็นเม็ดเงิน พดด้วงนั้นหายากมา

หญิงวัยกลางคนชาวไทยเชื้อสายเขมรนุ่งผ้าโฮลจำเรี๊ยกปะเดา(ผ้าโฮลลายผ่าหวาย)ผ้านุ่งที่ขึ้นชื่อของชาวไทยเชื้อสายเขมร      นั่งกวักไหมเข้าอัก

             " อาวเก็บ " จะสวมใส่กับ  ผ้านุ่งไหมเขมรอย่างสวยงามไม่ว่าจะเป็นผ้า   สมอ  สกู   อันปรม   กระเนียว   ผ้าโฮล   โดยเฉพาะผ้าโฮล    ผ้ากระเนียว   ซึ่งจะนำมาต่อหัวผ้านุ่งเรี่ยกว่า  "กบาลซัมป็วด" และต่อเชิงผ้านุ่งเรี่ยกว่า  "ปะโบล" และที่ปะโบลนี้จะมีผ้าที่เรี่ยกว่า  "ผ้าสะเลิก "ซึ่งมีน้ำหนักทอจากฝ้ายติดต่อที่ปลายปะโบลเพื่อให้ผ้าไหมทิ้งตัวดูพริ้วยิ่งขึ้น    เหตุที่ต้องต่อหัวผ้านุ่งและเชิงผ้าเนื่องจากผ้าทอในสมัยโบราณจะมีหน้าฟันกี่ที่แคบเวลานุ่งจะมีขนาดสั้นจึงต้องใช้ผ้าเหล่านี้มาต่อให้ยาวขึ้นและยังทำให้เกิดความสวยงามมากยิ่งขึ้น  

  

หญิงวัยสูงอายุชาวไทยเชื้อสายเขมรยังคงนิยมนุ่งผ้าโฮลอยู่ที่บ้าน เป็นผ้าไหมยอดนิยมที่ใช้นุ่งในโอกาสงานสำคัญต่างๆ

               นอกจากนั้นหญิงเขมรจะมีผ้าไสบหรือผ้าเบี่ยงไหล่ที่เรี่ยกว่า ผ้าเก็บ   เช่นเดียวกับผ้าที่ที่นำมาตัดเสื้อ  โดยถ้าใช้ในงานบุญทั่วไปจะเป็นผ้าที่ย้อมดำจกมะเกลือ      ส่วนถ้าเบี่ยงไปวัดจะเบี่ยงเป็นผ้าเก็บสีขาวไม่ย้อมดำ

ผู้หญิงไทยเชื้อสายเขมรวัยกลางคนสวมเสื้อแขนกระบอกลายลูกไม้แบบสมัยนิยมและนุ่งผ้ากระเนียวสีน้ำเงินเย็บติดชายผ้านุ่งด้วยมือผ้าอายุประมาณ เเปดสิบกว่าปี ถัดมาเป็นผ้ากระเนียวสีเปลือกไม้ปะโบล  และหญิงสาวสวมเสื้อตามแบบสมัยนิยมนุ่งผ้าโฮล  และผ้ากระเนียวสีแดงปะโบล     ในโอกาสงานจ๊ะตึกเปรี๊ยะเเคเเจต(งานทรงน้ำพระเดือนเมษายน)

             เสื้อดังกล่าวนี้มีลักษณะคล้ายกับเสื้อของคนไทยในเชื้อสายวัฒนธรรมลาวและส่วย      ซึ่งปัจจุบันนี้คนเขมรยังนิยมการใส่เสื้อที่ทันสมัยขึ้นโดยการตัดเย็บด้วยจักร นิยมตัดเป็นเสื้อผ้าลายลูกไม้และลายดอกไม้เล็กๆมีสีสันที่ดูจะเข้มๆสดๆครึ้มๆตามแต่วัย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัยกลางคนถึงวัยสูงอายู     ซึ่งจะเน้นเป็นแขนกระบอก    ส่วนสาวๆวัยรุ่นจะใส่เสื้อตามสบายที่เหมาะสม   ซึ่งปัจจุบันผ้านุ่งยังคงนุ่งผ้าตามแบบโบราณดังที่กล่าวข้างต้น

หญิงไทยเชื้อสายเขมรวัยกลางคนสวมเสื้อลายดอกไม้เล็กๆแบบสมัยนิยมนุ่งผ้าโฮลปะโบล  นิยมสวมใส่ในโอกาสงานบุญต่างๆ

                 ส่วนผู้ชายเขมรผู้สูงศักดิ์ในสมัยโบราณจะนุ่งผ้าโจงกระเบน  เขมรเรี่ยกว่า  "จองกระเบ็น " โดยใช้ผ้าโฮลเปร๊าะ หรือ ผ้าสมปักเขมร    เป็นผ้าทอหมัดหมี่สีสันที่สวยงามมีเชิงในตัว  ทอยาวเป็นวาไม่เย็บชายผ้าติดกัน     ส่วนผู้ชายโดยทั่วไปจะนุ่งผ้ากระเนียวกอเดีย  เป็นผ้าไหมทอจากไหมควบปั่นเกลียวทั้งผืนทอยาวเป็นวาสำหรับนุ่งโจงกระเบน      ปัจจุบันผ้าโฮลเปร๊าะไม่มีใครนุ่งแล้วแต่มาสมัยปัจจุบันมีการตัดแปลงเป็นลักษณะผ้าทอมัดหมี่สำหรับผู้หญิงนุ่งซึ่งลดความยาวลง     ส่วนผู้ชายหันนิยมนุ่งโสร่งแทนผ้ากระเนียวกอเดีย

                   การแต่งกายของชาวไทยเชื้อสายเขมรในเขตอีสานใต้นั้น   แม้การสวมใส่เสื้อดังกล่าวจะไม่ค่อยมีให้พบเห็นมากนัก     จะพบเจอก็ในโอกาสสำคัญระดับท้องถิ่นจังหวัด    ซึ่งจะใส่กันอย่างเต็มยศ    สวยงามตามแบบเขมรมาอวดกัน    แต่ในชีวิตประจำวันปัจจุบันนี้คนเขมรยังคงนิยมสวมใส่ยึดถือกันมาเป็นเอกลักษณ์คือการนุ่งผ้าตามแบบเขมร และถึงอย่างไรวัฒนธรรมการเเต่งกายตามแบบชาวไทยเชื้อสายเขมรยังคงต้องลืมตาอ้าปากเผยแพร่ออกสู่สายตาคนทั่วไปให้ได้รู้จักกัน  และต้องช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมการแต่งกายนี้ต่อไปให้คงอยู่คู่ลูกหลานของเราสืบไป

[wma=380,70]http://rachain2429.googlepages.com/1.wma[/wma]


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 67
chawa วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 07.55 น.

ลออ เต่อ
ความคิดเห็นที่ 66
โกนแขมร วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 12.53 น.

ขอบคุณ บรรณาลัย ที่หาเรื่องราวดีๆให้อ่าน ยิ่งภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคน "วัฒนธรรมแขมร" มากขึ้น เราวัฒนธรรมเดียวกัน ภาษาเดียวกัน รักศิลปะพื้นบ้านเหมือนกัน เรามาร่วมมือกันรักษาภาษาและวัฒนธรรมของแขมรอีสานไต้ของเราด้วยกันนะครับ kmang_sren@hotmail.com

แขมร โจร์ จัมเริน
ความคิดเห็นที่ 65
เก้าอี้สีแดง วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/wanwalitna
++ มิตรภาพและความทรงจำที่ดี ++

อย่าเครียดเลยนะคะ ต้องมีอะไรผิดผลาดแน่ๆ เลยคะ
ความคิดเห็นที่ 64
เก็ดถวา วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 19.32 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
.เฮ่อ!!.

แวะมาอีกรอบ ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 63
cantona วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 02.57 น.
http://www.oknation.net/blog/kriangkai
ตอง เรศ แว่น อิ๋ว อ็อฟ ป็อป  กู  แมนยู Ok nation และ สวนดุสิต 

แสนเศร้าชีวิตติดเอฟ
ความคิดเห็นที่ 62
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 22/10/2007 เวลา : 12.21 น.
http://www.oknation.net/blog/puprasit
puprasit

ย้อนมาเยี่ยมอีกรอบขะรับ
ความคิดเห็นที่ 61
artemis-tai วันที่ : 21/10/2007 เวลา : 23.19 น.
http://www.oknation.net/blog/artemis-inside

ขอบคุณมากเลยนะคะสำหรับบทความ

เพิ่งจะรู้นะคะว่าชาวไทยเชื้อสายเขมรแต่งตัวกันแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 60
วิตามินบี วันที่ : 21/10/2007 เวลา : 17.29 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ทักทายกันอีกรอบนะคะ
ยังไม่เห็นเขียนเรื่องใหม่เลย
สงสัยไปเที่ยวแน่ๆ
ความคิดเห็นที่ 59
nupANg วันที่ : 21/10/2007 เวลา : 12.49 น.
http://www.oknation.net/blog/nupANg


ดองไว้จนราขึ้นแล้วเนี้ย
ปล.เพราะรักจึงมาหา รักษาสุขภาพด้วยเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ความคิดเห็นที่ 58
นักข่าวเกียร์ว่าง วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/reporter2526
"อยากเป็นนักเขียน ต้องหัดตั้งไข่จากการเขียน"


ความรู้ ความรู้
ความคิดเห็นที่ 57
โบละโบ้ วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 21.34 น.
http://www.oknation.net/blog/bolabo

เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน
ร่วมงานมงคลสมรส ระหว่าง
วิลาวรรณ + อนุสรณ์
โดยงานจะจัดชึ้น ณ.ร้านเหล้าปั่นตองสาว
วันที่ 25 ตุลาคม 2550
(โดยผู้ใหญ่ฝ่ายชาย คือ นายยงยุทธ์ เพื่อนเจ้าบ่าว นายวิษณุกร)
(ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงคือ นางสาวกาญจนาและนางสาวหทัยรัตน์ เพื่อนเจ้าสาวตองสาว)
ส่วนวรรณิศาขอรับหน้าที่ตากล้อง..ค่อยเก็บภาพคืนเข้าหอ555+
ความคิดเห็นที่ 56
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

คงม่ายด้ายปายแล้วอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 55
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

คงม่ายด้ายปายแล้วอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 54
ไร้ตัวตน วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 13.27 น.
http://www.oknation.net/blog/losopon

มาทักกันอีกรอบยามบ่ายๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 53
nepal วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 11.57 น.
http://www.oknation.net/blog/nepal

ในรูปทำไมไม่มีตู
ปล. รักนะไอ้แก่
ความคิดเห็นที่ 52
yuth วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 07.59 น.
http://www.oknation.net/blog/yuthyam
คนรักรถเหล็ก

ถ้าเป็นผ้าถุงแถวบ้านผมยังพอให้เห็นอยู่บ้าง
แต่น้อยมากๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 51
ช้องนาง วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 01.24 น.
http://www.oknation.net/blog/nang
...รติกาลแห่งไมตรี...จาก...บ้านน้อย  ในซอยลึก.......


นางแวะมาชมผลงานมาเป็นกำลังใจให้คุณ ค่ะ
คืนนี้นอนหลับฝันดี บุญรักษา นะคะ
ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 50
แสงตะวัน วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/backcat

มาเยี่ยมยุทแล้ว ยุทก็ต้องมาเยี่ยมเค้าด้วย ไม่งั้นมีเคือง หะหะ งิงิ
ความคิดเห็นที่ 49
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 12.48 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

ไปลงนามถวายพระพรกัน
ความคิดเห็นที่ 48
ไร้ตัวตน วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/losopon

มาทักยามสายๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 47
ลูกพ่อแม่ วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 11.01 น.
http://www.oknation.net/blog/poolsri

ส่งงานอาจารย์หมอ พรุ่งนี้ก่อนเที่ยงเน้อ
ความคิดเห็นที่ 46
อัตตักวา วันที่ : 17/10/2007 เวลา : 00.41 น.
http://www.oknation.net/blog/attaqwa


ขอบคุณที่ไปเยี่ยมเยือนครับ
ความคิดเห็นที่ 45
เก็ดถวา วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 23.52 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
.เฮ่อ!!.

ขออนุญาตแอดเป็นบล้อคเพื่อนบ้านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 44
เก็ดถวา วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 23.50 น.
http://www.oknation.net/blog/gedtawa
.เฮ่อ!!.

ว้าวว ชอบบล็อคนี้มากเลยค่ะ
เก็ดถวาสนใจวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ต่างๆ มากค่ะ
ขอบคุณที่เข้าไปเมนต์ที่บล้อค
ทำให้ได้มีโอกาสตามมา และรู้จักบล็อคนี้ นะคะ

จะเข้ามาอีกสม่ำเสมอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 43
น้อย วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 22.29 น.
http://www.oknation.net/blog/noiy
น้าแมน

ขอบคุณครับ ได้ความรู้ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 42
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 18.54 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower

คุณบรรณาลัย

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมที่บ้าน ตอนติดภาระกิจค่ะ วันนี้มีโอกาสได้นั่งหน้าจอเล็กน้อย ก็จึงได้เข้ามาเห็นว่า มีเรื่องของ อิสานใต้ ที่สนใจอยู่ แต่ว่าเวลามีไม่มาก

ขออนุญาติปริ๊นซ์ติดออกไปอ่านข้างนอกด้วยนะคะ วิหคเองก็คงยังไม่ได้อัพบล็อคหรอกค่ะ เกรงใจ แต่จะหาเวลากลับเข้ามาอัพภายในเร็ววันนี้แหละค่ะ
ความคิดเห็นที่ 41
ไร้ตัวตน วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 14.21 น.
http://www.oknation.net/blog/losopon

ดูแล้วคิดถึงญาติ ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 40
patompong วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 22.28 น.
http://www.oknation.net/blog/ibenaz
"แมวเหมี่ยว  มิ้  มิ้"........(* . *)

อืม...ครับ ดู ๆ ไปแล้วการแต่งตัวของเขาก็เหมือนจะผสมกันระหว่างคนเหนือกับคนอีสานของไทบครับ... แต่รู้สึกว่าดูของเขาดูจะเป็นจริงเป็นจังมากกว่านะ.......โชค A ครับ.....*.*
ความคิดเห็นที่ 39
1000mile วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 21.29 น.
http://www.oknation.net/blog/1000mile

ทำงานในแวดวง Textile อยากบอกว่า ลายผ้านี้แหละสวย
ความคิดเห็นที่ 38
เก้าอี้สีแดง วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/wanwalitna
++ มิตรภาพและความทรงจำที่ดี ++

จะสอบแล้ว อ่านหนังสือด้วยนะจ้า โชค A นะคะ สู้ๆ
ความคิดเห็นที่ 37
ขุนเขายะเยือก วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 16.21 น.
http://www.oknation.net/blog/niran
มหาวิทยาลัยชายขอบ

ให้กำลังใจเชื้อสาย เขมร กูย.....
ที่ช่วยบันทึกประวัติศาสตร์แห่งเผ่าพันธุ์......
ความคิดเห็นที่ 36
feng_shui วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

วัฒนธรรมการแต่งกายในไทยเรามีหลากหลายดีจังค่ะ ล้วนสวยงาม เพิ่งได้เห็นและอ่าน ของชนเชื้อสายเขมรในไทยentryนี้ ดูคลาสิสกดีจังค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 35
นายตะเกียง วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/naitakeing

ตอนนี้ยังมีเหลืออยู่ป่าวครับ..อยากให้คงไว้อย่างนี้ตลอดไป
ความคิดเห็นที่ 34
วิตามินบี วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 13.09 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ความจริงผ้าไทยของเรา
สวยงามมากๆ
แม้แต่คนต่างชาติยังซื้อหากลับไป
แต่เราเองที่ไม่ค่อยเห็นคุณค่าสิ่งดีๆของตัวเองเท่าไหร่
ความคิดเห็นที่ 33
อรจัง วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 23.57 น.
http://www.oknation.net/blog/maesotcorner
อรจัง

ชุดสวยมากค่ะ อยากลองใส่ดูบ้างจัง
ความคิดเห็นที่ 32
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 22.21 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ชอบนะคะ ผ้าลักษณะนี้ ดูไทยๆดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
resstory วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/resstory
The Nonsensical


อืมเยี่ยม..

วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้
ความคิดเห็นที่ 30
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

5 โหล มารายงานตัวยามบ่ายค่า
ความคิดเห็นที่ 29
Lyrics วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 03.39 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ดูโบราณดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
วิตามินบี วันที่ : 13/10/2007 เวลา : 20.09 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ถ้าคนไทยทุกคนหันมาใส่ผ้าถุง
กับเสื้อคอกระเช้าเหมือนสมัยก่อน
จะเป็นยังไงนะ คงดูแปลกตาไม่เหมือนชาติไหน
แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ความคิดเห็นที่ 27
ลูกพ่อแม่ วันที่ : 13/10/2007 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/poolsri

อย่าลืมไปดูหนังเรื่องครอบครัวตัวดำเน้อ หนังเขาดีจริงๆ
สนุกมาก
ความคิดเห็นที่ 26
คนช่างเล่า วันที่ : 13/10/2007 เวลา : 16.34 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

อนุรักษฺวัฒนธรรม แต่ละท้องถิ่น มีเอกลัษณ์เฉพาะตัว

บ่งบอกถึงอนารยชน/ผมใฝ่ฝันเหลื่อเกินอยากไปเที่ยวเขมร

ปราสาทหินต่างๆมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ความเจริญรุ่งเรื่องในอดีต
ความคิดเห็นที่ 25
ปลายมนัส วันที่ : 13/10/2007 เวลา : 11.01 น.
http://www.oknation.net/blog/plymanas


ขอแอดเป็นเพื่อนบ้านนะคะ

สมกับใช้ชื่อ "บรรณาลัย" จริงๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
เก้าอี้สีแดง วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/wanwalitna
++ มิตรภาพและความทรงจำที่ดี ++

สาระดี ไม่มีใครเกินเลยคะ ไปหากันบ้างนะคะ ขอยคุณคะ
ความคิดเห็นที่ 23
kai_hoii