พิมพ์หน้านี้
|
แปลง Training เป็นทุน เมื่อเห็นอันตราย ประชาชนก็ซ่อนตัวเสีย แต่ปราชญ์มองดูว่าเขากำลังไปทางไหน เมื่อข่าวเศรษฐกิจชะลอตัวมาถึงหู...ท่านยังเห็นอนาคตของบริษัทอยู่ใช่หรือไม่ หลังจากค่าเงินบาทแข็งและความไม่แน่นอนของนโยบายทางเศรษฐกิจทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกและการลงทุนของต่างชาติ ทำให้นักธุรกิจหลายท่านอยู่เฉยๆและรอเวลา แต่วรรณฤดีไม่ทำเช่นนั้น ฉันจะให้มีการฝึกอบรมพนักงานทุกเดือน เพื่อเตรียมพร้อมการก้าวกระโดดเมื่อเวลามาถึง วรรณฤดีประกาศ พร้อมชูหนังสือ 24 ทักษะสู่การบริหารอย่างพอเพียงซึ่งเธอใช้เป็นคู่มือในการฝึกอบรม และใครที่ต้องการรู้จักตนเองและพัฒนาบุคลิกภาพที่พอเพียง อ่านเล่มนี้ได้ ยุทธศักดิ์ชี้ไปหนังสือ เปิดปมบุคลิก 12 เล่มที่บริษัทลงทุนซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ซึ่งจัดถึง 10 เมษายน เพื่อให้พนักงานเรียนรู้ด้วยตนเองและแจกลูกค้า ภูมิคุ้มกันจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำให้เรารู้จักเตรียมตัวให้พร้อมรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้บริหารบางท่านรับมือโดยประคองตนเองให้อยู่รอดผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ก่อน แต่บางท่านมองไปไกลกว่าจึงใช้เวลาช่วงนี้พัฒนาขีดความสามารถบุคลากรให้พรักพร้อมต่อการก้าวกระโดดเมื่อเศรษฐกิจฟื้น แล้วขีดความสามารถอะไรบ้างที่ควรพัฒนา ทศวรรษนี้ซึ่งเป็นยุคของการจัดการสมัยใหม่ (Modern Management) ผู้บริหารและบุคลากรจำเป็นต้องมีขีดความสามารถ 6 ด้านได้แก่ การบริหารตนเอง (Self-management competency) การวางแผนและการบริหาร (Planning & administration competency) การปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ (Strategic action competency) การทำงานเป็นทีม (Teamwork competency) การสื่อสาร (Communication competency) และความเป็นสากลระดับโลก (Global awareness competency) ท่านและบุคลากรเตรียมพร้อมเพียงใด ลองใช้ดัชนีการบริหารตรวจสอบดู ดัชนีการบริหาร คำชี้แจง : ในช่วงที่ผ่านมา ท่านและบุคลากรได้รับการฝึกอบรมอย่างไรบ้าง กรุณาให้คะแนนหน้าข้อ (1 = ไม่จริง, 2 = จริงบางครั้ง, 3 = ค่อนข้างจริง, 4 = จริงมาก) ตามที่เห็นว่าตรงกับตัวท่านมากที่สุด _______ 1. ฉันได้รับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถที่สร้างความแตกต่างด้านผลปฏิบัติงาน ไม่เพียงตามหัวข้อที่น่าสนใจเท่านั้น _______ 2. ฉันเข้ารับการฝึกอบรมที่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม ไม่ใช่บรรยายเนื้อหาแต่อย่างเดียว _______ 3. หลังจากผ่านการฝึกอบรม ฉันทำการวัดและประเมินการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง ข้อเสนอแนะ : ข้อใดที่ได้คะแนนน้อยกว่า 4 หากต้องการพัฒนา อาจใช้ ทักษะฝึกอบรมที่สร้างความแตกต่าง ช่วยได้ ทักษะฝึกอบรมที่สร้างความแตกต่าง (Differentiation-focused training) ทักษะนี้เป็นการลงทุนผ่านกระบวนการฝึกอบรมเพื่อสร้างผลการปฏิบัติงาน คุณภาพสินค้าและบริการที่มีความแตกต่างและเหนือชั้นกว่าคู่แข่งและสร้างมาตรฐานใหม่แก่พันธมิตร ซึ่งจะเพิ่มความพึงพอใจแก่ลูกค้าและกำไรแก่บริษัทอย่างรับผิดชอบต่อสังคม ประกอบด้วย 3 ขั้นดังตารางและคำอธิบายถัดไปนี้
โมเดล การฝึกอบรมที่สร้างความแตกต่าง 1. สร้างขีดความสามารถที่แตกต่าง เป็นการที่ผู้บริหารสำรวจความจำเป็นในการฝึกอบรมเพื่อกำหนดขีดความสามารถที่ต้องการพัฒนาของบุคลากร โดยอาจถามว่า อะไรเป็นปัญหาที่พบในงาน ที่ผู้ผ่านการอบรมควรแก้ไขได้ด้วยตนเองบ้าง ท่านคิดว่าผู้เข้าอบรมควรพัฒนาเรื่องใด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สิ่งใดที่ผู้เข้าอบรมควรปฏิบัติได้อย่างดีเท่ากับหรือเหนือกว่าคู่แข่ง แต่ยังปฏิบัติได้ไม่ดีนัก ซึ่งจะช่วยสร้างผลการปฏิบัติงานที่ต่างและเหนือกว่าคู่แข่งได้และเพิ่มผลกำไรแก่องค์การในที่สุด 2. สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่แตกต่าง เป็นการจัดรูปแบบวิธีการฝึกอบรมที่เน้นให้เกิดปัจจัยการบำบัด (Curative factor) ซึ่งเพิ่มการเปลี่ยนแปลงมากกว่าเพียงเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้เข้าอบรม ได้แก่ กิจกรรมฝึกปฏิบัติ, สถานการณ์จำลอง, การสาธิต, แบบวัดตนเอง, การอภิปรายกลุ่มย่อย, การเล่าเรื่องเร้าพลัง เป็นต้น 3. สร้างวิธีการประเมินผลที่แตกต่าง เป็นการวัดและประเมินการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าอบรมอย่างเจาะจงในขีดความสามารถที่ต้องการพัฒนา อาจทำเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ทันทีหลังฝึกอบรม 1 เดือนหลังฝึกอบรม 6 เดือนหลังฝึกอบรม ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารประเมินประสิทธิภาพและความจำเป็นในการฝึกอบรมโอกาสต่อไปได้อย่างเหมาะสม |
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |