พิมพ์หน้านี้
|
คำถามจาก kokoyadi มีเด็กนักเรียนของผมมาปรึกว่า ควรเรียนอะไรดีและยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร
เป็นเด็กที่ค่อนข้างเรียนเก่ง... แต่อยู่รอบข้างด้วย ผู้คนที่คาดหวังตัวเค้าสูงอ่ะครับ ควรให้คำแนะนำว่า อะไรดีครับ เรียน พี่น้องผู้ให้เกียรติแวะชม ทุกท่าน ผมคิดว่าหากเป็นเด็กเรียนหนังสือเก่ง ยิ่งถ้าได้เรียนในสาขาที่ตรงกับความชอบ ความสนใจ ความถนัด จะไปได้ไกล อาจลองทำแบบทดสอบความถนัด วัดแวว ซึ่งหาได้จากครูแนะแนวที่โรงเรียน ก็จะรอบคอบเจาะจงยิ่งขึ้นครับ
ด้วยประทับใจยิ่ง นพ. ยุทธนา ภาระนันท์
คำถามจาก เรือนปากกา บ้านแม่ริม pen หมอครับมีวิธีลดความซึมเศร้าในวัยทำงานหรือเปล่าครับ มีหลักให้แนวคิดและวิธีปฎิบัติตัวอย่างไรบ้างครับ น้องๆในโอเคเนชั่นนี้หลายคนเป็นอยู่ครับ เห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ครับ อยากอธิบายให้น้องเข้าใจแต่ไม่รู้ว่าตามหลักจิตวิทยาเค๊ามีวิธีให้ความเข้าใจและบำบัดอย่างไรครับ
เรียนถามคุณหมอยุทธนาแทนน้องๆและมวลสมาชิกที่ประสพปัญหาอย่างที่กล่าวมา ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ เรียน พี่น้องผู้ให้เกียรติแวะชม ทุกท่าน ความสุขเป็นของบุคคลที่ใช้ชีวิตอย่างมีปัญญา ผมขอเสนอการทำงานอย่างมีความสุขบางประการดังนี้ครับ ก) ถามตนเองว่า เราทำงานนี้เพื่ออะไร ที่มีคุณค่ามากกว่าค่าตอบแทน (หากเราทำเพราะรัก เห็นแก่ผู้อื่น เป็นผู้ให้) ก็จะมีความสุขยิ่งกว่ารอเป็นผู้รับครับ ข) ให้รางวัลตนเองเมื่อทำงานชิ้นเล็กๆ สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ค) หาโอกาสพักผ่อนอย่างพอเหมาะกับงานที่ทำ แม้งานเลี้ยงจะมีวันเลิกรา แต่ใจที่ร่าเริงก็มีงานเลี้ยงต่อเนื่องกัน
ด้วยประทับใจยิ่ง นพ. ยุทธนา ภาระนันท์
คำถามจากย่าดา ขอเรียนถามคุณหมอค่ะ ว่าถ้าเรามีความรู้สึกว่าจิตตก จนทำงานไม่ได้นี่ ควรทำยังไงคะ เรียน พี่น้องผู้ให้เกียรติแวะชม ทุกท่าน การรับมือกับอารมณ์ซึมเศร้าซึ่งพบบ่อยมากขึ้น อาจคิดง่ายๆว่าใช้ 3 หลักได้แก่ ก) หาเพื่อนทีไว้ใจได้ พูดคุย ชวนเล่นกีฬา อย่าอยู่เฉยๆคนเดียว ข) ตั้งความหวังหรือเป้าหมายระยะสั้นที่ทำให้สำเร็จได้ง่ายๆ และให้รางวัลตนเอง ค) ทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น อย่างง่ายๆ เช่น ซื้อขนมของฝากหัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน, ลุกให้ที่นั่งแก่เด็ก คนชรา เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สัมผัสถึงคุณค่าในตน และคลายอารมณ์เศร้าลงได้
ด้วยประทับใจยิ่ง นพ. ยุทธนา ภาระนันท์
คำถามจาก phanasGook คำถามก็คือ ตอนนี้ผมกำลังวิตกกังวลว่าเรียนจบไปแล้วจะต้องตกงานเป็นอย่างสูง เพราะวงการวิชาชีพที่ผมเรียนอยู่ขณะนี้มันเสี่ยงมากที่จะตกงาน ทำให้ผมกังวลสูง อีกทั้งตอนนี้ผมก็ขึ้นปี 4 แล้ว เกรดก็ถือว่าไม่น่าเกลียด ช่วยแนะนำวิธีที่ทำให้คลายความกดดันด้วยครับ
เรียน phanasGook และ พี่น้องผู้ให้เกียรติแวะชม ทุกท่าน หากเกิดภาวะกดดันและกังวลว่าจะไม่ได้ดังคาดหวังจะทำอย่างไร? มือของท่านจับทำการงานอะไร จงกระทำการนั้นด้วยเต็มกำลังของท่านเถิด ผมประทับใจในการมองการณ์ไกลของท่านมาก แม้งานจะหาไม่ง่ายนัก แต่ศักยภาพที่หลากหลายในตัวท่านขอให้พัฒนาและรักษาไว้ เพราะเมื่อโอกาสมาเคาะหน้าประตู ท่านจะได้ยินก่อนใครและคว้าไว้ได้เป็นแน่ อย่างไรก็ดี ความเครียดที่เรามั่นใจว่าควบคุมได้จะเป็นประโยชน์ทำให้เรากระตือรือร้น ดังนั้นเริ่มทำในส่วนที่เราทำได้ให้เต็มที่ ส่วนที่ทำไม่ได้ก็ฝากไว้หรือปรึกษากับผู้ที่เราไว้วางใจนะครับ ใครที่ท่านสามารถไว้วางใจได้ที่อยู่เคียงข้างท่าน ลองปรึกษาเพิ่มเติมดูนะครับ ด้วยประทับใจยิ่ง นพ. ยุทธนา ภาระนันท์
คำถามจาก ลูกสะใภ้-โลโซ พอดีว่ามีเพื่อนเค้าเสียคุณพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับ และเค้าก็รู้สึกว่ามันกระทันหันมาก และรับไม่ได้กับเรื่องนี้ ปัจจุบันอาการเค้าจะเหม่อลอย คิดถึงพ่อ และก็ร้องไห้บ่อยมาก ๆ ซึ่งเวลามันผ่านมาประมาณ 3 เดือนแล้ว เราอยู่ข้าง ๆ เค้าควรทำอย่างไรดีคะ เพื่อให้เค้ารู้สึกดีขึ้น เพราะว่าถ้าปล่อย ไปเรื่อย ๆ แบบนี้กลัวว่า หน้าที่การงานเค้าจะเสียไปด้วยคะ ขอบคุณคุณหมอล่วงหน้าคะ
เรียน ลูกสะใภ้-โลโซและพี่น้องผู้ให้เกียรติแวะชม ทุกท่าน จิตใจที่ร่าเริงเป็นยาอย่างดี แต่จิตใจที่หมดมานะ ทำให้กระดูกแห้ง
ผมประทับใจที่คุณลูกสะใภ้เป็นห่วงเพื่อนซึ่งเศร้าซึม 3 เดือน ผมขอเสนอว่าหากเป็นได้ให้พบแพทย์จะดีมาก เพราะคนทั่วไป อาจมีภาวะเศร้าซึมจากการสูญเสียคนที่รัก ราว 3วัน-2 สัปดาห์และไม่มีผลกระทบกับชีวิตประจำวันมากนัก อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นอาจใช้แนวการให้คำปรึกษาแบบEmotion-focused therapy ซึ่งเน้นให้ผู้ทุกข์ตระหนักต่อความรู้สึกเศร้าซึมที่เกิดขึ้น และให้แสดงหรือพูดความคิดออกมา ตัวอย่างเช่น ก) สะท้อนความรู้สึก โดยถามว่า "ขณะนี้รู้สึกอย่างไร" ข) คะเนผลปลายทาง โดยถามว่า "หากเป็นอย่างนี้ต่อไป จะเกิดอะไรขึ้น" ค) หนุนให้ตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อคนที่จากไป โดยถามว่า "หากพ่อยังอยู่ ท่านอยากให้เธอทำอะไร" และลงมือดำเนินการทันที ทังนี้อาจใช้ทักษะปลอบประโลมใจ (ในบทความ เมื่อเพื่อนของท่าน ต้องสูญเสียบุคคลที่รัก) ประกอบด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ดี ผมจะดีใจมากหากรีบพาเพื่อนไปพบแพทย์ (จิตแพทย์) ครับ
ด้วยประทับใจยิ่ง นพ. ยุทธนา ภาระนันท์ คำถามจาก ชุติภัทร์ ทำอย่างไร จึงจะเชื่อใจคนๆนึงได้เหมือนเดิม ไม่อยากให้ครอบครัวมีปัญหา โดยเฉพาะลูกสาววัย5ขวบ ซึ่งจะรับรู้ตลอดว่าเกิดอะไรขึ้น วันไหนแม่เศร้า วันไหนแม่อารมณ์ดี คือจะมีลูกที่เข้าใจเราแต่สำหรับ สามีแล้วดิฉันไม่แน่ใจว่าเขาเข้าใจดิฉันมากน้อยแค่ไหน เขายังติดเพื่อน อยากมีกิ๊ก ช่วงหลังๆ ทะเลาะกันตลอด ไม่รู้ทำไม อยู่กันดีๆ ได้ไม่กี่วันก็ต้องทะเลาะกันอีกแล้ว ทำไมคนเรายิ่งรู้จักกันมากขึ้น อยู่ด้วยกันมานาน ทำไมเราไม่รักกันให้มากขึ้น กลับกลายเป็นว่า เจอแต่ข้อเสียของกันและกัน และพยายามโทษแต่ละฝ่ายว่า "ก็เพราะเธอเป็นแบบนี้แหละ.... ทีเธอหละ อะไรประมาณนี้ อยากรู้วิธีรับมือกับปัญหาพวกนี้ จริงๆแล้วก็มีคนให้คำปรึกษาเยอะ แต่ไม่เคยคุยกับผู้เชี่ยวชาญสักคน อยากรู้ว่าคำแนะนำของหมอ กับผู้มีประสบการณ์มาก่อนอันไหนจะใช้ได้กว่ากัน ดูเหมือนดิฉันจะเป็นฝ่ายต้องหาวิธีแก้และวิธีรับมืออยู่ฝ่ายเดียว
เรียน คุณชุติภัทร์และพี่น้องผู้ให้เกียรติแวะชม ทุกท่าน สิ่งที่ตรงข้ามกับความรัก หาใช่ความรังเกียจไม่ แต่คือความเฉยเมย
ผมสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณมีต่อลูกและสามี เพราะความรักนั้นอดทนนาน และกระทำคุณให้ ความรักไม่หยาบคาย ไม่ฉุนเฉียว ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด ความรักมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น และผูกพันทุกสิ่งไว้ให้ถึงซึ่งความสมบูรณ์ ผมมีข้อเสนอบางประการครับ ก) ทบทวนสิ่งดีที่มีในครอบครัวและในตัวสามี ข) ตัดสินใจให้อภัยสามีใน ในความผิดที่เขากระทำต่อเรา จะช่วยให้ใจเราพร้อมให้ความรักแก่เขา และความรักจะผูกพันใจเขาไว้กับครอบครัว ได้แก่ คุณและลูกด้วย ค) บอกรักและแสดงความรักต่อสามี แม้เขาจะไม่เป็นฝ่ายเริ่ม แต่เพื่อเห็นแก่ลูกและครอบครัวในอนาคต เราเริ่มก่อนได้เลย อันแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ (Maturity)ในชีวิตที่แท้จริง ทั้งนี้ อาจใช้ทักษะสัมผัสรัก ในตอนรักกันวันสงกรานต์ซึ่งผมจะลงในblog ในช่วงสัปดาห์นี้ด้วยครับ ใช้ประกอบด้วยยิ่งช่วยได้ครับ
ด้วยประทับใจยิ่ง นพ. ยุทธนา ภาระนันท์
เรียน พี่น้องผู้ให้เกียรติแวะชม ทุกท่าน ผมขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจปรึกษาเรื่องต่างๆกับผม ผมรู้สึกประทับใจหลายท่านที่นำเสนอปัญหาที่น่าสนใจ กล่าวคือ เป็นปัญหาเกิดจากการเอาใจใส่ห่วงใยผู้อื่น เป็นปัญหาที่พบบ่อยและสามารถเป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ เป็นปัญหาที่มีรายละเอียดประกอบทำให้ ได้รับคำแนะนำที่่ตรงและเหมาะสมยิ่งขึ้น ดังนั้นผมจึงขอมอบหนังสือ เปิดปมบุคลิก เป็นการขอบคุณแก่ 5 ท่าน ดังนี้ 1. คุณชุติภัทร์ 2. ลูกสะใภ้-โลโซ 3. เรือนปากกา บ้านแม่ริม pen 4. phanasGook 5. kokoyadi กรุณาส่งที่อยู่สำหรับจัดส่งหนังสือมาที่เลขาของผม อีเมล์ nago6na@yahoo.com
ด้วยประทับใจยิ่ง นพ. ยุทธนา ภาระนันท์
|
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||