พิมพ์หน้านี้
|
ตอก(โตก):หัตถกรรมเครื่องเขินเขมรมีมากว่า300ปีกำลังจะสูญหาย เรื่องราวที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นหัตถกรรมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเขมรในเขตอีสานใต้ของประเทศไทยซึ่งเป็นหัตกรรมที่กำลังจะสูญหายและเลื่อนลางไปจากวิถีชุมชนคนอีสานใต้เพราะขาดการเหลียวแลจากอนุชนรุ่นหลังผู้ที่จะมาสืบนอกจากนั้นยังมีปัจจัยในหลายด้านที่กำลังจะส่งผลให้หัตกรรมดังกล่าวในอีกไม่นานต้องจบฉากวิถีแห่งหัตถกรรมการทำ "ตอก(โตก)"ลงอย่างสิ้นเชิงคงเหลือแค่ความทรงจำ คุณตาวัยสูงอายุนั่งขมักเขม้นกับงานหัตถกรรมการทำโตก " ตอก" นั้นเป็นภาษาเขมร หรือที่คนไทยเข้าใจว่า "โตก" มีลักษณะคล้ายพาน คนไทยเชื้อสายเขมรในเขตอีสานใต้ของไทยนิยมใช้ภาชนะดังกล่าวเฉพาะในพิธีกรรมการละเล่นเข้าทรงอย่างหนึ่งในการรักษาโรคหรือบนบานศาลกล่าวที่เรียกว่า " ปัญโจลมม็วด(เข้าทรงเเม่มดเขมร)" ซึ่งผู้ที่เข้าทรงทุกคนต้องมีภาชนะดังกล่าวประจำตัวทุกคน ซึ่งปรากฏการทำภาชนะดังกล่าวมาน่าจะพร้อมกับพิธีการละเล่นดังกล่าว และจากหลักฐาน จากคำบอกเล่า มีพานขนาดใหญ่ที่มีเทคนิคการทำเช่นเดียวกับการทำ ตอก(โตก) ที่ชาวเขมรเรี่ยกว่า "ซะโปก" ซึ่งมีลักษณะเหมือน ขันโตกใส่สำรับอาหารทางภาค "ซะโปก" หรือ ขันโตก แบบเขมรที่ขดทำจากหวายแล้วลงรัก ที่เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นอายุกว่า 300 ปี ส่วนล่างและเชิงซะโปกแบบเขมร เหนือ แต่ของคนไทยเขมรใช้ในการ ตั้งเครื่องบัตพลีบูชาในพิธีกรรมการปัญโจลมม็วด ซึ่งปรากฎภาชนะดังกล่าวนี้ในบ้านหัวเสือ ตำบลหัวเสือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในสภาพการใช้งานมาแล้วตกทอดมาถึง 5 ชั่วอายุคนแต่ ซะโปก ดังกล่าวยังคงสภาพคงทนเเข็งแรงดีมากๆ ซึ่งยังไม่เคยผ่านการซ่อมแซมใดๆเลยและน่าจะเป็นภาชนะที่เหลือเพียงชิ้นเดียวในเขตอีสานใต้ ซึ่งกำหนดอายุแล้วลูกหลานที่เป็นเจ้าของบอกว่า น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 300 ปี
ตอกมะลู(เชี่ยนหมาก)แบบเขมรของรุ่นเก่าและได้ทำการซ่อมใหม่อย่างสวยเอี่ยมอายุกว่า 100 ปี ส่วนอีกชิ้นเป็นลักษณะเทคนิคการทำเช่นเดียวกับ ตอก(โตก) แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยปากตอกและเชิงตอกมีการหักมุมเป็นเหลี่ยม ชิ้นดังกล่าวนี้เป็นของยายผมเอง ซึ่งผมเกิดมาก็เห็นจนกระทั่งยายเสียชีวิตอายุได้ 104 ปี ตอก ใบนี้คุณยายใช้เป็นเชี่ยนหมากพลูประจำบ้าน สภาพตอกใบนี้ ถือว่าอยู่ในสภาพดีในสมัยเมื่อที่เชิงตอกนั้น คับคล้ายคับคลาว่ามีการสลักเป็นรูปหัวสิงห์หรือไม่ก็ราหูซึ่งดูไม่ชัดเพราะมีการเคลื่อบยางรักหนามากสีที่เห็นทาตอนนั้นมีแค่สีแดงมีแตกหักเป็นบางส่วน จนกระทั่งมีการส่งให้ช่างทำตอกที่เหลืออยู่คนปัจจุบันซ่อมจนเห็นหน้าตาเค้าตอกออกมาในโฉมที่ใหม่เอี่ยมบวกกับการลงสีสันที่สะดุดตาแทนการใช้สีจากธรรมชาติที่หายากลงทุกที ซึ่งของชิ้นนี้ผมเองสามารถระบุได้เลยว่าอายุไม่ตำกว่า100 ปี ตอก(โตก)เปลือยรอขั้นตอนการเคลือบขี้เถ้าปิดช่องว่าง และตอก(โตก)ดังต่อไปนี้เป็นหัถกรรมที่มีการทำมากว่า 300 ปี ที่ชุมชนบ้านหัวเสือ อำภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหัถกรรมที่มียุ่งยากสับซ้อนสมัยผมยังเล็กพอจำความได้ผมเห็นตาผมและญาติๆเพื่อนๆรุ่นตาผมทำซึ่งผมเองสามารถอธิบายและเล่าถึงความยากลำบากกว่าจะได้ ตอก มาสักชิ้น ซึ่งถ้าเทียบกับการทำเครื่องเขินทางภาคเหนือแล้วก็น่าจะมีเทคนิคเช่นเดียวกัน ซึ่งขั้นตอนการทำแบบดั้งเดิมจริงๆที่ผมเคยเห็นมามีรายละเอียดดังต่อไปนี้ สมัย 15 กว่าปี แถบถิ่นแถวนั้นยังคงมีป่ารกตามแนวเส้นทางเกวียนต้นไม้ที่ใช้ทำตอกมีขึ้นอยู่ประปราย ซึ่งเป็นไม้เถาว์ไส้ตันเขมรเรี่ยกว่า "เวือรตะเล็มแป "อันเป็นไม้หลักที่ใช้ทำตัวและเชิงตอก ส่วนขอบปากและเชิงตอกนั้นใข้ไม้ข่อยเขมรเรี่ยกว่า "เดิมสนาย" ส่วนเอวตอกที่เชื่อมต่อระหว่างตัวและเชิงใช้ก้านใบตาล(เทียงตะโนด)และเปลือกต้นนุ่น(สมอกเดิมกวร) ตระเวนเดินออกป่าหาตัดมาตุนไว้ หลังจากได้ไม้ไม้ทุกชิ้นที่หามาได้จะต้องนำมาผ่าและเหลาหยาบๆขดกันไว้เป็นวงนำไปตากแดดให้เเห้งประมาณ2-3สัปดาห์จานั้นก็เริ่มจากการเหลาขดวงต้นข่อยที่ตากแดดเป็นรูปวงกลมสองชิ้นขนาดต่าง เถาว์ไส้ตันเขมรเรี่ยกว่า "เวือรตะเล็มแป "และไม้ข่อยเขมรเรี่ยกว่า "เดิมสนาย" การขดขึ้นรูป การลงสลักไม้ไผ่ การลงสลักไม้ไผ่ส่วนเชิงตอก(โตก) กันทำเชิงและตัวตอกจากนั้นก้นำไม้ไส้ตันที่จากแดดมาขดลงในวงที่ทำไว้ให้เลื่อมกันขึ้นรูปจนได้ที่แล้วใช้การไขรูตอกสลักไม้ไผ่ลงไปกันการลงของขดไม้จากนั้นจึงเหลาเกลาแต่งให้ได้รูปและเรีบบอีกที เมื่อทำตัวตอกและเชิงตอกเสร็จตามด้วยการใส่เอวเชื่อมตัวและเชิงเข้าด้วยกันด้วยเปลือกนุ่นหรือก้านตาลที่ขดเป็นวงแล้วเจาะรูตอกสลักยึดติดกันถือเป็นการสิ้นสุดขั้นตอนขึ้นรูป การเจาะรูส่วนเอวเพื่อเชื่อมต่อตัวตอกและเชิงตอกโดยใช้เครื่องมือแบบโบราณ
การเจาะรูปลงสลักแบบโบราณและเอวตอกที่ใช้ก้านตาลรอการต่อเข้าด้วยกันกับเชิงตอก ตัวตอกและเชิงตอกกองช้อนกันรอขั้นตอนการต่อเข้าด้วยกันและการใช้เครื่องเจาะลงสลักแบบสมัยใหม่มาใช้ร่วม ขั้นตอนการเหลาเกลาให้เรียบได้รูป ตรวจสอบความเรียบร้อบ ตอกที่เสร็จสิ้นจากขั้นตอนแรกๆรอการเข้าสู่ขั้นตอนการเคลือบปิดรูช่องว่าง ตอกเข้าสู่กระบวนการเคลือบเงาโดยใช้สีสังเคราะห์ในยุคที่ทันสมัยขึ้น ขั้นตอนการเคลือบขี้เถ้าปิดรูช่องว่างก่อนเข้าสู่การเคลือบเงา ขั้นตอนต่อไปเป็นการตกเเต่งเคลือบ โดยจะมีการเตรียม นำตอกที่ได้ไปรนไฟให้เศษขุ่ยไม้ที่เหลาไม่เกลี้ยงไหม้หลุดออกไป(สมัยก่อนกระดาษทรายหายากราคาแพงจึงใช้วิธีนี้)จากนั้นจึงเริ่มการรนดำหรือรมดำด้วยเปลวไฟจากยางต้นยางนา(เดิมตราด) ที่ให้เขม่าติดดำดีจนทั่ว จึงตามด้วยการปิดรูเคลือบช่องว่างระว่างขดไม้ให้เรียบโดยใช้ ขี้เถ้าที่เผาจากใบกล้วยแห้งผสมกับยางนาพอเหนียวเคลือบปิดช่องว่างน้อยใหญ่ให้ทั่วนำไปตากแดดให้เเห้งแล้วนำมาถูด้วยเศษผ้าให้เรียบแล้วรมดำอีกทีจากนั้นจึงตามด้วยการเคลือบเงาทับด้วยน้ำยางนา(เดิมตราด) ให้เกิดความเงางามนำไปตากแดดให้แห้ง(สมัยโบราณก่อนนี้จะใช้ยางจากต้นรัก(เดิมมะเรี๊ยะ)ซึ่งน้ำยางที่ได้จะมีความคงทนอยู่ได้นานเป็นร้อยปีแต่เพราะสมัยหลังๆต้นรัก(เดิมมะเรี๊ยะ)หายากและยางของต้นรัก(เดิมมะเรี๊ยะ)มีพิษโดนผิวหนังจะเป็นผื่นบวมแดงทั้งตัวปวดแสบปวดร้อนซึ่งมันไม่คุ้มและเสี่ยงชีวิตจึงหันมาใช้น้ำยางจากยางนา(เดิมตราด) แต่น้ำยางนา(เดิมตราด) ก็ได้มาไม่ง่ายต้องตระเวณเจาะที่โคนตอต้นยางนานับร้อยต้นแล้วเผาปิดรูที่เจาะทิ้งไว้2-3 สัปดาห์แล้วจึงกลับมาตักเอาน้ำยางไปเก็บไว้ให้ตกตะกอนเป็นน้ำยางใส่ๆจึงเคลื่อบได้) หลังจากนั้นเมื่อเคลื่อบด้วยวิธีดังกล่าวเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปเป็นการตกแต่งวาดลายประดับในส่วนที่เป็นขอบปากตอกด้านนอกด้วยลายที่มีลักษณะคล้ายดอกระจำยามเป็นสี่เหลี่ยมเปียกปูนทั่วขอบปากตอกด้านนอกแล้วขีดในกรอบดังกล่าว กลีบส้มโอ สี่ด้าน จากนั้น วาดลายที่เชิงตอกเป็นแนวเส้นตรงลดหลั่นกันเว้นห่างเพื่อลงสีอื่น จากนั้นจึงทาขอบปากตอกด้วยสีแดง และ ข้างในตัวพื้นตอกเป็นลายดอกไม้หลังจากนั้นจึงเพิ่มสีเหลืองเข้าไปแล้วนำไปตากเป็นอันเสร็จกระบวนการทำ ตอกเขมร ในเขตอีสานใต้ (สมัยโบราณการลงลายมีแค่สีแดงเพียงสีเดียว) หัตถกรรมการทำ" ตอก(โตก) " หรือบอกได้เลยว่าเป็นการทำเครื่องเขินตามแบบอย่างของชาวไทยเชื้อสายเขมรในเขตอีสานใต้ที่ในปัจจุบันกำลังจะสูญหายตายจากไปกับสังคมคนอีสานใต้ ทั้งนี้เนื่องมาจากปัจจัยทางด้านการละเล่นปัญโจลมม็วด(การเข้าทรงแม่มด)เมื่อหายลงไม่มีใครสืบทอดอุปการณ์ในการเข้าทรงก็คงต้องชะงักลงด้วย วัสดุวัตถุดิบหายากขึ้น และปัจจัยอื่นๆที่ยังไม่เข้ามาเกี่ยวข้องและเกี่ยวข้องการทำหัตกรรมดังกล่าวอาจต้องเหลือเเค่ความทรงจำในวิถีแห่งสังคม เกร็ดเล็กๆน้อยๆ " ตอก หรือ โตก " คนเขมรใช้ ใน 2 กรณี 1 . ใช้ทำเป็นเชี่ยนหมากเขมรเรี่ยกว่า " ตอกมะลู"ประจำบ้านทุกบ้านต้องมีตอกนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าตอกเข้าทรงแม่มด(ตอกมม็วต) 2. ใช้ทำเป็นตอกเข้าทรงแม่มด(ตอกมม็วต) " ซะโปก หรือ ขันโตก " คนไทยเขมรใช้ในการ ตั้งเครื่องบัตพลีบูชาในพิธีกรรมการปัญโจลมม็วด
|
| ปราสาทวรภัทร | ||
ปราสาทวรภัทรเป็นปราสาทอิฐจำลองสร้างเลียนแบบร่วมสมัยปราสาทแบบเขมรรุ่นเก่าสมัยเจนละผสมผสานศิลปะเขมรสมัยพระนคร ซึ่งสร้างทับสถานที่ที่เคยสร้างปราสาทจำลองที่ชื่อว่าปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปเมื่อปี 2550 แ |
||
|
View All |
||
| รองแง็ง | ||
ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |