พิมพ์หน้านี้
|
ภาพประดับไม่เกี่ยวกับเรื่อง แมวของผมเองครับ *** บ้านเมืองของเราทุกวันนี้ ดูเหมือนมีเรื่องบิดเบี้ยวเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะหลักการอันถูกต้องที่มีศีลธรรมเป็นเครื่องกำกับ ต่างถูกโยกคลอนจนบิดเบี้ยวไปมากแล้วจริงๆ โดยน้ำมือของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ทั้งหลาย ที่ต่างออกมาแสดงพฤติกรรมที่บิดหลักการจนเบี้ยว แทบจะดูไม่ออกแล้วว่า อะไรคือความถูกต้องเหมาะสม อะไรคือสิ่งที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ไล่เรียงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสังคมให้เป็นไปตามหลักการอันถูกต้อง เพื่อความสงบสุขร่วมกันของทุกคน นับตั้งแต่ผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่สูงสุดคือนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องทำทุกอย่างให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้คน แต่ดูเหมือนว่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นาย ประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในขณะนี้ก็คือ การพูดจาของนายกรัฐมนตรีที่ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม คือคำด่าที่เรียกว่าคำหยาบในหลายๆกาลเวลาและสถานที่ โดยเฉพาะกับสื่อมวลชนซึ่งเป็นเหมือนไม้เบื่อไม้เมากับนายกรัฐมนตรี การใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านสื่อต่างๆไปสู่สาธารณะนั้น เป็นที่น่าห่วงใยกันว่า จะทำให้เยาวชนเอาเยี่ยงอย่างได้ เพราะเด็กเห็นผู้ใหญ่ระดับนายกรัฐมนตรีใช้ถ้อยคำด่ากราด ย่อมอาจเข้าใจผิดได้ว่า คำเหล่านั้นคือคำธรรมดาสามัญที่ใช้พูดกัน คิดดูสิครับ หากเป็นดังว่านั้น ต่อไปคนจะพูดจาภาษาอะไรกัน ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ นายกรัฐมนตรีมีคดีความอยู่ในศาล บางคดีศาลชั้นต้นตัดสินว่าทำผิดจริงในคดีหมิ่นประมาทผู้อื่น โดยสั่งจำคุกไม่รอลงอาญา คดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ การรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะที่มีคดีติดตัว เป็นการสมควรหรือไม่ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนและเยาวชนหรือไม่ ไม่เพียงแต่นายกรัฐมนตรีเท่านั้น รัฐมนตรีหลายคนก็มีคดีความค้างคาที่ศาล แต่ก็ยังเข้ารับตำแหน่งอย่างไม่สะทกสะท้าน เป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ ถูกต้องตามหลักการหรือไม่ ล่าสุด มีกรณีคณะที่ปรึกษารัฐบาล นำโดย ดร. นี่เป็นตัวอย่างของความบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรา โดย ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นผู้กระทำการเหล่านี้เสียเอง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ของผู้ใหญ่ จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กได้หรือ เพราะในขณะที่เรา(คือสังคมไทย) สอนให้เด็กทำสิ่งที่ถูกต้อง เคารพกฎเกณฑ์ มีความซื่อสัตย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีงามที่เป็นฐานค้ำยันให้สังคมมั่นคงแข็งแรง แต่ผู้ใหญ่ทั้งหลายกลับกลายเป็นผู้ละเมิดสิ่งสำคัญเหล่านั้นเอง เช่นนี้ จะทำให้สังคมในอนาคตมั่นคงอยู่ได้อย่างไร การกระทำผิด กระทำไม่ถูกต้อง ของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มีเผยแพร่มากมายตามสื่อต่างๆ แต่ปรากฏว่าผู้ใหญ่ที่กระทำผิดเป็นจำนวนไม่น้อยสามารถอยู่ในอำนาจอย่างมั่นคง นี่ย่อมเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมแก่เด็กๆโดยแท้ เด็กย่อมอาจจะเข้าใจได้ว่า ผู้ใหญ่เหล่านี้ไม่ต้องรับโทษ เพราะมีอำนาจ ดังนั้น ถ้าอยากทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษก็ต้องมีอำนาจ หากมีเด็กๆเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน คิด เชื่อและทำเช่นนี้ในอนาคตเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ สังคมของเราในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แม้ที่ผ่านมาจะมีการละเมิดอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เป็นธรรมดาของสังคมที่จะต้องมีผู้กระทำผิดอยู่บ้าง แต่ความบิดเบี้ยวของหลักการ กฎเกณฑ์ ศีลและธรรมของสังคมเกิดขึ้นมากมายผิดปกติในปัจจุบันนี้ จึงน่ากังวลเป็นอย่างยิ่งว่า ความมั่นคงของสังคมของเราจะอยู่ไปได้อีกนานสักเท่าใด สังคมจะก้าวต่อไปได้ ย่อมต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ รับภาระในการดูแลสังคมเมื่อพวกเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ การที่คนรุ่นต่อๆไปจะมีคุณภาพได้ย่อมต้องอาศัยแบบอย่างที่ดีและการฝึกอบรมจากผู้ใหญ่ แต่เมื่อผู้ใหญ่ในยุคของเรากลายเป็นผู้ใหญ่ที่ชอบบิดหลักการกฎเกณฑ์จนบิดเบี้ยวแล้ว จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้หรือ? น่าเป็นห่วงไมครับพี่น้อง? . ความเป็นเลิศ ความเป็นเลิศที่ถูกต้องแท้จริงนั้น คือความเป็นเลิศในตัวเอง ไม่ต้องเทียบกับใคร ไม่ต้องนำใครมาเทียบกับตน ไม่มีปมด้อย ไม่มีปมเขื่อง เป็นคนไม่มีปม อยู่อย่างสงบเรียบร้อย ไม่แพ้ใคร ไม่ชนะใคร มีความสงบสุข ทำงานอะไรก็ด้วยมุ่งประสิทธิภาพ ไม่ได้มุ่งแข่งกับใคร ถ้าจะมีการแข่งขันก็แข่งกับตัวเอง จากหนังสือ คติชีวิตฉบับสมบูรณ์ โดย วศิน อินทสระ
|