พิมพ์หน้านี้
|
ปกา - ผกา ในบทปฏิพากย์เจราภาษากันตรึม เรื่องราววันนี้ขอนำพี่น้องชาวบล็อก ที่มีความสนใจติดตามเรื่องราววัฒนธรรมพี่น้องเชื้อสายเขมรอีสานใต้ในประเทศไทย เข้ามาทำความเข้าใจในปกาพรรณไม้ชนิดหนึ่งที่ปรากฏใน บทปฏิพากย์เจราภาษากันตรึม หรือที่เรี่ยกว่าบทเจรียง หรือจำเรียง ที่หมายถึงการร้อง " ปกา , ผกา " เป็นภาษาเขมร แปลว่า ดอกไม้ การปรากฏชื่อดอกไม้ ใน บทปฏิพากย์เจราภาษากันตรึมนั้นนักประพันธ์บทเจรียงได้หยิบยกดอกไม้ที่มีความโดดเด่นเรื่องความหอมและความงามซึ่งมีเอกลักษณ์สามารถนำมาเปรียบเปรยความงามของผู้หญิงดุจดังความงามและความหอมของ "ปกา - ผกา " ซึ่งเท่าที่ได้ยินได้ฟังมา ปกา(ดอกไม้)ที่ปรากฏในบทเจรียง นั้นส่วนใหญ่มีเฉพาะดอกไม้ที่ให้ความหอมและความงามซึ่งปรากฏในบทเจรียงกันตรึมในวัฒนธรรมเขมรอีสานใต้ของไทย มีไม่มาก ชื่อดอกไม้ที่ปรากฏในบทเจรียงกันตรึมที่ปรากฏในบทร้องและใช้ตั้งเป็นชื่อบทร้องที่ถือว่ามีความเก่าแก่ใช้เจรียงกันมา คือ " บทปการันเจก " บทร้องนี้เป็นการตัดพ้อเปรียบเปรยหญิงสาวประดุจดอกลำเจียกที่กำลังบานแล้วจากไกลไปกับคนอื่นคนไกล ที่มาภาพ : http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php? user=maipradab&id=30 ปการันเจก หรือ ดอกลำเจียก ที่ออกดอกดอกสุกงอมเต็มที่กลีบเกสรจะแตกกออก ละอองเกสรจะส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนหลายร้อยเมตร ปการันเจกนั้นจะออกดอกเฉพาะปการันเจกป่าหรือที่ขึ้นในป่าเท่านั้นแตกต่างกับต้นรันเจกที่ปลูกเพื่อนนำใบมาทอเสื่อ ที่มาภาพ : http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=maipradab&id=30 : http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=watpo&id=38 ลูกของปการันเจกที่ออกผลสีเขียวและสุกส้มเหลืองหลังจากสลัดทิ้งละอองเกสร และเกสรดอกลำเจียกที่ รุ่ยร่อนเกสรคนเขมรนิยมนำมาอบผ้าไหมติดทนนานและทำขนมที่เรี่ยกว่า นมปการันเจก(ขนมดอกลำเจียก) ปการันเจกนี้ที่ปรากฏในบทเจรียงกันตรึมอันเก่าแก่เข้าใจว่ามีมาก่อนการปรากฏชื่อดอกไม้อื่นในบทเจรียง เเสดงให้เห็นว่า ดอกไม้ชนิดนี้มีความหอมมากๆๆซึ่งปัจจุบันต้นไม้ชนิดนี้จะออกดอกยากมาก และหายากในปัจจุบัน
ที่มาภาพ :http://www.pantown.com/board.php? ปกาโปเปียล หรือ ดอกพยอม ก็เป็นหนึ่งในชื่อดอกไม้ที่ปรากฏในบทเจรียงบทหนึ่ง มีเนื้อความที่ว่า "สรอเน้าะปกาโปเปียล สรอเน้าะปกาโปเปียล เธลือบสะเตียบอังแอล บองสมเลียปกาเต็อว เมียนสัจกะเด็ยปดำ ปรับเตือนบองเน็อว บองสมเลียปกาเต็อว สร็อกบองเน็อวฉงาย ฯ" ( สงสารเจ้าดอกพยอม สงสารเอยเจ้าดอกพยอม พี่เคยลูบโลมประนอมขวัญ ต้องจากเจ้าไปเสียเเล้ว มีสิ่งใดที่จะฝากคำ ขอให้บอกพี่ขณะที่ยังอยู่ พี่ต้องลาเจ้าไปแล้ว เพราะบ้านพี่อยู่ไกล ) คัดบางตอนจาก สงบ บุญคล้อย." กันตรึม, ดนตรี ".สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน ฉบับต้นแบบ (2538) หน้า 19 จากบทเจรียงดังกล่าว เป็นการเจรจาฝากฝังคู่รักที่อีกฝ่ายต้องจากไกล การใช้ดอกพยอม เปรียบเปรียบในบทดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นถึง การเปรียบหญิงงามประดุจดอกไม้ที่ขาวบริสุทธิ์ ที่ชูช่อสูงส่งบนที่สูง เมื่อชายใดหมายหรือห่างไกลต้องใช้ความสามารถในการเอื้อมเด็ด และเมื่อได้มาแล้วต้องดูแลทนุถนอมอย่างดีแม้จะแห้งเฉา ที่มาภาพ :http://www.pantown.com/board.php? ปกาโปเปียล หรือ ดอกพยอม ที่ออกดอกชูช่อเป็นพวงพู่ระย้าขาวสวยงาม ยืนต้นสูงใจพื้นดินมาก ผมเองเคยเห็นในทุ่งนายืนต้นนับสิบต้นในช่วงประมาณปลายเดือนมกราคม ถึงปลายเดือน มีนาคม ดอกพยอมจะบานสะพรั่งขาวไปทั้งพุ่มบนต้นสวยงาม และส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชาวเขมรในบางพื้นที่อีสานใต้ของไทยนิยมนำดอกไม้ดังกล่าวมาประดับปะรำพิธี ปัญโจลมม็วต (พิธีการเข้าทรงเเม่มด) ปการันดูล หรือ รันนูล หมายถึง ดอกลำดวน เช่นเดียวกับชื่อดอกไม้ต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นที่ปรากฏและนำมาใช้ประพันธ์ในการเปรียบเปรียบหญิงในบทเจรียงกันตรึมในวัฒนธรรมเขมรอีสานใต้ ซึ่งเป็นที่นิยมและปรากฎในบทร้องทั้งเก่าและใหม่ที่ได้เเต่งขึ้นสำหรับร้องกันตรึม เช่นในบทร้องทำนองกั๊จปกา(เด็ดดอกไม้) ตอนหนึ่ง ปรากฏเนื้อร้องกันตรึม ที่มาภาพ : http://sunflower05.multiply.com/photos/album/95#4 การนำดอกลำดวนนำมาเปรียบเปรยถึงการทนุถนอมดอกไม้ที่มีค่า ทั้งความงามและความหอมกับหญิงที่ตนรักที่ชายคนหนึ่งต้องพลัดพราก จากคนรักที่ตนหมายปอง การนำดอกลำดวนหรือปการันดูลมาใช้ในบทเจรียงนี้เป็นที่นิยมมาก เเสดงให้เห็นว่า เป็นดอกไม้ทรงคุณค่าในเรื่องความหอม ความงามของกลีบดอกที่เเข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม แม้จะพลิดอกในช่วงฤดูร้อน แต่ ความหอมและความงามต่างเป็นที่หมายปองของคนทั่วไปที่ต้องการจะเด็ด มาเป็นเจ้าของ เปรียบได้กับความงามของหญิงที่มีกิจติศัพท์เรื่องความงามเฉกเช่นกลิ่หอมของดอกลำดวน ที่ฟุ้งขจรไปทั่ว ถึงผู้ที่ได้พบเห็น ต่างสรรเสริญหมายบอกให้มาเป็นเจ้าของหรือคู่ครองแก่บุตรหลานตน ปกากำพลึง หรือ ดอกพลับพลึง ที่มาภาพ : http://www.bloggang.com/viewdiary.php? ; http://www.fujifilm.co.th/forum/showthread.php?t=196 เช่นเดียวกันในบทกั๊จปกา ที่ปรากฏชื่อปการันดูล ในเนื้อร้อง นอกจากนั้นยังปรากฏชื่อดอกไม้ในบทเดียวกันนี้ ชื่อว่า ปกากำพลึง หรือ ดอกพลับพลึง ปกาโดง หรือ ดอกมะพร้าว ปรากฏในบทร้องเพลงแซนการ์(เเต่งงาน)ของศิลปินกันตรึมพื้นบ้านอีสานใต้ ปกาโดงเป็นดอกไม้ที่ต้องใช้ในพิธีกรรมการแต่งงานของชาวไทยเชื้อสายเขมรที่จะขาดมิได้ ที่มาภาพ : http://www.tourthai.com ที่มาภาพ : http://www.pharm.su.ac.th/thai/Public_relations/Areca/picture/F7.jpg ปกาสลา หรือ ดอกหมาก เช่นเดียวกัน ดอกไม้ดังกล่าวยังปรากฏในบทร้องเพลงแซนการ์(เเต่งงาน)ของศิลปินกันตรึมพื้นบ้านอีสานใต้ ปกาสลายังเป็นดอกไม้ที่ต้องใช้ในควบคู่กันกับปกาโดงในพิธีกรรมการแต่งงานของชาวไทยเชื้อสายเขมร ที่มาภาพ : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ambulance&month=07- 2007&date=11&group=12&gblog=1 ปกาสะตราว - ปกา ตะตราว หรือ ดอกกันเกรา ปกาสะตราว เป็นดอกไม้ที่ ถูกนำมาใช้เปรียบเปรยผู้หญิง ปรากฏในบทร้องของนักร้องศิลปินอีสานใต้ เป็นภาษาเขมรที่ถูกแต่งขึ้นในบทร้องประกอบทำนองเพลงกั๊จปกาอย่างไพเราะ โดยมีเนื้อร้องปรากฏ ชื่อดอกไม้ในท่อนท้ายบทเพลง บทร้องที่ปรากฏชื่อดอกไม้ชนิดนี้ เป็นการนำดอกไม้ที่มีความหอม ที่ต้องการสื่อให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ดอกไม้แบ่งบาน เวลาที่ดอกไม้ต้องกลับมาเจอเจ้าของตามที่ให้คำสัญญาไว้ เปรียบเสมือนสาวที่ไปทำงานต่างถิ่นต่างแดนที่ให้คำสัญญาแก่คู่รักเมื่อถึงเวลาต้องกลับมาเจอหน้ากัน ซึ่งการนำ ปกาสะตราว มีใช้ประพันธ์บทเจรียงนี้ เป็นสิ่งที่บอกถึง ฤดูกาลที่ได้ที่ที่ปกาสะตราวแบ่งบานเต็มที่ ถึงเวลาแล้วที่ความงามของสาวเจ้าจะกลับมาพบกับคู่ใจที่หมายปอง ปกาสะตราว เป็นไม้ พุ่มยืนต้นสูงใหญ่ ถึงต้นเดือน มีนาคม ถึงปลายเดือนพฤษภาคมปกาสะตรวจะแบ่งบานเต็มที่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งขจรรอนแรมไปไกล โดยเฉพาะช่วงเช้าๆที่ต้องน้ำค้างดอกสะตราวจะส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ในวัฒนธรรมคนเขมรนิยมนำมาร้อยมาลัย หรือนำดอกไม้ไปลอยน้ำตลอดจนนำไปถวายพระและที่สำคัญนิยมไปกั๊จปกาในพิธีกั๊จปกาซ่งพนมกระซั๊จ(เด็ดดอกไม้ปักเจดีย์ทราย)ในเทศกาลสงกรานต์
ส่วนภาพดอกไม้ข้างล่างสองภาพนี้ ไม่เกี่ยวกับ ดอกไม้ที่ปรากฏหรือนำมาใช้ประพันธ์เปรียบเปรยความงามหญิงในบทร้องกันตรึมแต่อย่างใด แต่เห็นว่า สวยดี และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักชื่อ ในภาษาเขมร จึงนำมาให้ชมความงามและรู้จักชื่อในภาษาเขมรอีสานใต้ของไทย เขมรเรี่ยก ปการันเดง ไทยเรี่ยก ดอกข่า ที่มาภาพ : http://static.flickr.com เคยกั๊จ(เด็ด)มาเล่น ปลูกไว้ในสวน ดอกสวยแปลกดีไม่ค่อยเห็น ปกาตรอตึงทงัย - ตะตึงทงัย ดอกกล้วยไม้ ที่มาภาพ : http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/reply_topic.php?id=4725 เคยเห็นของจริงแถวบ้าน ต้นดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นบนกิ่งต้นไม้ใหญ่และสูงราวๆตึก 10 ชั้น น่าฝนความชื้นเหมาะๆ ต้นแตกใบเท่าหวีกล้วย แถมยังออกดอกสีขาวแกมม่วงสวยงาม สวยอย่างกะดอกไม้สวรรค์ |
| ปราสาทวรภัทร | ||
ปราสาทวรภัทรเป็นปราสาทอิฐจำลองสร้างเลียนแบบร่วมสมัยปราสาทแบบเขมรรุ่นเก่าสมัยเจนละผสมผสานศิลปะเขมรสมัยพระนคร ซึ่งสร้างทับสถานที่ที่เคยสร้างปราสาทจำลองที่ชื่อว่าปราสาทสนอลึงค์ที่พังทลายไปเมื่อปี 2550 แ |
||
|
View All |
||
| รองแง็ง | ||
ศิลปะการเต้นรำของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสไปชมการแสดงนี้ที่ทางคณะผู้เเสดงได้เดินทางมาเเสดงตามคำเชิญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||