• บรรณาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yut_nt.com@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 23516
  • จำนวนผู้โหวต : 85
  • ส่ง msg :
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ทางสังคมคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นรากเหง้าของตนเอง สิ่งที่นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมที่หลากหลายบนแผ่นดิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yongyoot
วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2550
ตอก(โตก):หัตถกรรมเครื่องเขินเขมรมีมากว่า300ปีกำลังจะสูญหาย
Posted by บรรณาลัย , ผู้อ่าน : 506 , 18:23:57 น.  
พิมพ์หน้านี้


ตอก(โตก):หัตถกรรมเครื่องเขินเขมรมีมากว่า300ปีกำลังจะสูญหาย

         เรื่องราวที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นหัตถกรรมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเขมรในเขตอีสานใต้ของประเทศไทยซึ่งเป็นหัตกรรมที่กำลังจะสูญหายและเลื่อนลางไปจากวิถีชุมชนคนอีสานใต้เพราะขาดการเหลียวแลจากอนุชนรุ่นหลังผู้ที่จะมาสืบนอกจากนั้นยังมีปัจจัยในหลายด้านที่กำลังจะส่งผลให้หัตกรรมดังกล่าวในอีกไม่นานต้องจบฉากวิถีแห่งหัตถกรรมการทำ "ตอก(โตก)"ลงอย่างสิ้นเชิงคงเหลือแค่ความทรงจำ

        

                       คุณตาวัยสูงอายุนั่งขมักเขม้นกับงานหัตถกรรมการทำโตก

         " ตอก"  นั้นเป็นภาษาเขมร  หรือที่คนไทยเข้าใจว่า   "โตก" มีลักษณะคล้ายพาน  คนไทยเชื้อสายเขมรในเขตอีสานใต้ของไทยนิยมใช้ภาชนะดังกล่าวเฉพาะในพิธีกรรมการละเล่นเข้าทรงอย่างหนึ่งในการรักษาโรคหรือบนบานศาลกล่าวที่เรียกว่า " ปัญโจลมม็วด(เข้าทรงเเม่มดเขมร)"  ซึ่งผู้ที่เข้าทรงทุกคนต้องมีภาชนะดังกล่าวประจำตัวทุกคน  ซึ่งปรากฏการทำภาชนะดังกล่าวมาน่าจะพร้อมกับพิธีการละเล่นดังกล่าว  และจากหลักฐาน  จากคำบอกเล่า  มีพานขนาดใหญ่ที่มีเทคนิคการทำเช่นเดียวกับการทำ ตอก(โตก) ที่ชาวเขมรเรี่ยกว่า "ซะโปก" ซึ่งมีลักษณะเหมือน ขันโตกใส่สำรับอาหารทางภาค

       

 "ซะโปก"  หรือ  ขันโตก  แบบเขมรที่ขดทำจากหวายแล้วลงรัก  ที่เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นอายุกว่า 300  ปี

                             

                                            ส่วนล่างและเชิงซะโปกแบบเขมร

เหนือ แต่ของคนไทยเขมรใช้ในการ ตั้งเครื่องบัตพลีบูชาในพิธีกรรมการปัญโจลมม็วด ซึ่งปรากฎภาชนะดังกล่าวนี้ในบ้านหัวเสือ ตำบลหัวเสือ  อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในสภาพการใช้งานมาแล้วตกทอดมาถึง 5 ชั่วอายุคนแต่ ซะโปก  ดังกล่าวยังคงสภาพคงทนเเข็งแรงดีมากๆ   ซึ่งยังไม่เคยผ่านการซ่อมแซมใดๆเลยและน่าจะเป็นภาชนะที่เหลือเพียงชิ้นเดียวในเขตอีสานใต้  ซึ่งกำหนดอายุแล้วลูกหลานที่เป็นเจ้าของบอกว่า น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า  300  ปี 

    

ตอกมะลู(เชี่ยนหมาก)แบบเขมรของรุ่นเก่าและได้ทำการซ่อมใหม่อย่างสวยเอี่ยมอายุกว่า  100  ปี

       ส่วนอีกชิ้นเป็นลักษณะเทคนิคการทำเช่นเดียวกับ  ตอก(โตก) แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยปากตอกและเชิงตอกมีการหักมุมเป็นเหลี่ยม ชิ้นดังกล่าวนี้เป็นของยายผมเอง  ซึ่งผมเกิดมาก็เห็นจนกระทั่งยายเสียชีวิตอายุได้ 104 ปี ตอก ใบนี้คุณยายใช้เป็นเชี่ยนหมากพลูประจำบ้าน สภาพตอกใบนี้ ถือว่าอยู่ในสภาพดีในสมัยเมื่อที่เชิงตอกนั้น คับคล้ายคับคลาว่ามีการสลักเป็นรูปหัวสิงห์หรือไม่ก็ราหูซึ่งดูไม่ชัดเพราะมีการเคลื่อบยางรักหนามากสีที่เห็นทาตอนนั้นมีแค่สีแดงมีแตกหักเป็นบางส่วน  จนกระทั่งมีการส่งให้ช่างทำตอกที่เหลืออยู่คนปัจจุบันซ่อมจนเห็นหน้าตาเค้าตอกออกมาในโฉมที่ใหม่เอี่ยมบวกกับการลงสีสันที่สะดุดตาแทนการใช้สีจากธรรมชาติที่หายากลงทุกที  ซึ่งของชิ้นนี้ผมเองสามารถระบุได้เลยว่าอายุไม่ตำกว่า100 ปี   

              

                         ตอก(โตก)เปลือยรอขั้นตอนการเคลือบขี้เถ้าปิดช่องว่าง

            และตอก(โตก)ดังต่อไปนี้เป็นหัถกรรมที่มีการทำมากว่า 300 ปี ที่ชุมชนบ้านหัวเสือ  อำภอขุขันธ์   จังหวัดศรีสะเกษ  เป็นหัถกรรมที่มียุ่งยากสับซ้อนสมัยผมยังเล็กพอจำความได้ผมเห็นตาผมและญาติๆเพื่อนๆรุ่นตาผมทำซึ่งผมเองสามารถอธิบายและเล่าถึงความยากลำบากกว่าจะได้ ตอก มาสักชิ้น  ซึ่งถ้าเทียบกับการทำเครื่องเขินทางภาคเหนือแล้วก็น่าจะมีเทคนิคเช่นเดียวกัน   ซึ่งขั้นตอนการทำแบบดั้งเดิมจริงๆที่ผมเคยเห็นมามีรายละเอียดดังต่อไปนี้

           สมัย 15  กว่าปี แถบถิ่นแถวนั้นยังคงมีป่ารกตามแนวเส้นทางเกวียนต้นไม้ที่ใช้ทำตอกมีขึ้นอยู่ประปราย  ซึ่งเป็นไม้เถาว์ไส้ตันเขมรเรี่ยกว่า  "เวือรตะเล็มแป "อันเป็นไม้หลักที่ใช้ทำตัวและเชิงตอก ส่วนขอบปากและเชิงตอกนั้นใข้ไม้ข่อยเขมรเรี่ยกว่า "เดิมสนาย" ส่วนเอวตอกที่เชื่อมต่อระหว่างตัวและเชิงใช้ก้านใบตาล(เทียงตะโนด)และเปลือกต้นนุ่น(สมอกเดิมกวร) ตระเวนเดินออกป่าหาตัดมาตุนไว้ หลังจากได้ไม้ไม้ทุกชิ้นที่หามาได้จะต้องนำมาผ่าและเหลาหยาบๆขดกันไว้เป็นวงนำไปตากแดดให้เเห้งประมาณ2-3สัปดาห์จานั้นก็เริ่มจากการเหลาขดวงต้นข่อยที่ตากแดดเป็นรูปวงกลมสองชิ้นขนาดต่าง

     

   เถาว์ไส้ตันเขมรเรี่ยกว่า  "เวือรตะเล็มแป "และไม้ข่อยเขมรเรี่ยกว่า "เดิมสนาย"

           

                   การขดขึ้นรูป                                     การลงสลักไม้ไผ่                      

                    

                             การลงสลักไม้ไผ่ส่วนเชิงตอก(โตก)

กันทำเชิงและตัวตอกจากนั้นก้นำไม้ไส้ตันที่จากแดดมาขดลงในวงที่ทำไว้ให้เลื่อมกันขึ้นรูปจนได้ที่แล้วใช้การไขรูตอกสลักไม้ไผ่ลงไปกันการลงของขดไม้จากนั้นจึงเหลาเกลาแต่งให้ได้รูปและเรีบบอีกที  เมื่อทำตัวตอกและเชิงตอกเสร็จตามด้วยการใส่เอวเชื่อมตัวและเชิงเข้าด้วยกันด้วยเปลือกนุ่นหรือก้านตาลที่ขดเป็นวงแล้วเจาะรูตอกสลักยึดติดกันถือเป็นการสิ้นสุดขั้นตอนขึ้นรูป

                

   การเจาะรูส่วนเอวเพื่อเชื่อมต่อตัวตอกและเชิงตอกโดยใช้เครื่องมือแบบโบราณ

  

การเจาะรูปลงสลักแบบโบราณและเอวตอกที่ใช้ก้านตาลรอการต่อเข้าด้วยกันกับเชิงตอก

          

ตัวตอกและเชิงตอกกองช้อนกันรอขั้นตอนการต่อเข้าด้วยกันและการใช้เครื่องเจาะลงสลักแบบสมัยใหม่มาใช้ร่วม

      

 ขั้นตอนการเหลาเกลาให้เรียบได้รูป                   ตรวจสอบความเรียบร้อบ

 

      ตอกที่เสร็จสิ้นจากขั้นตอนแรกๆรอการเข้าสู่ขั้นตอนการเคลือบปิดรูช่องว่าง

              

               ตอกเข้าสู่กระบวนการเคลือบเงาโดยใช้สีสังเคราะห์ในยุคที่ทันสมัยขึ้น

 

               ขั้นตอนการเคลือบขี้เถ้าปิดรูช่องว่างก่อนเข้าสู่การเคลือบเงา

          ขั้นตอนต่อไปเป็นการตกเเต่งเคลือบ   โดยจะมีการเตรียม  นำตอกที่ได้ไปรนไฟให้เศษขุ่ยไม้ที่เหลาไม่เกลี้ยงไหม้หลุดออกไป(สมัยก่อนกระดาษทรายหายากราคาแพงจึงใช้วิธีนี้)จากนั้นจึงเริ่มการรนดำหรือรมดำด้วยเปลวไฟจากยางต้นยางนา(เดิมตราด) ที่ให้เขม่าติดดำดีจนทั่ว จึงตามด้วยการปิดรูเคลือบช่องว่างระว่างขดไม้ให้เรียบโดยใช้ ขี้เถ้าที่เผาจากใบกล้วยแห้งผสมกับยางนาพอเหนียวเคลือบปิดช่องว่างน้อยใหญ่ให้ทั่วนำไปตากแดดให้เเห้งแล้วนำมาถูด้วยเศษผ้าให้เรียบแล้วรมดำอีกทีจากนั้นจึงตามด้วยการเคลือบเงาทับด้วยน้ำยางนา(เดิมตราด) ให้เกิดความเงางามนำไปตากแดดให้แห้ง(สมัยโบราณก่อนนี้จะใช้ยางจากต้นรัก(เดิมมะเรี๊ยะ)ซึ่งน้ำยางที่ได้จะมีความคงทนอยู่ได้นานเป็นร้อยปีแต่เพราะสมัยหลังๆต้นรัก(เดิมมะเรี๊ยะ)หายากและยางของต้นรัก(เดิมมะเรี๊ยะ)มีพิษโดนผิวหนังจะเป็นผื่นบวมแดงทั้งตัวปวดแสบปวดร้อนซึ่งมันไม่คุ้มและเสี่ยงชีวิตจึงหันมาใช้น้ำยางจากยางนา(เดิมตราด)  แต่น้ำยางนา(เดิมตราด) ก็ได้มาไม่ง่ายต้องตระเวณเจาะที่โคนตอต้นยางนานับร้อยต้นแล้วเผาปิดรูที่เจาะทิ้งไว้2-3 สัปดาห์แล้วจึงกลับมาตักเอาน้ำยางไปเก็บไว้ให้ตกตะกอนเป็นน้ำยางใส่ๆจึงเคลื่อบได้)

        หลังจากนั้นเมื่อเคลื่อบด้วยวิธีดังกล่าวเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปเป็นการตกแต่งวาดลายประดับในส่วนที่เป็นขอบปากตอกด้านนอกด้วยลายที่มีลักษณะคล้ายดอกระจำยามเป็นสี่เหลี่ยมเปียกปูนทั่วขอบปากตอกด้านนอกแล้วขีดในกรอบดังกล่าว กลีบส้มโอ สี่ด้าน   จากนั้น  วาดลายที่เชิงตอกเป็นแนวเส้นตรงลดหลั่นกันเว้นห่างเพื่อลงสีอื่น   จากนั้นจึงทาขอบปากตอกด้วยสีแดง  และ  ข้างในตัวพื้นตอกเป็นลายดอกไม้หลังจากนั้นจึงเพิ่มสีเหลืองเข้าไปแล้วนำไปตากเป็นอันเสร็จกระบวนการทำ ตอกเขมร ในเขตอีสานใต้ (สมัยโบราณการลงลายมีแค่สีแดงเพียงสีเดียว)

        หัตถกรรมการทำ" ตอก(โตก) " หรือบอกได้เลยว่าเป็นการทำเครื่องเขินตามแบบอย่างของชาวไทยเชื้อสายเขมรในเขตอีสานใต้ที่ในปัจจุบันกำลังจะสูญหายตายจากไปกับสังคมคนอีสานใต้   ทั้งนี้เนื่องมาจากปัจจัยทางด้านการละเล่นปัญโจลมม็วด(การเข้าทรงแม่มด)เมื่อหายลงไม่มีใครสืบทอดอุปการณ์ในการเข้าทรงก็คงต้องชะงักลงด้วย วัสดุวัตถุดิบหายากขึ้น  และปัจจัยอื่นๆที่ยังไม่เข้ามาเกี่ยวข้องและเกี่ยวข้องการทำหัตกรรมดังกล่าวอาจต้องเหลือเเค่ความทรงจำในวิถีแห่งสังคม  

    เกร็ดเล็กๆน้อยๆ

        " ตอก  หรือ โตก "    คนเขมรใช้  ใน   2  กรณี

              1 .  ใช้ทำเป็นเชี่ยนหมากเขมรเรี่ยกว่า " ตอกมะลู"ประจำบ้านทุกบ้านต้องมีตอกนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าตอกเข้าทรงแม่มด(ตอกมม็วต)

               2.  ใช้ทำเป็นตอกเข้าทรงแม่มด(ตอกมม็วต)

         "  ซะโปก  หรือ  ขันโตก "  คนไทยเขมรใช้ในการ ตั้งเครื่องบัตพลีบูชาในพิธีกรรมการปัญโจลมม็วด 

  

  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21
chawa วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 07.53 น.

ขอบคุณที่แสวงหาและนำเสนอ
มีข้อเสนอแนะคือ ควรลงพื้นที่ที่ทำโตกไว้ด้วย เบอร์โทร ติดต่อสั่งซื้อ สำหรับการช่วยหาตลาดให้คนทำสามารถอยู่รอดได้ต่อไปในโลกทุนนิยม
ความคิดเห็นที่ 20
โกนแขมร วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 13.17 น.

สวยงามมากๆเลย ดีใจที่ได้เห็นและได้อ่านเรื่องราว
ขอบคุณ บรรณาลัยมากๆเลยครับ
ขอบคุณผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยังรักษาไว้
รออีกนิดนะครับ กะเมงแขมร รุ่นใหม่จะออกโรงชักชวนกันมาร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมแขมรทุกอย่างนะครับ

ภาษา ศาสนา ความเชื่อ พิธีกรรม อุปกรณ์ทำกิน วีถีชีวิต เทพเจ้า ผี หัตถกรรม แห่งแขมร ....จะต้องฟื้นฟูรุ่งเรือง โดดเด่น ผงาดออกมาให้โลกได้เห็น !
ความคิดเห็นที่ 19
พราวนภา วันที่ : 10/11/2007 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

ขอบคุณมากค่ะ..ได้ความรู้มากมาย ละเอียดจังค่ะ..
ทีแรกมองดูนึกว่าเอาไม้มาเจาะ คว้าน...
..มีบทความใหม่ๆ ไปบอกกันนะค่ะ..และจะมาอ่านอีกค่ะ..
..เคยไปสุรินทร์ ขุนหาญ..ยังกับคนไทยในต่างแดน..ฟังไม่ออก..
ความคิดเห็นที่ 18
Invisible-Ink วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 18.15 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

รอเรื่องใหม่อยู่คับ
เชิญชม วัวแก่ กะ หญ้าอ่อน
http://www.oknation.net/blog/victor/2007/11/08/entry-1
ความคิดเห็นที่ 17
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 14.08 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

เก็บไว้บ้างนะครับ
ความคิดเห็นที่ 16
สอนสุพรรณ วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 


ต้องอนุรักษ์ สืบสานไว้อย่างรีบด่วนเลยครับ ก่อนที่จะหายไป...

เอาการบ้านมาส่งครับ...
http://www.oknation.net/blog/phaen/2007/11/08/entry-1
ความคิดเห็นที่ 15
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 08.29 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

สวัสดีพี่ยุทธธธธธ
ความคิดเห็นที่ 14
หัสดีลิงค์ วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 01.39 น.
http://www.oknation.net/blog/hatsadeling

เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่ควรอนุรักษ์
ความคิดเห็นที่ 13
แอร์ทีโบน วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 16.07 น.
http://www.oknation.net/blog/airhead
Hello everybody we are T-bone enjoy with us and enjoy yoursself mann!!!

ได้ความรู้อีกแล้วครับ แจ๋วเลยครับคุณพี่ จงยืนหยัดและเชื่อในสิ่งที่เรารักต่อไปครับ ขอสนับสนุน
ความคิดเห็นที่ 12
Weiser วันที่ : 06/11/2007 เวลา : 19.50 น.
http://www.oknation.net/blog/weiser
แวะไปเที่ยวบ้านผมมั่งนะ อิอิ

อยากมีไว้ติดบ้านซักอัน
ความคิดเห็นที่ 11
wullopp วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 15.20 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

จุมเรียบซัวบาท... สวัสดีครับ / ผมแวะไปโหวตให้ก่อนเลย เรื่องสาระดีๆ อย่างนี้หาอ่านยากมากๆ ... เสียดายที่เมืองไทยเราไม่อนุรักษ์ไว้...
ความคิดเห็นที่ 10
Invisible-Ink วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 14.51 น.
http://www.oknation.net/blog/victor

เยี่ยมคับ
Hello
..ซ้อ เซเว่น..แฉ "ลูกเต๋า" หมดเปลือก..
http://www.oknation.net/blog/victor/2007/11/05/entry-1
ความคิดเห็นที่ 9
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

แวะไปทำดีถวายในหลวงที่บ้านเรานะ คุณเป็นผู้โชคดี
ความคิดเห็นที่ 8
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 13.29 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าสนใจจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 7
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 11.34 น.
http://www.oknation.net/blog/puprasit
puprasit

มีเรื่องดีๆ มีคุณค่า มีความหมาย มาเล่าบอกอีกแล้ว ต้องโหวตให้ ขะรับ
ความคิดเห็นที่ 6
feng_shui วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 11.05 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

cool I like this kind of article
just for1 vote
ความคิดเห็นที่ 5
Jui วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 10.29 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ได้ความรู้มากเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 4
kibagnkok วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 10.07 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


อยากจะปั้นแบบนี้เป็นบ้างครับ

******************

แวะมาสวัสดีตอนเช้า และแจ้งข่าวว่า
ประมูลการกศลเพื่อเด็กกำพร้า วัดพระบาทน้ำพุ
จ.ลพบุรี ได้ปิดประมูลเรียบร้อยแล้วครับ ได้เงินบริจาคทั้งหมด 10,000 บาทครับ
http://www.oknation.net/blog/thaithai/2007/11/01/entry-1

ลุงกิ๊ขอแจ้งข่าวและนำการ์ดมาขอบคุณมาฝากครับ
ว่างๆๆๆ แวะไปร่วมเคาะอีกนะครับ

เคาะปุ๊บ ได้ความสุขปั๊บ...
ความคิดเห็นที่ 3
ศุภศรุต วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 21.16 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

หัตถกรรมพื้นบ้านอีสานใต้ ที่น่าสนใจ
น่าเสียดายที่มีเครื่องใช้พลาสติคเข้ามาแทนที่

ผลิตมาก็เป็นได้แต่ของที่ระลึก ของประดับบ้าน
จะไม่ให้สูญหาย ก็คงยากเต็มที

ดีที่สุดก็คือ เก็บรักษาภาพถ่ายและเรื่องราวไว้ วันข้างหน้าจะได้มีหลักฐานว่า ที่อีสานใต้ก็เคยมี "ตอก"


ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 18.32 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ที่อิสานก็มีค่ะ ... แต่เช่นเดียวกัน คงค่อยๆเลือนหายไป .. น่าเสียดาย

หากมีรูปประกอบก็จะได้อรร๔รสมากขึ้นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 18.28 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

โตก
ที่เชียงใหม่ก็มีนะ
แต่หน้าตาจะเหมือนกันหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ

สวัสดีตอนค่ำๆของหน้าหนาว
แต่อบอุ่นครับ

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รองแง็ง

ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30