• บรรณาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yut_nt.com@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 23606
  • จำนวนผู้โหวต : 85
  • ส่ง msg :
more
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ทางสังคมคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นรากเหง้าของตนเอง สิ่งที่นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมที่หลากหลายบนแผ่นดิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yongyoot
วันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2550
ลวดลายดอกไม้บนมงกุฎอัปสราที่มาตะกาวตุ้มหูโบราณอีสานใต้
Posted by บรรณาลัย , ผู้อ่าน : 463 , 12:14:43 น.  
พิมพ์หน้านี้


ลวดลายดอกไม้บนมงกุฎอัปสราที่มาตะกาวตุ้มหูโบราณอีสานใต้

        ต้องขอโทษ เพื่อน พี่ ชาวบล็อกที่ติดตามเรื่องราวแบบบ้านๆของบรรณาลัยที่พักหลังห่างหายว่างเว้น  ไม่ได้นำเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัพลงบล็อกให้ท่านผู้สนใจได้ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง   ถึงอย่างไรเรื่องราวนั้นครั้งต่อๆไปอาจจะนำมาเสนอให้ได้ติดตามอ่านคงถี่ลงเเต่ยังคงนำเสนอเรื่องราวความเป็นเอกลักษณ์ของบล็อกนี้ต่อไปเพื่อนเป็นการเผยแพร่เเลกเปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถิ่นในรูปแบบวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้และแถบอีสานใต้ให้ได้ติดตามอ่านอย่างเรื่อยๆ

        เอาละครับเข้าเรื่องซักทีครับ  เรื่องราวในครั้งนี้  ผมมีความตั้งใจจะนำเสนอเครื่องประดับที่สวยงามแปลกตาแทบจะพูดได้ว่าหาดูหาชมได้ยากมากๆ  คือเครื่องประดับใบหูของผู้หญิงไทยเชื้อสายเขมรมานับแต่โบราณก็ว่าได้   นั่นก็คือ   "ตะกาว" เป็นภาษาเขมรหมายถึง  ตุ้มหูแบบเขมร    ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ดูแปลกๆซึ่งสวยงาม 

        

ลักษณะของตะกาวที่มีขนาดเล็กลงทำขึ้นจากทองคำในแบบลวดลายปกาปลึด(ลายดอกสายบัว)

                                            

 ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เข้าใจว่าเป็นต้นแบบของลายตะกาวของชาวเขมรในประเทศกัมพูชา                                 

       

รูปแบบตะกาวของชาวเขมรในประเทศกัมพูชาที่เลียนแบบมาจากดอกไม้ดังตัวอย่างข้างต้นซึ่งยังคงมีลักษระคล้ายกับดอกไม้ประดับมงกุฏนางอัปสรา

ที่มาภาพ : http://www.khmerenaissance.info/geography_environment/khtum.html  

        "ตะกาว"  นั้น ถ้าให้แปลเป็นภาษาไทยนั้น ไม่รู้แน่ชัดว่าแปลว่าอะไร  แต่ถ้าให้แปลตามความหมายซึ่งสังเกตตามรุปร่างของสิ่งดังกล่าวก็จะหมายถึง   ตุ้มหูแบบเขมร    ตะกาว  ตุ้มหูแบบเขมรนั้นเข้าใจกันว่ามีใช้กันแพร่หลายในแถบอีสานใต้ใช่ว่าจะใช้เฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัฒนธรรมเขมรเพียงกลุ่มเดียวแต่ยังมีการใช้แพร่หลายไปทั้งกลุ่มหยิงในวัฒนธรรมลาว   ส่วย    ซึ่งล้วนแล้วแต่อาจจะได้รับอิทธิพลซึ่งกันและกันจึงเกิดการใช้เครื่องประดับลวดลายแบบดังกล่าวร่วมกัน 

              "ตะกาว" เป็นตุ้มหูแบบโบราณซึ่งสันนิฐานตามรูปแบบลวดลายในส่วนที่ทำเป็นดอกไม้    เมื่อนำไปเทียบเคียงกับลวดลายภาพจำหลักเครื่องประดับศรีษะของเหล่านางอัปสราหรืออัปสรที่จำหลักตามปราสาทในอาณาจักรเขมร  ไม่ว่าจะเป็นที่  นครวัด  นครธม   ปราสาทธมมานนท์    ปราสาทเบ็งมเลีย   ปราสาทวัดภูที่จำปาสักประเทศลาว  และ

                

ลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสราที่ปราสาทนครวัดมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ

ที่มาภาพ : http://www.ubru.ac.th/ccu/webboardkhmer_/view.php?No=1521

                  

สักเกตลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสราที่ปราสาทนครวัดมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ

ที่มาภาพ : http://tripangkor.com/destination/angkorwat/AngorWat42.jpg      

                         

สักเกตลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสรานางทางซ้ายมือที่ปราสาทนครวัดอีกแบบหนึ่งมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ

ที่มาภาพhttp://tripangkor.com/destination/angkorwat/AngorWat42.jpg            

     

สักเกตลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสราที่ปราสาทธมมานนท์อีกแบบหนึ่งมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ

                                ที่มาภาพ :   http://www.painaima.com/topic.php?   mcat_id=5&scat_id=1&topic_id=703

                 

                 

สังเกตมงกุฏนางอัปสราอีกหนึ่งนางที่ปราสาทศรีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์  ดินแดนต้นแบบการทำตะกาวตุ้มหุแบบเขมร

 ที่มาภาพ : http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E2886943/E2886943.html

                       

สังเกตมงกุฏนางอัปสราแบบใกล้ๆที่ปราสาทศรีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์  ดินแดนต้นแบบการทำตะกาวตุ้มหุแบบเขมร

ที่มาภาพ ; http://larndham.net/index.php?showtopic=24055&st=500    

       

         

 สังเกตดอกไม้บนมงกุฏนางอัปสราตัวเป็นๆที่ประเทศกัมพูชายังคงลวดลายแบบตะกาว

ที่มาภาพ : http://andrewpagephoto.com/cambodiandance/Recent%20Gallery/aprilboston06/apsara%20dance%20page.html

ปราสาทแห่งอื่นๆอีกมากมาย   ซึ่งลวดลวยดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบลวดลายของตะกาวที่เป็นเครื่องประดับใบหูในส่วนติ่งหู   ซึ่งในอดีตเมื่อครั้งสมัยขอมลวดลวยที่เป็นดอกไม้เครื่องประดับดังกล่าวประดับประกอบบนมงกุฏนางอัปสร  แต่ย้อนกลับมาในครั้งสมัยปัจจุบันเท่าที่ปรากฏมาพบเป็นเครื่องประดับที่เป็นลวดลายดอกไม้ ประดับหูของหญิงไม่ว่าคนไทยเชื้อสายเขมร  ลาว  กูย  ในเขตอีสานใต้  กันทั้งสิ้น  

    

  ลักษณะตะกาวทองคำที่บริเวณช่อดอกตรงกลางทำเลียนแบบเกสรดอกสายบัว

   

ลักษณะเมื่อนำมาเทียบเคียงลวดลายดอกไม้บนมงกุฏนางอัปสราที่จำหลักตามปราสาทหินเขมร

         ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ   ด้วยเหตุที่ว่า  ทำไมลวดลายดังกล่าวนี้  ยังคงมีมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน   ไม่ทราบหรือไม่อาจระบุได้ว่า  เครื่องประดับที่เรี่ยกว่า  "ตะกาว" ช่างในสมัยปัจจุบันได้ไปเลียนแบบลวดลวยดังกล่าวจากภาพจำหลักเครื่องสวมมงกุฏนางอัปสราแบบเขมรโบราณหรือไม่   อาจเป็นการสืบทอดลวดลวยเหล่านี้จากช่างเขมรมานับแต่โบราณตั้งแต่สมัยเก่าแก่ไปกว่าสมัยนครวัดของเขมรโบราณ   ซึ่งยังมีข้อกังขาสงสัยว่าถ้าศึกษารายละเอียดเครื่องประดับติ่งหูของคนเขมรโบราณตามภาพจำหลักก็ไม่ปรากฏตุ้มหูในรูปแบบดังกล่าวใช้กัน   ซึ่งสามารถทำให้ได้ข้อสรุปดังกล่าวว่า  "ตะกาว"ตุ้มหูลวดลายแบบโบราณนั้นน่าจะเป็นรูปแบบมีต้นกำเนิดมาโดยช่างเขมรโบราณที่สืบทอดทำกันมาโดยอาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเครื่องประดับบนศรีษะดังปรากฏมาเป็นเครื่องประดับที่ติ่งหู   ซึ่งช่างเขมรที่มีความชำนาญในการประดิษฐ์ทำ  ตะกาวหรือตุ้มหูแบบโบราณ  ดังกล่าว  ส่วนใหญ่แล้วเป็นช่างชาวเขมรโบราณที่สืบทอดกันมาจากราชสำนักเขมรโบราณที่อบยพกันมาเมื่อเกิดสงครามสมัยอยุธยามาอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ปัจจุบัน  ซึ่ง

                                    

ลักษณะดอกตะกาวที่ทำจากเงินของช่างชาวจังหวัดสุรินทร์ที่สืบทอดวิธีการทำมานับแต่สมัยโบราณ

ที่มาภาพ : http://www.komchadluek.net/2007/03/08/i001_96214.php?news_id=96214    

มีหมู่บ้านที่ทำเครื่องเงินและเครื่องทองในรูปแบบต่างๆซึ่งในส่วนนี้   ก็ยังมีการทำตะกาวอันเป็นเครื่องประดับตุ้มหูแบบโบราณ  ที่ชื่อหมูบ้านว่า   บ้านเขว้าสินรินทร์   เป็นชุมชนที่มีความสามารถในการทำเครื่องเงินซึ่งในอดีมีการทำเครื่องทองร่วมด้วยแต่ต่อมาทองหายากและราคาแพงจึงหันมาทำเครื่องเงินซะเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งมีการทำมากว่า  100  ปี สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นที่ยังคงลวดลายแบบโบราณ

          ลวดลายตะกาวนั้นจะมีการทำจากโลหะสองอยู่สองชนิดคือ  ทอง และเงิน ปัจจุบันที่ทำจากโลหะทองนั้นไม่ค่อยมีทำกันนอกจากจะมาสั่งทำ ตะกาว นั้นขนาดในสมัยโบราณนั้นทำขึ้นมีขนาดใหญ่เท่าเหรีญห้าบาทปัจจุบัน มีก้านยาว  ซึ่งปัจจุบันจะลดขนาดลงส่วนใหญ่หันมาเป็นการสั่งทำซึ่งนิยมกันในโลหะทองคำทั้งนี้จะได้เก็บเป็นสมบัติมรดกให้ลูกหลานของตน  ตะกาวมีลวดลายหลายแบบ  มีชื่อเรียกแตกต่างกัน   ได้เเก่

  

ตะกาวจะมีส่วนที่เป็นดอกและก้านยาวคล้ายสายบัว ในสมัยโบราณตะกาวจะมีขนาดใหญ่จึงต้องมีการทำข้อต่อระหว่างดอกและก้านหมุนเกลียวถอดออกจากันได้ให้สะดวกในการใส่ปัจจุบันไม่มีแล้ว

         ตะกาวปกาซองรอง(?)

         ตะกาวปกาปลึด(ลายดอกสายบัว)

         ตะกาวปกาตรอบ(ลายดอกมะเขือ)

แต่ละลายจะมีความปราณีตสวยงามแตกต่างกันออกไป

          

              หญิงไทยสูงวัยเชื้อสายเขมรใส่ตะกาวตุ้มหูแบบเขมรโบราณอยู่บ้าน

         "ตะกาว"  ในปัจจุบัน  ยังคงหลงเหลือและนิยมมีการใช้ประดับอยู่บ้างก็เฉพาะ ในหญิงสูงวัย  หรือไม่ก็ในหญิงวัยกลางคนจะใส่กันก็เฉพาะโอกาสงานเทศกาลสำคัญเพื่อประชันความงามกัน  น้อยนักที่มีโอกาสได้พบเห็น  บวกกับยุคสมัยปัจจุบันการใส่เครื่องประดับที่เป็นทองคำออกไปไหนมาไหนไกลๆจะเป็นเป้าสายตาแก่โจรวึ่งสร้างความหวาดกลัวและอันตรายกับตัวเอง  ตะกาว ดังกล่าว จึงเป็นเพียงสมบัติในกรุ  ที่รอวันเวลาออกโชว์อวดกันเฉพาะในโอกาสสำคัญๆเท่านั้น


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15
chawa วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 07.46 น.

1 เคยขอ "ตะกาว" แม่มาเก็บไว้ แล้วอยู่ ๆ หายไปหาไม่เจอ
2 ในหนังสือของ คาร์ล เดอริ่ง ที่ถ่ายเอาไว้สมัย ร. 4 ภาพถ่ายคนอีสาน ใส่ตุ้มหูในแบบที่คุณยายคนผมหงอกใส่เลย
3 รื้อในพจนานุกรมเขมร พบคำ "ฎงฺกาว" /ด็องกาว/ แปลว่า อุปกรณ์ทำด้วยไม้หรือไม้ไผ่เล็กยาวมีปลายหักงอ สำหรับเกี่ยวดึงกิ่งไม้เป็นต้น
ความคิดเห็นที่ 14
โกนแขมร วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 12.45 น.

"ทา ""ตะกาว"" นึง กอง เนียง บาน โม ปี ณา
บาน โม ปี แย็ย หรือ แสร็น บาน โม ปี ตา
เนียง บาน โม ปี ณา ..เลิง บาน กรุบ มะเรียม แสร็ย"

"ตะกาว แขมร ละออ
เยิง ตำณอ ตอ เติว มุข
ละออ ละเอ็ด เอ็ด ตำเนะ นิห์ เริห์ ตุก
เจีย ตำนุก เกร แขมร เยิง ....รมเลียย"
ความคิดเห็นที่ 13
..ขิงชมพู.. วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 23.09 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu

สวัสดีค่ะ...

"ตะกาว" พึ่งได้ยินคำนี้ครั้งแรกค่ะ..

ถ้าไม่แวะมาที่นี่คงไม่ได้รู้ประวัติศาสตร์ เรื่องราวที่น่าสนใจแบบนี้ค่ะ....

ขอบคุณเรื่องราวดีๆนะคะ......
ความคิดเห็นที่ 12
เสดพีร์ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 09.36 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

เพิ่งได้ยินคำว่า "ตะกาว" ครับ
พจนานุกรมราชบัณฑิตฯ เก็บคำนี้ไว้ แต่ความหมายเป็นอีกอย่างหนึ่ง
ตะกาว น. ขอสําหรับเกี่ยวเรือ.

ดีที่นำแง่มุมศิลปวัฒนธรรมนอกกระแสหลัก หรือศิลปะพื้นบ้านขึ้นมานำเสนอครับ
ความคิดเห็นที่ 11
วิตามินบี วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 02.20 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ตะกาวงามมากๆค่ะ
ชื่อก็เพราะจริงๆ
เป็นความรู้ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยค่ะ
นี่ถ้าคนดีไซด์พวกตุ้มหูสมัยใหม่มาเห็น
คงต้องนำไปออกแบบเลียนแบบแน่ๆ
เพราะสวยและดูดีมากๆ
ความคิดเห็นที่ 10
ล้านเล็กๆ วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

คราวก่อนก็ทีนึงและ...

คราวนี้ก็อีก..มีเรื่องแปลกใหม่(สำหรับผมน่ะนะ)

มาในเรียนรู้อยู่เรื่อย

ขอบคุณครับ....รักคนไทยและความเป็นไทย
ความคิดเห็นที่ 9
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอบคุณมากนะคะ โดยปกติชีวิตประจำวัน

ชอบแต่งกายแบบไทยๆ ยิ่งเครื่องประดับแบบไทยๆยิ่งชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ดูแล้ว สบายใจนะ

ดูไทยๆดี
ความคิดเห็นที่ 8
jam_noyam วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 10.21 น.
http://www.oknation.net/blog/asyoulikeit

เพิ่งเคยเห็นและได้ยินชื่อ
นานมาแล้วเคยเห็นตุ้มหูคล้ายดอกพิกุล มีก้านด้านหลังเสียบรูติ่งหูที่เจะไว้แล้วขันเกลียวหลังติ่งหู
ขอบคุณที่นำมาเผยแพร่ครับ
ความคิดเห็นที่ 7
อะหนึ่ง วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 19.12 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

เหล่านางอัปสรา งามสง่าด้วย "ตะกาว"

เพิ่งไปเที่ยวกับ ทริปโอเคฯ ที่ปราสาทเมืองสิงห์ มา
ว่างๆ เชิญแวะไปตรวจทานงานเขียนด้วยนะครับ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ วัฒนธรรมเขมร

ทริปหน้าแว่วๆว่า โอเคฯ จะไปทัวร์นครวัด-นครธม กัน
ชวน คุณพี่ บรรณาลัย ไปด้วยกันนะครับ จะได้ช่วยกันบรรยายให้ความรู้ โต้วาทีกับ อ.ศุภศรุต...(๕๕๕)
--------------------------------
อิฐเก่าๆ แผ่นเดียวก็มีค่า...ศิลาก้อนเดียวก็มีคุณ (หัวใจติดดาบ ชีพจรลงเท้า ปราสาทเมืองสิงห์)
http://www.oknation.net/blog/mindhand/2007/11/21/entry-1
ความคิดเห็นที่ 6
แม่สีไฟ วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 14.42 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


เพิ่งจะได้รู้จักตะกาวคราวนี้ล่ะค่ะ

ของเก่าแก่มีคุณค่า
จึงเหมาะกับการนำออกมาอวดโฉมในงานสำคัญ ๆ

ชอบค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวของ "ตะกาว" ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 21.01 น.
http://www.oknation.net/blog/taimahayan
ศิษย์ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุ

...ข้อมูลน่าสนใจมากครับ กำลังวางแผนจะไปชมความงามของนครวัดอยู่ ตอนนี้ก็ชมตุ้มหูเขมรงามๆไปพลางๆก่อน
ขอบคุณที่ไปแวะเยี่ยมครับผม

...เล็ก ศิษย์โง่หมายเลข๑...
ความคิดเห็นที่ 4
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 14.52 น.
http://www.oknation.net/blog/puprasit
puprasit

เห็นอยู่บ่อยๆ ตอนเด็กๆ โตแล้วชักเลือนหายไป แต่ไม่ได้สนใจลึกซึ้ง ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆ มีคุณภาพมานำเสนออีกแล้วครับท่าน โหวตให้เน้อ
ความคิดเห็นที่ 3
สอนสุพรรณ วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 13.37 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

มาชมภาพอีกรอบหนึ่งครับ...

ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ นับว่าทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก...

เยี่ยมครับ...ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ศุภศรุต วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 12.53 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

เครื่องประดับย้อนยุค เขมรโบราณจริง ๆ ครับ

สืบทอดมานาน เพราะเป็นของชั้นสูง ยิ่งทำด้วยทองคำ ต้องเป็นคนในระดับเจ้านายจึงจะได้ใช้

ถ้าจำไม่ผิด เคยพบตะกาวในแห่งโบราณคดีของเขมรด้วยครับ


ชอบเรื่องราวที่ไม่เคยรู้ อย่างนี้แหละ ....


ความคิดเห็นที่ 1
สอนสุพรรณ วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
  ส่งเสริม    สืบสาน    สร้างสรรค์    ศิลปวัฒนธรรม 

อ่านตามก็พอจะนึกภาพออกเพียงเลา ๆ ถ้าจะให้ชัดเจนนี่คุณบรรณาลัยพอจะมีภาพให้ชมไหมครับ...

"ตะกาว" เพิ่งเคยได้ยินชื่ออ่ะครับ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รองแง็ง

ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30