• บรรณาลัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yut_nt.com@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 37281
  • จำนวนผู้โหวต : 89
  • ส่ง msg :
จากอดีตถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ทางสังคมคือสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเข้าใจในความเป็นรากเหง้าของตนเอง สิ่งที่นำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมที่หลากหลายบนแผ่นดิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yongyoot
วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม 2551
ปราสาทอิฐดินเผาเล็กที่สุดในโลก ภูมิปัญญาจากบรรพชน
Posted by บรรณาลัย , ผู้อ่าน : 445 , 19:01:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


ปราสาทอิฐดินเผาเล็กที่สุดในโลก  ภูมิปัญญาจากบรรพชน

เรื่องปราสาทอิฐดินเผาขนาดเล็กนี้  เคยนำเสนอแล้วในบล็อกนี้    http://www.oknation.net/blog/yongyoot/2007/07/26/entry-1           สืบเนื่องมาจากความหลงใหลในความงามของปราสาทหินเขมรสมัยโบราณ  ที่ข้าพเจ้าเองมีความหลงใหลและสนใจกระทั่งศึกษาเรื่องราวทั้งประวัติศาสตร์   รูปภาพ   ต่างๆ  และส่วนประกอบที่เกี่ยวโยง   การได้สัมผัส   ได้ทำในสิ่งที่รักนั้นมันเป้นสิ่งที่ช่างมีความสุขอย่างสุดแสนจะพรรณา   ความสำเสร็จที่เกิดจากผลงานเช่นนี้  เมื่อได้นั่งชมผลงานท่วมกลางธรรมชาติแล้ว  มันช่างมีความสุขเหลือแสน    แต่ในทางกลับกันสังคมชนบทกลับมองว่าสิ่งที่กระทำอันเกิดจากผลงานชิ้นนี้เป็นเพียง  วัตถุที่ทำขึ้นมาทำไม  เพื่ออะไร  เป็นบ้าหรือ  แม้กระทั่ง คนใกล้ตัวยังมองว่า  ทำไปทำไมไม่เห็นจะขายได้จะขยันทำไปเพื่ออะไร    แต่นี่เป็นสิ่งที่คนอย่างนักสร้างผลงานเช่นนี้เจอแต่ความเข้าใจในการที่จะสร้างผลงานที่สื่อออกมาถึงความรักและความคลั่งในอารยธรรมแห่งบรรพชน     จนเป็นเหตุ ทำมาซึ่งผลงานชิ้นนี้   

           ผลงานชิ้นนี้มิใช่เพียงผลงานชิ้นแรกที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นโดยใช้ระยะเวลาและกระบวนการสร้างแต่ละครั้งนานหลายเดือน หรือร่วมปี   ผลงานเช่นนี้    ถูกคิดค้นศึกษาเทคนิค  ภาพ  จากที่ต่างๆมากมาย  จนออกมาเป็นปราสาทอิฐขนาดเล็กที่สุด   ปราสาทอิฐที่ข้าพเจ้าสร้างมาแล้วมากมายหลายหลัง   แต่ด้วยกรรมมวิธีการประสานอิฐที่ใช้โคนในการประสานซึ่งไม่ทนต่อฝนเมื่อโดนฝนและไม่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีปราสาทเหล่านี้จึงพังทลายลงไป  

            ก่อนจะมีปราสาทหลังนี้เคยมีปราสาทที่ข้าพเจ้าสร้างมาในลักษณะนี้มาแล้วนับกว่าห้าสิบหลังเท่าที่จำได้ซึ่งส่วนใหญ่ จะสร้างเเล้วดูแลรักษาไม่ดีพังบ้างแล้วสร้างใหม่  โดยเพาะหน้าฝนถ้าดูแลไม่ดีโดนฝนก็พัง   ปราสาทที่เป็นชิ้นโบแดง  เหลือแค่ซากซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงสองแห่งคือปราสาทที่ข้าพเจ้าตั้งชื่อว่า ปราสาทเกรียง  และปราสาทสนอลึงค์หรือ ปราสาทวรภัทรหลังจากนั้นได้วางมือจากการสร้างไปเกือบ  6  ปี   และเมื่อสองปีให้หลังได้กลับมาสร้างปราสาทสนอลึงค์หลังจากนั้นปราสาทแห่งนี้ได้พังทลายลงปีถัดมาปี  2551 ได้กลับมาสร้าง ปราสาทวรภัทรทับที่เดิมที่เคยสร้างปราสาทสนอลึงค์อันเป็นปราสาท  ปราสาทอิฐขนาดเล็ก  ที่ถูกคิดค้นเทคนิคเลียนแบบการสร้างการมาแล้วกว่า  10  ปี   ที่สวยงามดังปัจจุบัน   

               ปราสาทขนาดเล็กที่สุดที่ผมเก็บภาพมานำเสนอพี่น้องชาวบล็อคครั้งนี้เป็นผลงานการสร้างชิ้นสุดท้าย ปี  2551  ทุ่มกำลังเเรงสร้างใช้เวลา  1   เดือนเต็ม ระหว่างเดือนมีนาคม - ปลายเดือนเมษายนตลอดกระบวนการที่ซับซ้อน และอากาศที่ทรหด   และเมื่อเสร็จสิ้น  ปราสาทแห่งนี้ผมได้ขนานนามว่า    ปราสาทวรภัทร   ซึ่งหมายถึง   ปราสาทที่สิงสถิตของสิ่งศักดิ์แห่งภูเขา   โดยจำลองเนินดินเตี้ยๆเสมือนประหนึ่งภูเขา  

           ปราสาทวรภัทร   สร้างทับบนพื้นที่เดิมที่เคยสร้างปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปเมื่อ ปี  2550   ปรางค์ปราสาทถูกสร้างขึ้นใหม่  รูปแบบผังปราสาทซับซ้อนเท่าที่สร้างมา เพราะปราสาทหลังก่อนๆ  สร้างบนพื้นราบมีฐาน มีจำนวนปรางค์หลังเดียวโด่ๆและองค์ประกอบบางส่วนต่อเดิมภายหลัง เช่นระเบียง  ทางเดิน   บรรณาลัย    แต่การสร้างผลงานชิ้นนี้ครั้งนี้สร้างบนเนินดิน   โดยองค์ประกอบที่อยากที่สุดคือการสร้างขั้นบันไดขึ้นสู่ตัวปรางค์ปราสาท   ที่ต้องเผาก้อนอิฐเล็กๆ ถึง 200  กว่าก้อน  

            ปรางค์ปราสาทสร้างด้วยอิฐดินเผากว่า  150  ก้อน สลักและขึ้นรายละเอียดระหว่างก่อและบางส่วนสลักหลังเสร็จสิ้นการสร้างปรางค์ทั้งหลัง    รายละเอียดการสลักบางส่วนสลักบนก้อนอิฐดิบที่ยังไม่เผาจากนั้นจึงนำไปเผาเพราะรายละเอียดที่สลักมากต้องใช้เวลารวดเร็วการเเกะบนอิฐดิบใช้เวลาสั้นและง่ายกว่าการเเกะบนอิฐสุขที่ผ่านการเผาแล้ว    และรายละเอียดที่ประดับตกแต่งเช่น  ทับหลัง  ทวารบาล   สิงห์     พญานาค    โคนนทิ    เสานางเรียง   ใช้การปั้นด้วยมือแล้วนำไปเผา 

                                

                                   ทางดำเนิน(เพลาดำเนิร)ขึ้นสู่ปรางค์ปราสาทวรภัทร

ทางดำเนินด้านล่างที่สร้างด้วยก้อนอิฐปูลาดยาวสองข้างยกไหล่ทางสูงปักประดับด้วย ไนจุมมวล (หลักนางเรียง) 

          

เพลาดำเนิร(ทางดำเนิน)ขึ้นสู่ปรางค์ปราสาทปักประดับด้วยเสานางเรียง(ไนจุมมวล)ข้างละ  14  ต้น

          

ทางเชื่อมต่อระหว่างทางดำเนินและเลียนปกาฉูก(ลานดอกบัว)สองข้างลานดอกบัวขนาบสองข้างด้วยนาคราช(เนี๊ยคเรี๊ยศ)

            

   เปรี๊ยะโก(พระโคหรือโคนนทิ)ที่นำมาจากปราสาทเกรียง    บันไดทางขึ้นทั้ง 7  ชั้นที่เชื่อมระหว่างลานดอกบัวสองข้างบันไดประดับด้วยสิงห์ปั้นหน้าตาคล้ายสุนัข

        

นาคที่ราวบนลานดอกบัวข้างซ้ายและสิงห์ที่หน้าตาคล้ายสุนัขเลียนแบบสิงห์แบบสมโบร์ไพรกุก   เป็นรูปปั้นที่มีมาตั้งแต่สร้างปราสาทสนอลึงค์

           

ลานดอกบัวบนลานบันไดชั้นที่เจ็ดเป็นที่ตั้งศิวะลึงค์เจ็ดองค์นำมาหอศิวะจากปราสาทเกรียง และอัฒจัฒน์รูปดอกบัวบริเวณฐานบันไดปราสาทสนอลึงค์ปัจจุบันได้ขยายฐานปราสาทวรภัทรและทับรอยสลักอัฒจัฒน์ดังกล่าวไปแล้ว

          

ปรางค์ปราสาทวรภัทรแทนที่ปรางค์ปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปและฐานบันไดชั้นแรกซึ่งเป็นฐานเก่าของปราสาทสนอลึงค์

                   

กรอบประตูและเสากลมรองทับทับหลังและวงโค้งหน้าบันที่ใช้การสลักลงบนอิฐสุขของปรางค์เลียนแบบศิลปะเขมรสมโบร์ไพรกุก

          

หน้าบันวงโค้งรูปพวงมาลัยที่เชื่อมจรตขอบเชิงชายยอดปราสาทและยอดปราสาทแต่ละชั้นจะสลักเลียนแบบเสาเครื่องไม้และที่มุมยอดปราสาทปั้นทำเป็นทรงปราสาทขนาดเล็กประดับมุม

      

ปรางค์ปราสาทวรภัทรมุมตะวันตกและเหนือและตัวปรางค์ด้านทิศเหนือสลักเป็นช่องรับระบายอากาศและสลักเป็นประตูหลอก

                                   

                        ปรางค์ปราสาทที่เป็นสีอิฐเข้มเกิดจากการทากรวดฝน

     

ยอดปรางค์ปราสาทวรภัทรที่ใช้ยอดปรางค์เดิมของปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปที่ยอดนำตะกั่วมาหล่อทำเป็นยอดฉัตรและปราสาทประดับมุมยอดปราสาทวรภัทร

                      

ผนังตัวปรางค์ทางด้านทิศตะวันออกเจาะสลักเลียนแบบเอาอย่างหน้าต่างเครื่องไม้และฐานใหม่บนฐานที่เคยเป็นฐานเดิมของปราสาทสนอลึงค์มีการเพิ่มเติมเปลี่ยนรูปเป็นฐานสี่เหลี่ยม

                        

สันและผนังปรางค์ปราสาทที่สลักแต่ละด้านไม่เหมือนกันและมองลงไปด้านล่างเห็นทางดำเนิน

        ในที่สุดปราสาทวรภัทรผลงานชิ้นนี้ก้ไม่ต่างอะไรกับปราสาทหลังก่อนๆ  ที่ต้องจบฉากลงด้วยการขาดการเลียวแลเพราะภาระกิจหน้าที่.......และแล้วปราสาทชิ้นงานนี้ขาดการดูแลที่ดีจึงจบลงด้วยการพังทายลงเหลือทิ้งไว้แค่ซากในอีกเวลาอันใกล้นี้ 

             ปราสาทอันเป็นภูมิปัญญาความบ้าคลั่งหลงใหลในอารยาธรรมของบรรพชนหลังนี้คงเป็นหลังสุดท้ายที่ข้าพเจ้าคงจะมิได้รังสรรค์ขึ้นมาอีก   เฉกเช่นความดับเเละเสื่อมแห่งผลงานความยิ่งใหญ่ของบรรพชนที่ถูกทิ้งร้างและเป็นเพียงอณุสรน์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชื่นชม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 12.06 น.
http://www.oknation.net/blog/puprasit
puprasit

ช่างเพียรพยายามจริงๆ ไม่ธรรมดา เรื่องนี้ควรขยาย แต่สื่อมวลชน แขนงศิลปวัฒนธรรมกลับเงี่ยบฉี่ ขอเรียกร้องด้วย ขะรับ
ความคิดเห็นที่ 20
hooknoi วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 19.55 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

นับถือจริงๆเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 19
เอื้อยนาง วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 16.30 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

น่าทึ่งจัง
และน่าเสียดาย
น่า(อีกที)จะมีวิธีทำให้คงทนขึ้นนะคะ
ความคิดเห็นที่ 18
minmint วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 11.45 น.
http://www.oknation.net/blog/paradiso

ขอโทษคุณ บรรณาลัย ด้วยนะคะที่ห่างหายไปนาน
เพิ่งรอดตายมาจากการผจญภัยที่ภูกระดึงค่ะ
พัก 3 วัน กำลังจะเดินทางต่อไปมาเลเซียตามกำหนดเดิม
จะกลับมาเก็บรายละเอียดย้อนหลังให้หมดเลยค่ะ

ป.ล ไม่อยากให้ปราสาทจำลองทลายเพราะฝนเลย...
คุณคงหาทางปกป้องเต็มที่อยู่แล้วใช่ไหมคะ

เอาใจช่วยในทุกสิ่งที่คุณกำลังทำ เพื่อการอนุรักษ์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
อธิฏฐาน วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ความสุขเกิดจากได้กระทำในสิ่งที่เราชอบค่ะ แต่การที่คนเราจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจมีข้อจำกัดมากมายเลยค่ะ อย่างน้อยคุณก็เคยได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
บินมูซา วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/naichumpol

เป็นปฏิมากรรมชิ้นยิ่งใหญ่ครับ

แวะมารับสลามฯ ครับ
ความคิดเห็นที่ 15
อะหนึ่ง วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.15 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

หายไปนาน ไปสร้างปราสาท อยู่นี่เอง
คุณบรรณาลัย สร้างอาณาจักรสมมุติ ขึ้นมาใหม่
คู่แข่งอาณาจักรเมืองพระนคร (เขมร) เลยนะครับ

ชื่นชม...ความบ้าคลั่ง ครับ
สร้างต่อเถอะครับ ทำเป็นแบบเมืองจำลองเลย แต่เน้นเฉพาะ ปราสาทหิน
เพิ่มความทนทานขึ้นอีกหน่อย ค่อยๆสร้างไปเรื่อยๆ สะสมไว้
ต่อไปมีคุณค่าแน่นอนครับ เป็นแหล่งแวะท่องเที่ยวได้
(ถ้าที่ดินเป็นของเราเองนะครับ)
------------------
วิธีแก้ปัญหาให้ชาวบ้านช่วยรักษา เห็นคุณค่า ไม่ทำลาย
ลองเอามาลัย-ผ้าสีมาผูก จุดทูปเทียนบูชา จัดอาหารถวาย
ดูสิครับ
อ้อ...ใบ้หวยตัวเลขไว้นิดหน่อย
ชาวบ้านจะ "หลง" คุณค่า แน่นอนครับ


ความคิดเห็นที่ 14
สอนสุพรรณ วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 18.43 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
OK Nature    พื้นที่นำร่อง    ท่องป่าพุเตย   ๕ - ๗ ธ.ค. ๕๑ 

ยอดเยี่ยมมากเลยครับ...ชอบ
ความคิดเห็นที่ 13
ศุภศรุต วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 16.49 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

มีให้ทุบเยอะดี

หุหุ


ความคิดเห็นที่ 12
อัปสรสวรรค์ วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 14.03 น.
http://www.oknation.net/blog/aupsornsawan
<<<เมื่อดอกรักเบ่งบานเต็มลานห้องเช่า>>>

งดงามมากๆเลยคะ

อัปสรฯ
ความคิดเห็นที่ 11
apooh วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 11.57 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

คุณคะ
ทุกอย่างมีเกิดมา และ ดับไปจริง
แต่อยากให้คุณมีเวลามาดูแล งานที่คุณสร้างด้วยใจชิ้นนี้และอีกหลายชิ้นต่อไป จัง
ยอดมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 11.56 น.
http://www.oknation.net/blog/puprasit
puprasit

ผมต้องก็อปไว้อ่านอย่างละเอียด ดีใจและขอบคุณมากที่นำเสนอเรื่องดีๆ ขะรับ
ความคิดเห็นที่ 9
spyone วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 10.45 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ชื่มชมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
wullopp วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 10.18 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

โหวตให้อีก 1 คะแนน.... // น่าจะจัดเวรยาม หรือจ้าง รปภ. เฝ้าดีๆ กันคนร้ายไปทุบทำลายครับ... // พวกทุบปราสาทหินเขาพนมรุ้ง... ไม่รู้พวกบ้าไสยศาสตร์ หรือมีคนจ้างมาทำลายปราสาทในไทยหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 7
คนใกล้ฟ้า วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 08.33 น.
http://www.oknation.net/blog/konklaifa

สวัสดีค่ะ
ขอแสดงความชื่นชมในการสร้างสรรค์ผลงานนะคะ
สองเดือนที่แล้วไปปราสาทหินพนมรุ้ง ประทับใจมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
Din วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 03.09 น.
http://www.oknation.net/blog/372smallroom
แวะไปดูกันหน่อยเร้วววว การ์ดสีน้ำสวยสำหรับปีใหม่ เพื่อช่วยสร้างอาคารอนุบาลให้เด็กๆ ที่เมืองกาญจน์http://www.oknation.net/blog/372smallroom/2008/10/28/entry-1

สร้างเองเลยหรือคะ? น่าทึ่งจัง
ความคิดเห็นที่ 5
kamolnum วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 01.18 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

สร้างปราสาทด้วยเหรอ
ยกนิ้วให้เลยครับ ไม่รักจริงทำไม่ได้นะเนี่ย
ถ้าสร้างหลังใหม่ ขอดูรูปตอนสร้างด้วยนะครับ คงสนุกน่าดู
ความคิดเห็นที่ 4
chawa วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 00.20 น.

ช่างขยันหมั่นเพียรเสียนี่กระไร ยกนิ้วให้เลย
ความคิดเห็นที่ 3
บรรณาลัย วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 00.11 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot

ปราสาทที่สร้างนี้ใช้ตัวประสานจากโคลนเมื่อโดนน้ำฝนไม่มีที่บังฝนในที่สุดก็พัง โดยเฉพาะหน้าฝน
ความคิดเห็นที่ 2
feng_shui วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 23.39 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

เห็นแล้วหลงไหลมั่กๆ ด้วยค่ะ


ทำด้วยอิฐเผา ต้องทนนานแน่ๆเลยคะ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ชื่นชมในความหลงไหลปราสาทค่ะ .. ชอบดูปราสาทเช่นกัน แต่ยังไม่ได้เขียนบทความสักเท่าไหร่

อยากเป็นกำลังใจให้ทำต่อไปค่ะ ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รองแง็ง

ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31