• โกศล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : anusim@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 6333
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
ตูบ ๒.๐
ตูบ คือที่อยู่อาศัยของผู้มีอันจะกินน้อยในภาคอีสาน ตรงกับคำว่ากระท่อม ตูบ ๒.๐ เป็นที่อาศัยของคนอีสานคนหนึ่งในกรุงเทพฯ เล่ารื่องโลกผ่านสายตาคนอยู่ตูบ ณ ที่นี้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/yootoop
วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน 2551
กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ กับ กฎ 3 ข้อของ สส.
Posted by โกศล , ผู้อ่าน : 76 , 12:22:59 น.   | หมวดหมู่ : ตูบอื่น  
พิมพ์หน้านี้


 

ไอแซ็ค อาสิมอฟ (Isaac Asimov) นักวิทยาศาสตร์ ต่อมาเป็นเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก ได้ตั้งกฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ไว้ในนิยายวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับหุ่นยนต์ของตน  กฎทั้ง 3 ข้อดังกล่าวตั้งขึ้นมาเพื่อให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่รับใช้มนุษย์  การป้องกันรักษาตนเองสามารถทำได้ แต่จะต้องไม่กระทบต่อสวัสดิภาพของมนุษย์  แสดงว่า หากเกิดกรณีที่จะเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองและมนุษย์ หุ่นยนต์จะต้องยอมสละตัวเองเพื่อให้มนุษย์ปลอดภัย  กฎทั้ง 3 ข้อจะได้รับการโปรมแกรมไว้ในสมองกลของหุ่นยนต์ทุกตัว ถ้าหากหุ่นยนต์ตัวใดละเมิดกฎคือทำอันตรายแก่มนุษย์ สมองกลของหุ่นยนต์จะทำลายตัวเองลงไปในทันที กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ ประกอบด้วย

 

กฎข้อที่ 1 หุ่นยนต์ต้องไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้มนุษย์ตกอยู่ในอันตราย (A robot may not harm a human being, or, through inaction, allow a human being to come to harm.)

 

กฎข้อที่ 2 หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดแย้งกับกฎข้อแรก (A robot must obey the orders given to it by human beings, except where such orders would conflict with the First Law.)

 

กฎข้อที่ 3 หุ่นยนต์ต้องปกป้องตนเอง  แต่การกระทำนั้นจะต้องไม่ขัดแย้งกับกฎข้อที่ 1 หรือ กฎข้อที่ 2 (A robot must protect its own existence, as long as such protection does not conflict with the First or Second Law.)

 

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้มนุษย์สามารถสร้างหุ่นยนต์ที่มีสติปัญญาสูงขึ้น และมีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์มากขึ้น จนมีการคาดการณ์กันว่า อีกไม่นานหุ่นยนต์จะมีรูปร่างหน้าตาและสติปัญญาเหมือนมนุษย์จริงๆ  และผู้ผลิตหุ่นยนต์ก็คงไม่ลืมใส่กฎ 3 ข้อนี้ไว้ในสมองของหุ่นยนต์ ถ้าลืมก็อาจเกิดเรื่องยุ่งขึ้นมาได้

 

หันมาดูนักการเมืองไทย ภายใต้สภาวะยุ่งเหยิงทางการเมือง  ที่ฝ่ายค้านทั้งในและนอกสภากำลังบีบรัฐบาล ผ่านการประท้วงนอกสภา และผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาโดยพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งวันนี้ (27 มิถุนายน 2551) จะเป็นวันลงมติของสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะไว้วางใจหรือไม่

 

รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยทั้งหมด ไม่ใช่ผู้ทนของเขตเลือกตั้งของตน หรือเป็นผู้แทนของพรรคการเมืองที่ตนสังกัด ดังนั้น จึงกำหนดเอกสิทธิแก่ สส. ในการลงมติใดใดก็ตาม ให้กระทำได้โดยอิสระ

 

หมายความว่า บรรดา สส.ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็มีสิทธิ์ขาดในการลงมติตามความคิดเห็นของตนโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ดังนั้น สส. ฝ่ายรับบาลก็สามารถลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ หากเชื่อว่า รัฐบาลไม่ทำประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน  ในทางกลับกัน สส.ฝ่ายค้านก็สามารถลงมติไว้วางใจรัฐบาลได้ หากคิดว่ารัฐบาลทำถูกต้องแล้ว

 

แต่ช้าก่อน ในทางปฏิบัตินั้น มติพรรคใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ  นั่นคือ  ก่อนจะออกเสียงลงมติ พรรคประชุมกันแล้วมีมติให้ สส. ลงคะแนนเสียง  พรรครัฐบาลก็ให้ลงคะแนนให้พรรครัฐบาล  พรรคฝ่ายค้านก็ลงคะแนนให้ฝ่ายค้าน  ดังนั้น จึงได้ยินอยู่เสมอๆว่า  “มติพรรคว่าอย่างนั้น” “มติพรรคว่าอย่างนี้”  “ต้องทำตามมติพรรค”  “ต้องโหวตตามมติพรรค” เป็นต้น จึงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมเมื่อลงคะแนนเสียงในสภา มติพรรคจึงใหญ่ว่ารัฐธรรมนูญ  (แล้วไม่เป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือ?- - ตอบ : ไม่ทราบ ไม่เห็นมีใครสนใจ ไม่มีใครวินิจฉัย)

 

มติพรรคดังกล่าว ดูแล้วก็ไม่ต่างจาก กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์  ซึ่ง สส. ต้องทำตามโปรแกรมที่พรรคได้ตั้งเอาไว้ อาจเรียกว่า “กฎ 3 ข้อของ สส.” เมื่อพรรคต้องการมติของ สส. ก็จะป้อนรหัสคำสั่งให้  “กฎ 3 ข้อของ สส.”  ทำงาน โดยทันที  เพื่อให้ สส. ทำตามมติพรรคโดยพร้อมเพรียงกัน กฎ 3 ข้อ ของ สส. ได้แก่

 

กฎข้อที่ 1 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องทำตามมติพรรคอย่างเคร่งครัด ไม่เพิกเฉยต่อมติพรรคจนทำให้เกิดความเสียหายแก่พรรค

 

กฎข้อที่ 2 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีอิสระในการกระทำใดๆ การแสดงความคิดเห็นใดๆ และการลงมติใดๆ แต่การกระทำนั้นต้องไม่ขัดแย้งกับกฎข้อแรก

 

กฎข้อที่ 3 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องรักษาความเป็นอิสระของตนในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทย  แต่การกระทำนั้นจะต้องไม่ขัดแย้งกับกฎข้อที่ 1 หรือ กฎข้อที่ 2

 

ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน  พฤติกรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองไทย ไม่ว่าพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคฝ่ายรัฐบาล  ไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็ล้วนแต่เป็นไปภายใต้ “กฎ 3 ข้อของ สส.” ทั้งสิ้น ที่สำคัญ “กฎ 3 ข้อของ สส.” นี้เป็นกฎที่ไม่มีเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก คล้ายรัฐธรรมนูญอังกฤษนั่นแล

 

ฉะนั้นจึงปรากฏทุกครั้งว่า  เมื่อรัฐบาลถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้จะถูกเปิดโปงขนาดไหน  ประชาชนเห็นความบกพร่องเพียงใด  แต่ภายใต้ “กฎ 3 ข้อของ สส.” ก็ทำให้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากได้รับความไว้วางใจในสภา  อาจจะมี สส. บางคนแหกมติบ้าง งดออกเสียงบ้าง  นั่นก็เป็นส่วนน้อยไม่กระทบมติ  ซึ่งอาจเกิดจากโปรแกรมมีปัญหา  เมื่อได้รับการซ่อมแซมแล้ว ต่อไปก็จะกลับมาทำตามกฎดังเดิม

 

ฉะนั้นก็คอยดูว่า  การลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้ (27 มิถุนายน 2551) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจึงได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจท่วมท้น  เป็นไปตาม “กฎ 3 ข้อของ สส.” นั่นเอง

 

๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๑

ณ ๑๑.๒๙ น.

........................

ผลการลงมติในญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อ  27 มิถุนายน 2551

 

ผลการลงมติ ดังนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับเสียงไว้วางใจ 280 ไม่ไว้วางใจ 162 เสียง ไม่ลงคะแนน 1

      

       นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ไว้วางใจ 279 เสียง ไม่ไว้วางใจ 161 เสียง งดออกเสียง 1

      

       นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณไว้วางใจ 279 เสียง ไม่ไว้วางใจ 161 เสียง งดออกเสียง1

      

       ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ไว้วางใจ279 ไม่ไว้วางใจ 162 เสียง

      

       นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไว้วางใจ 280 ไม่ไว้วางใจ 162 เสียง

      

       นายสันติ พร้อมพัฒน์ ไว้วางใจ 279 ไม่ไว้วางใจ 162 เสียง

      

       นายทรงศักดิ์ ทองศรี ไว้วางใจ 281 ไม่ไว้วางใจ 162 เสียง

      

       นายนพดล ปัทมะ ไว้วางใจ 278 ไม่ไว้วางใจ 162 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน1

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 12.28 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

อ๋อ งั้น การเมืองไทย ก็เป็น นิยายเรื่องหนึ่งนี่เอง

มิน่าล่ะ เล่นกันใหญ่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน