พิมพ์หน้านี้
|
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมกลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนอก อันที่จริงแล้วเรียกว่าอำเภอบ้านนอกจะถูกกว่า คืออำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ติดชายแดนด้านทิศใต้ของจังหวัด ด้านตะวันออกของอำเภอคือประเทศลาว ด้านทิศใต้คือประเทศเขมร กั้นเขตแดนด้วยภูเขาสูงป่าทึบ ที่เรียกว่าภูจองนายอย อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ณ ที่บ้านผมนี้ สมัยเมื่อผมยังเป็นวัยรุ่น ผ่านมาประมาณ 30 ปีมาแล้ว บริเวณนี้คือสรมรภูมรบระหว่างทหารป่ากับทหารบ้าน ที่วันดีคืนดียกพวกมายิงกันตูมตามปึงปัง น่ากลัวเป็นที่สุด เพราะประชาชนทั้งหลายอยู่ระหว่างวิถีกระสุนของทั้งสองฝ่าย ที่ต่างก็อ้างว่าทำเพื่อประชาชน และปรากฏว่าประชาชนถูกกระสุนที่ไม่รู้ว่าของฝ่ายไหนตายไปจำนวนไม่น้อย โชคดีที่ครอบครัวผมไม่มีใครเป็นไปแบบนั้น นั่นเป็นอดีตเมื่อ 30 ปีก่อน แต่ปัจจุบันนี้เป็นแผ่นดินที่มีความสุขตามอัตภาพ ไม่มีร่องรอยของสงคราม บาดแผลในใจก็เลือนหายไปแทบหมดแล้ว ผมกลับบ้านคราวนี้ได้อยู่หลายวัน ไปพบปะพี่น้องญาติมิตรบ้านใกล้เรือนเคียงที่ยังคงจำผมได้ แต่ผมจำพวกเขาไม่ค่อยได้ ต้องไล่เรียงลำดับกันบ้างเพื่อฟื้นความทรงจำ ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี ลูกๆหลานๆที่เกิดใหม่อายุสิบขวบลงมานั้น มีน้อยคนที่ผมจะรู้จัก แต่พวกเขารู้จักผมในฐานะ พ่อใหญ่ บ้าง พ่อลุง บ้าง พ่อปู่ บ้าง ตามคำบอกเล่าของพ่อแม่และผู้ใหญ่ นับว่าผมก็โด่งดังพอสมควรนะนี่ เหอๆ อำเภอเล็กๆซ่อนตัวอยู่กลางป่าเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 5 ปีก่อนเป็นอันมาก (รู้แล้วสิว่าผมไม่ได้กลับบ้านมา 5 ปีแล้ว) ถนนหน้าบ้านลาดยางอย่างดี ขยายเป็นสี่ช่องจราจร ฝีมือของเทศบาล บ้านเรือนใหม่ๆ ตึกใหม่ๆเกิดขึ้นเป็นอันมาก ค่ำคืนก็มีไฟแสงสีจากร้านอาหารและคาราโอเกะ มีคนบอกว่าเวลามีงานเทศกาลเด็กๆวัยรุ่นก็ยกพวกตีกันจนเลือดตกยางออก บางทีก็ถึงตาย นับว่าเปลี่ยนไปมากจริงๆ มีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมากจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วก็คือมอเตอร์ไซค์กับรถไถนาคูโบต้าที่ดัดแปลงเป็นรถขนผลิตผลการเกษตรจากไร่จากนามาขายในตลาด มอเตอร์ไซค์นับเป็นพาหนะเดินทางยอดนิยม เด็กๆวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์กันขวักไขว่ ส่วนผู้ใหญ่ก็ขับรถไถคูโบต้าสวนทางไปมาบนถนน นับว่าเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผมยิ่งนัก และมีอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่มมากขึ้นเหมือนกัน นั่นคือเครื่องมือสื่อสารที่เรียกว่าโทรศัพท์มือถือ นับเป็นที่นิยมกันมาก วัยรุ่นมีใช้กันแทบทุกคน วันที่กลับบ้านนั้น ผมเห็นเด็กนักเรียนนั่งรถโดยสารกลับจากไปมอบตัวเข้าโรงเรียนนั่งฟัง MP3 จากโทรศัพท์มือถืออย่างสบายอารมณ์ การใช้โทรศัพท์มือถือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในอำเภอเท่านั้น หมู่บ้านต่างๆก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว แม้แต่ไปป่า ไปภู ไปไร่ ไปนา ก็พกพาโทรศัพท์ไปด้วย หลานชายผมกับพ่อของเขาไปไร่ที่อยู่ห่างจากบ้านหลายกิโลเมตร อยู่ในซอกหลืบของป่าเขา โทรศัพท์มาบอกแม่ที่บ้านว่าเก็บเห็ดบดจากขอนไม้ได้เต็มถุงปุ๋ย ให้ใครสักคนมาเอาไปแกงให้ลุง (คือผม) กินหน่อย เขาบอกแม่ว่าอย่างนั้น แม่ของหลานคือน้องสาวของผมโทรศัพท์ให้หลานอีกคน (ลูกพี่ชายใหญ่) ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเอาเห็ดที่ไร่โดยด่วน ไม่ถึงชั่วโมงเธอผู้ได้รับคำสั่งจากอาหญิงให้ไปเอาเห็ดที่ไร่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงพร้อมกับเห็ดบดสดใหม่ เป็นอันว่าผมได้กินมื้อเที่ยงด้วยการซดแกงเห็ดสดๆที่เพิ่งเก็บจากขอนไม้ด้วยความเอร็ดอร่อย ว่าเสียจนพุงกางอิ่มไปถึงเย็นเลยทีเดียว ผมมาค่อยๆนั่งนึกว่า การที่ตัวเองได้กินแกงเห็ดสดๆแบบทันท่วงทีนั้น เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของเสาสัญญาณโทรศัพท์โดยแท้ ที่เป็นตัวกลางในการส่งสัญญาณคลื่นความถี่ระบบดิจิตอลไปยังโทรศัพท์มือถือในเครือข่ายที่กระจายอยู่ทุกซอกหลืบของแผ่นดิน ทะลุทะลวงผ่านต้นไม้ ใบหญ้า หินผา ป่าเขา ไม่ว่างเว้นตลอด 24 ชั่วโมง อำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารโดยไม่ให้พลาดแม้สักวินาที (คล้ายๆโฆษณามั้ยนี่) เมื่อผมขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปในตลาด ผ่านเสาสัญญาณโทรศัพท์จึงนึกขอบคุณมัน แม้เสาสัญญาณโทรศัพท์ไม่ใช่ขอนไม้ให้เห็ดงอก แต่มันก็ทำให้สามารถเอาเห็ดจากขอนไม้มากินแบบสดๆได้ เหมือนดูถ่ายทอดสด Live Concert ของศิลปินคนโปรดเลยทีเดียว ผมก็ค่อยๆนึกต่อไปอีกว่า คนที่เป็นเจ้าของเสาสัญญาณโทรศัพท์คงจะยิ่งขอบคุณมันมากกว่าผม ที่มันทำให้เงินงอกเงยในกระเป๋าของเขาได้อย่างรวดเร็ว ตามอัตราการใช้งานของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ แม้ว่าเสาต้นนี้มันไม่ใช่โรงกษาปณ์ผลิตเหรียญหรือโรงพิมพ์พิมพ์ธนบัตร แต่มันเป็นผู้ส่งสัญญาณคลื่นดิจิตอลไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในรัศมีทำการ คลื่นที่ส่งออกไปนั่นเองเป็นตัวดูดเงินจากกระเป๋าของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมาสู่กระเป๋าเจ้าของเสาทุกๆวัน นึกไปนึกมาผมก็เลยนึกขึ้นได้ว่า ความอร่อยของแกงเห็ดที่ได้มาแบบสดๆจากขอนนั้น มีความสัมพันธ์กับเสาสัญญาณโทรศัพท์และการงอกเงยของจำนวนเงินในกระเป๋าเจ้าของเสาสัญญาณนั้น ยิ่งความอร่อยแบบสดๆเกิดขึ้นบ่อยเท่าใด เสาสัญญาณโทรศัพท์ก็ทำให้จำนวนเงินยิ่งงอกเงยมากขึ้นเท่านั้น เรื่องนี้นับเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นระทึกใจยิ่ง การกลับบ้านครั้งนี้นอกจากได้ไปกราบแม่เป็นศิริมงคลแก่ตัวเองแล้ว ผมยังได้ค้นพบทฤษฎีความสัมพันธ์ของเสาสัญญาณโทรศัพท์กับแกงเห็ดที่ทำให้เกิดเงินงอกเงยอีกด้วย นับเป็นการค้นพบอันยิ่งใหญ่ สมควรจะเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้โดยกว้างขวางต่อไป ดังนั้น หากแม้นท่านใดที่เป็นคนมาจากบ้านนอกคอกนา เมื่อท่านกลับไปเยี่ยมบ้าน หากบ้านของท่านมีเสาสัญญาณโทรศัพท์อยู่แล้วล่ะก็ เป็นที่แน่นอนเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ว่า ท่านจะได้กินแกงเห็ดแบบสดๆทันใจ (อาจแปรเปลี่ยนผกผันไปตามสถาพท้องถิ่น เช่น อาจเป็น เขียดอีโม้ หนอนรถด่วน สะตอสด เป็นต้น) ได้ความอร่อยซาบซ่านปลายลิ้นเรื่อยไปจนถึงกระเพาะอาหาร ขอเพียงมีองค์ประกอบครบถ้วนตามทฤษฎี คือ คนเก็บเห็ด โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อกันได้อย่างน้อย 2 เครื่อง มอร์เตอร์ไซค์สำหรับไว้ขี่ไปรับเห็ด ณ แหล่งกำเนิด (ในกรณีของเห็ด) ทันทีที่คนเก็บเห็ดโทรศัพท์มาเรียกนั่นแล นอกจากได้กินเห็ดหรือของอื่นสดๆแล้ว ท่านจะยังได้ช่วยสนับสนุนให้เจ้าของเสาสัญญาณโทรศัพท์มีเงินเพิ่มในกระเป๋าอีกด้วย นับว่าได้ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน เป็นการส่งเสริมการผลิต สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่คนทุกกลุ่ม เพิ่มตัวเลข GDP ตรงเผงตามหลักเศรษฐศาสตร์นั่นแล. |