พิมพ์หน้านี้
|
ลวดลายดอกไม้บนมงกุฎอัปสราที่มาตะกาวตุ้มหูโบราณอีสานใต้ ต้องขอโทษ เพื่อน พี่ ชาวบล็อกที่ติดตามเรื่องราวแบบบ้านๆของบรรณาลัยที่พักหลังห่างหายว่างเว้น ไม่ได้นำเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัพลงบล็อกให้ท่านผู้สนใจได้ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง ถึงอย่างไรเรื่องราวนั้นครั้งต่อๆไปอาจจะนำมาเสนอให้ได้ติดตามอ่านคงถี่ลงเเต่ยังคงนำเสนอเรื่องราวความเป็นเอกลักษณ์ของบล็อกนี้ต่อไปเพื่อนเป็นการเผยแพร่เเลกเปลี่ยนวัฒนธรรมท้องถิ่นในรูปแบบวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้และแถบอีสานใต้ให้ได้ติดตามอ่านอย่างเรื่อยๆ เอาละครับเข้าเรื่องซักทีครับ เรื่องราวในครั้งนี้ ผมมีความตั้งใจจะนำเสนอเครื่องประดับที่สวยงามแปลกตาแทบจะพูดได้ว่าหาดูหาชมได้ยากมากๆ คือเครื่องประดับใบหูของผู้หญิงไทยเชื้อสายเขมรมานับแต่โบราณก็ว่าได้ นั่นก็คือ "ตะกาว" เป็นภาษาเขมรหมายถึง ตุ้มหูแบบเขมร ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ดูแปลกๆซึ่งสวยงาม ลักษณะของตะกาวที่มีขนาดเล็กลงทำขึ้นจากทองคำในแบบลวดลายปกาปลึด(ลายดอกสายบัว) ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เข้าใจว่าเป็นต้นแบบของลายตะกาวของชาวเขมรในประเทศกัมพูชา รูปแบบตะกาวของชาวเขมรในประเทศกัมพูชาที่เลียนแบบมาจากดอกไม้ดังตัวอย่างข้างต้นซึ่งยังคงมีลักษระคล้ายกับดอกไม้ประดับมงกุฏนางอัปสรา ที่มาภาพ : http://www.khmerenaissance.info/geography_environment/khtum.html "ตะกาว" นั้น ถ้าให้แปลเป็นภาษาไทยนั้น ไม่รู้แน่ชัดว่าแปลว่าอะไร แต่ถ้าให้แปลตามความหมายซึ่งสังเกตตามรุปร่างของสิ่งดังกล่าวก็จะหมายถึง ตุ้มหูแบบเขมร ตะกาว ตุ้มหูแบบเขมรนั้นเข้าใจกันว่ามีใช้กันแพร่หลายในแถบอีสานใต้ใช่ว่าจะใช้เฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัฒนธรรมเขมรเพียงกลุ่มเดียวแต่ยังมีการใช้แพร่หลายไปทั้งกลุ่มหยิงในวัฒนธรรมลาว ส่วย ซึ่งล้วนแล้วแต่อาจจะได้รับอิทธิพลซึ่งกันและกันจึงเกิดการใช้เครื่องประดับลวดลายแบบดังกล่าวร่วมกัน "ตะกาว" เป็นตุ้มหูแบบโบราณซึ่งสันนิฐานตามรูปแบบลวดลายในส่วนที่ทำเป็นดอกไม้ เมื่อนำไปเทียบเคียงกับลวดลายภาพจำหลักเครื่องประดับศรีษะของเหล่านางอัปสราหรืออัปสรที่จำหลักตามปราสาทในอาณาจักรเขมร ไม่ว่าจะเป็นที่ นครวัด นครธม ปราสาทธมมานนท์ ปราสาทเบ็งมเลีย ปราสาทวัดภูที่จำปาสักประเทศลาว และ ลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสราที่ปราสาทนครวัดมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ ที่มาภาพ : http://www.ubru.ac.th/ccu/webboardkhmer_/view.php?No=1521 สักเกตลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสราที่ปราสาทนครวัดมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ ที่มาภาพ : http://tripangkor.com/destination/angkorwat/AngorWat42.jpg สักเกตลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสรานางทางซ้ายมือที่ปราสาทนครวัดอีกแบบหนึ่งมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ ที่มาภาพhttp://tripangkor.com/destination/angkorwat/AngorWat42.jpg สักเกตลักษณะดอกไม้เครื่องประดับบนมงกุฏอัปสราที่ปราสาทธมมานนท์อีกแบบหนึ่งมีเค้าและแบบตะกาวตุ้มหูเขมรโบราณ ที่มาภาพ : http://www.painaima.com/topic.php? mcat_id=5&scat_id=1&topic_id=703
สังเกตมงกุฏนางอัปสราอีกหนึ่งนางที่ปราสาทศรีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์ ดินแดนต้นแบบการทำตะกาวตุ้มหุแบบเขมร ที่มาภาพ : http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E2886943/E2886943.html สังเกตมงกุฏนางอัปสราแบบใกล้ๆที่ปราสาทศรีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์ ดินแดนต้นแบบการทำตะกาวตุ้มหุแบบเขมร ที่มาภาพ ; http://larndham.net/index.php?showtopic=24055&st=500 สังเกตดอกไม้บนมงกุฏนางอัปสราตัวเป็นๆที่ประเทศกัมพูชายังคงลวดลายแบบตะกาว ที่มาภาพ : http://andrewpagephoto.com/cambodiandance/Recent%20Gallery/aprilboston06/apsara%20dance%20page.html ปราสาทแห่งอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งลวดลวยดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบลวดลายของตะกาวที่เป็นเครื่องประดับใบหูในส่วนติ่งหู ซึ่งในอดีตเมื่อครั้งสมัยขอมลวดลวยที่เป็นดอกไม้เครื่องประดับดังกล่าวประดับประกอบบนมงกุฏนางอัปสร แต่ย้อนกลับมาในครั้งสมัยปัจจุบันเท่าที่ปรากฏมาพบเป็นเครื่องประดับที่เป็นลวดลายดอกไม้ ประดับหูของหญิงไม่ว่าคนไทยเชื้อสายเขมร ลาว กูย ในเขตอีสานใต้ กันทั้งสิ้น ลักษณะตะกาวทองคำที่บริเวณช่อดอกตรงกลางทำเลียนแบบเกสรดอกสายบัว ลักษณะเมื่อนำมาเทียบเคียงลวดลายดอกไม้บนมงกุฏนางอัปสราที่จำหลักตามปราสาทหินเขมร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ด้วยเหตุที่ว่า ทำไมลวดลายดังกล่าวนี้ ยังคงมีมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ไม่ทราบหรือไม่อาจระบุได้ว่า เครื่องประดับที่เรี่ยกว่า "ตะกาว" ช่างในสมัยปัจจุบันได้ไปเลียนแบบลวดลวยดังกล่าวจากภาพจำหลักเครื่องสวมมงกุฏนางอัปสราแบบเขมรโบราณหรือไม่ อาจเป็นการสืบทอดลวดลวยเหล่านี้จากช่างเขมรมานับแต่โบราณตั้งแต่สมัยเก่าแก่ไปกว่าสมัยนครวัดของเขมรโบราณ ซึ่งยังมีข้อกังขาสงสัยว่าถ้าศึกษารายละเอียดเครื่องประดับติ่งหูของคนเขมรโบราณตามภาพจำหลักก็ไม่ปรากฏตุ้มหูในรูปแบบดังกล่าวใช้กัน ซึ่งสามารถทำให้ได้ข้อสรุปดังกล่าวว่า "ตะกาว"ตุ้มหูลวดลายแบบโบราณนั้นน่าจะเป็นรูปแบบมีต้นกำเนิดมาโดยช่างเขมรโบราณที่สืบทอดทำกันมาโดยอาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเครื่องประดับบนศรีษะดังปรากฏมาเป็นเครื่องประดับที่ติ่งหู ซึ่งช่างเขมรที่มีความชำนาญในการประดิษฐ์ทำ ตะกาวหรือตุ้มหูแบบโบราณ ดังกล่าว ส่วนใหญ่แล้วเป็นช่างชาวเขมรโบราณที่สืบทอดกันมาจากราชสำนักเขมรโบราณที่อบยพกันมาเมื่อเกิดสงครามสมัยอยุธยามาอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ปัจจุบัน ซึ่ง ลักษณะดอกตะกาวที่ทำจากเงินของช่างชาวจังหวัดสุรินทร์ที่สืบทอดวิธีการทำมานับแต่สมัยโบราณ ที่มาภาพ : http://www.komchadluek.net/2007/03/08/i001_96214.php?news_id=96214 มีหมู่บ้านที่ทำเครื่องเงินและเครื่องทองในรูปแบบต่างๆซึ่งในส่วนนี้ ก็ยังมีการทำตะกาวอันเป็นเครื่องประดับตุ้มหูแบบโบราณ ที่ชื่อหมูบ้านว่า บ้านเขว้าสินรินทร์ เป็นชุมชนที่มีความสามารถในการทำเครื่องเงินซึ่งในอดีมีการทำเครื่องทองร่วมด้วยแต่ต่อมาทองหายากและราคาแพงจึงหันมาทำเครื่องเงินซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีการทำมากว่า 100 ปี สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นที่ยังคงลวดลายแบบโบราณ ลวดลายตะกาวนั้นจะมีการทำจากโลหะสองอยู่สองชนิดคือ ทอง และเงิน ปัจจุบันที่ทำจากโลหะทองนั้นไม่ค่อยมีทำกันนอกจากจะมาสั่งทำ ตะกาว นั้นขนาดในสมัยโบราณนั้นทำขึ้นมีขนาดใหญ่เท่าเหรีญห้าบาทปัจจุบัน มีก้านยาว ซึ่งปัจจุบันจะลดขนาดลงส่วนใหญ่หันมาเป็นการสั่งทำซึ่งนิยมกันในโลหะทองคำทั้งนี้จะได้เก็บเป็นสมบัติมรดกให้ลูกหลานของตน ตะกาวมีลวดลายหลายแบบ มีชื่อเรียกแตกต่างกัน ได้เเก่ ตะกาวจะมีส่วนที่เป็นดอกและก้านยาวคล้ายสายบัว ในสมัยโบราณตะกาวจะมีขนาดใหญ่จึงต้องมีการทำข้อต่อระหว่างดอกและก้านหมุนเกลียวถอดออกจากันได้ให้สะดวกในการใส่ปัจจุบันไม่มีแล้ว ตะกาวปกาซองรอง(?) ตะกาวปกาปลึด(ลายดอกสายบัว) ตะกาวปกาตรอบ(ลายดอกมะเขือ) แต่ละลายจะมีความปราณีตสวยงามแตกต่างกันออกไป หญิงไทยสูงวัยเชื้อสายเขมรใส่ตะกาวตุ้มหูแบบเขมรโบราณอยู่บ้าน "ตะกาว" ในปัจจุบัน ยังคงหลงเหลือและนิยมมีการใช้ประดับอยู่บ้างก็เฉพาะ ในหญิงสูงวัย หรือไม่ก็ในหญิงวัยกลางคนจะใส่กันก็เฉพาะโอกาสงานเทศกาลสำคัญเพื่อประชันความงามกัน น้อยนักที่มีโอกาสได้พบเห็น บวกกับยุคสมัยปัจจุบันการใส่เครื่องประดับที่เป็นทองคำออกไปไหนมาไหนไกลๆจะเป็นเป้าสายตาแก่โจรวึ่งสร้างความหวาดกลัวและอันตรายกับตัวเอง ตะกาว ดังกล่าว จึงเป็นเพียงสมบัติในกรุ ที่รอวันเวลาออกโชว์อวดกันเฉพาะในโอกาสสำคัญๆเท่านั้น |
| ปราสาทวรภัทร | ||
ปราสาทวรภัทรเป็นปราสาทอิฐจำลองสร้างเลียนแบบร่วมสมัยปราสาทแบบเขมรรุ่นเก่าสมัยเจนละผสมผสานศิลปะเขมรสมัยพระนคร ซึ่งสร้างทับสถานที่ที่เคยสร้างปราสาทจำลองที่ชื่อว่าปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปเมื่อปี 2550 แ |
||
|
View All |
||
| รองแง็ง | ||
ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |