พิมพ์หน้านี้
|
กรีกหรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันว่ากรีซ (Greece) นั้น ในสมัยโบราณกาลเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรื่อง ประกอบด้วย นครรัฐต่างๆในย่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก มีตำนานและเรื่องราวของอาณาจักรนี้มากมาย แต่สุดยอด แห่งอารยธรรมของกรีกนั้นเค้าว่ามีอยู่ด้วยกัน 7 อย่างดังนี้ครับ
(วิหาร พาร์ธีนอน)
ของกรีซ ด้วยความกว้าง 34 เมตร และยาวถึง 76 เมตร ใช้หินอ่อนนับเป็นพันๆตันที่ขนมา จากเขาเพนเตลิกอน ซึ่งห่างจากเอเธนส์ราว 13 กม. ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยประติมากรรมนูนต่ำที่ลงสีสันงดงาม และที่เด่นเป็น สง่าที่สุดในวิหารก็คือ รูปสลักของ เทพีอธีนา (ATHENA) ซึ่งประกอบขึ้นจากงาช้างและทองคำสูงใหญ่มโหฬารเกือบ 12 เมตร (ตึก 4 ชั้น) กล่าวกันว่า ประติมากรรมนี้ใช้เงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของค่าก่อสร้างทั้งหมดของวิหารเลยแหละ ครับ
(นครแอตแลนติส)
แต่ เพลโต ปราชญ์ กรีกได้รจนารำพันไว้ถึงความรุ่งเรืองแห่งนครนี้ไว้อย่าง เลิศลอย จัดเป็นไขมุกแห่งเมดิเตอร์ เรเนียนก็ว่าได้ ซึ่งแม้บัดนี้นักโบราณคดีทั้งหลายต่างก็ยังค้นหาที่ตั้ง แห่งแอตแลนติสและบริเวณที่คาดหมายกัน มากที่สุด ก็คืออ่าวอันกว้างขวางใกล้กับเกาะ ซานโตรินี ของกรีก ณ ที่แห่งนี้เมื่อ 3,500 ปีในอดีต ได้เกิดการระเบิด ครั้งมโหฬารของภูเขาไฟ และ (คาดว่า) เถ้าลาวาได้ฝังนครแอตแลน-ติสไว้หนานับสิบเมตร ภูเขาไฟซึ่งยังคงสภาพดีอย่างน่าพิศวง และที่ผนังอาคารมีภาพแผนที่ของเกาะซานโตรินี กับภูเขาไฟที่สำคัญคือใน รูปนั้นมีเกาะใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครอันเป็นศูนย์กลางแห่งการค้าขาย เป็นนครที่คล้ายกับที่เพลโตได้ บรรยายไว้
(ภาพ กำเนิด กีฬา โอลิมปิก)
งกรีก นัยว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองจอมเทพ ซูส (ZEUS) ที่ชาวกรีกนับถือบูชา สมัยนั้นนครรัฐต่างๆของกรีกมักมี การรบราฆ่าฟันระหว่างกันอยู่เสมอ แต่พอจัดการแข่งขันโอลิมปิกขึ้นในเดือนกรกฎาคมทุกๆสี่ปี ก็ได้มีข้อตกลงว่า ต้องสงบศึกชั่วคราวหลายเดือนก่อนการแข่งขัน ผู้ใดเป็นฝ่ายก่อเหตุรบพุ่งขึ้น จะต้องถูกเทพซูสลงทัณฑ์ ขว้างจักร และพุ่งแหลน นับเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ หากทว่ารางวัลสำหรับผู้ชนะมีเพียงแค่ แถบผ้าคาดหน้าผาก กิ่งปาล์ม สำหรับโบกให้คนดูบนอัฒจันทร์แล้วก็มงกุฎใบมะกอกเท่านั้นครับ
(อนุสาวรีย์ เกาะโรดส์)
นั้น คือ สูงถึง 37 เมตร เกือบเท่าเทพีเสรีภาพของอเมริกาที่สร้างในอีก 2,000 กว่าปี ให้หลัง ทำให้น่าอัศจรรย์ใจว่า สถาปนิกและวิศวกรในครั้งกระนั้นใช้เทคนิคอย่างไรจึงหล่อรูปบรอนซ์ มหึมานี้ และยกขึ้นตั้งบนแท่นได้ จำนวนนักรบบนเกาะเล็กๆแห่งนี้อย่างเทียบไม่ติด แต่ก็เหลือเชื่อที่พวกเขาต่อสู้จนข้าศึกพ่ายกระเจิงไป เสร็จศึก ชาวเกาะโรดส์จึงร่วมกันทำอนุสาวรีย์สุริยเทพ เฮลิออส ขึ้นไว้เป็นสัญลักษณ์ แห่งชัยชนะ กว่าจะสร้างเสร็จก็ปาเข้า ไปถึง 12 ปีเชียวครับ ใช้บรอนซ์หนักกว่า 200 ตัน พังพินาศไปในปีที่ 224 ก่อน ค.ศ.
(โรงละคร อีพิดาอุรัส)
160 กม. สร้างมานานกว่า 2,500 ปี มาแล้ว แต่เทคนิคของระบบเสียง (ACOUSTICS) เยี่ยมยอดยิ่งกว่าโรงละครบาง โรงในปัจจุบันเสียอีกครับผม บำบัดรักษาโรคอย่างหนึ่งก็คือ ใช้เสียงดนตรีนี่แหละ เมื่อคนไข้จิตใจสงบลงและชุ่มชื่นเบิกบาน อาการก็จะดีขึ้นเอง ดังนั้น พวกเขาจึงใช้เงินที่บรรดาคนไข้บริจาคไว้ มาสร้างโรงละครรูปชามอ่างตัดเจาะเนินเขา เพื่อทำที่นั่งโดยใช้ หินบล็อกมาก่อตั้งเรียงรายถึง 55 แถว มีฉากเวทีที่สูงขนาดตึกสองชั้น และมีสเปเชียลเอฟเฟกต์ด้วยครับ เช่นว่าถ้า มีบทเทวดาเหาะลงมาจากสวรรค์ ก็จะใช้รอกชักนักแสดงลอยลงมา 14,000 คน ก็ยังได้ยินเสียงเหรียญ ตกนั้นชัดเจน เสียงสะท้อนรบกวนอีกด้วย
(เนินเขา เดลฟี และ โรงละคร อีพิดาอุรัส) (วิหาร เดลฟี)
คุณอาจเป็นหมอดูหรือการทรงเจ้าเข้าผี ชาวกรีกโบราณก็เช่นกัน พวกเขาจะพากันไปที่เนินเขาแห่งหนึ่งในเมือง เดลฟี อันเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพอปอลโลที่เขาบูชา และขอทราบคำทำนายชีวิตเบื้องหน้าของเขา ในการนี้พระผู้ ดูแลวิหารจะสั่งผ่านนักบวชหญิงที่เรียกว่า "ไพธีอา (PITHIA)" ให้เป็นผู้ถ่ายทอดเสียงของเทพอปอลโล คำพยากรณ์ นั้นมิได้ระบุแน่ชัดเจาะจง แต่ผู้ได้รับจะต้องนำไปตีความเอาเอง (คล้ายกับการใบ้หวยงั้นแหละ) ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักตี ความในด้านที่ตนพึงพอใจ รวยมหาศาลให้แก่ ศาสนสถานแห่งนี้จนมีอาคารเกิดขึ้นมากมายเป็นคอมเพล็กซ์ที่มีถึง 3,000 วิหารน้อยใหญ่ โดย วิหารอปอลโลเป็นศูนย์กลางใหญ่ที่สุด เป็นเพราะใกล้ๆกับเนินเขานั้นมีธารน้ำซึ่งมีก๊าซเอธิลีนฟุ้งกระจาย อันอาจทำให้นักบวชหญิงไพธีอาเกิดอาการ สะลึมสะลือหรือเคลิบเคลิ้มไปก็ได้ ก็ว่ากันไปครับผม
(วังที่จำลอง)
(โบราณสถานของวังที่เหลืออยู่)
อัน (MINOAN) เมื่อ 3,500 ปีก่อนโน้น มีขนาดใหญ่โตมโหฬารด้วยห้องอันหรูหราวิจิตรนับร้อยห้อง กินเนื้อที่ราว 16,000 ตารางเมตร โดยใช้เทคนิคการก่อสร้างใยยุคบรอนซ์ที่น่าอัศจรรย์ใจ เช่น การตัดเนินเขา เพื่อสร้างปีก ด้านตะวันออกของวัง ซึ่งมีความสูงเทียบได้กับตึก 4 ชั้น การสร้างบันไดมหึมาที่อาศัยเสาไม้ซีดาร์ รองรับ โดยเสา แต่ละต้นรับน้ำหนักไว้เพียบ และถ่ายทอดต่อกันลงมา เป็นชั้นๆ หรือระบบแสงสว่างที่สถาปนิกออกแบบ โดยวาง ตำแหน่งของหน้าต่างและประตูได้อย่างเหมาะเจาะ นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายน้ำฝังใต้อาคารซึ่งนอกจากระบายน้ำ ฝนแล้วก็ยัง ระบายน้ำชำระล้างได้ด้วย ทันสมัยกว่าบางอาคารสมัยนี้เสียอีก หนึ่งไว้ในบริเวณวังนี้ด้วย นั่นคือ ไมโนทอร์ ที่มีลักษณะเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งวัว และที่คุมขังมันก็คือ แลบบิรินธ์ อัน สลับซับซ้อนเป็นเขาวงกตที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ขอบคุณ ภาพและเพลง จากเน็ต + เนื้อหาบางส่วน |