พิมพ์หน้านี้
|
คิดแบบ ผู้แพ้เห็นปัญหาและซ่อนตัว ผู้ชนะเห็นโอกาสและสร้างกลยุทธ์ เมื่อลูกค้าเดิมเริ่มลดลง ลูกค้าใหม่ไม่ปรากฏ ท่านจะทำอย่างไร...วรรณฤดีไม่นิ่งนอนใจรีบนัดระดมสมองทีมขาย ถ้าพรุ่งนี้ สินค้าของเราขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร วรรณฤดีถามเปิดเพื่อกระตุ้นจินตนาการและเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม... 30นาทีต่อมาเธอก็พบคำตอบ การจัดการสมัยใหม่ (Modern Management) ชี้ให้เห็นว่าขีดความสามารถในการปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ (Strategic action competency) จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ และกลยุทธ์หนึ่งที่จะช่วยให้ปรับตัวได้ดีในช่วงธุรกิจฝืดก็คือ กลยุทธ์มหาสมุทรสีคราม กลยุทธ์ "มหาสมุทรสีคราม" ( ตรงกันข้ามกับกลยุทธ์เดิมแบบ "มหาสมุทรแดง" (Red Ocean Strategy) ซึ่งเน้นการแข่งขันกันในตลาดกลุ่มเดิมที่อิ่มตัวแล้วและตลาดไม่สามารถเติบโตได้อีก จึงทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากันโดยมักจะใช้กลยุทธ์ราคาเป็นกลยุทธ์หลัก และในที่สุดจะส่งผลทำให้ธุรกิจเหล่านี้ประสบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ช่วงนี้ กิจการของท่านกำลังก้าวพ้นมหาสมุทรแดงหรือยัง ลองใช้ดัชนีการบริหารตรวจสอบดู คำชี้แจง : ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ท่านดำเนินธุรกิจอย่างไรบ้าง กรุณา √หน้าข้อที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน □ รักษาฐานลูกค้าเดิม □ พยายามรัดเข็มขัด ประหยัด ลดความเสี่ยง □ ระดมสมองค้นหาตลาดเฉพาะที่การแข่งขันมีไม่มาก ข้อเสนอแนะ : หากท่านไม่ได้ √ในข้อใดข้อหนึ่ง อาจใช้ ทักษะคิดแบบมหาสมุทรสีคราม ช่วยได้ ทักษะนี้เป็นการระดมสมองทีมงานผ่านการจินตนาภาพเชิงบวกในธุรกิจที่ทำอยู่ เพื่อค้นหาตลาดเฉพาะและสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ ทำให้ประหยัดต้นทุนและเปิดตลาดใหม่ที่แข่งขันน้อย ทำให้ธุรกิจปรับตัวและอยู่รอดต่อไปได้แม้ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม ประกอบด้วย 3 ขั้นดังภาพโมเดลและคำอธิบายถัดไปนี้ โมเดล คิดแบบมหาสมุทรสีคราม (Blue ocean thinking) 1. ถามเปิดจินตนาภาพเชิงบวก (Positive-viewed questioning) เป็นการฝึกทีมงานให้ช่วยกันคิดนอกกรอบให้เห็นภาพปลายทางของกิจการที่ทำว่าอยากให้เป็นอย่างไร โดยตั้งคำถามว่า หากตื่นขึ้นมาแล้ว พบว่าเป้าหมายที่ตั้งใจไว้สำเร็จ วันนั้นเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร เช่น ยกตัวอย่างร้านขายเครื่องเขียน คนจะมาออกันเต็มร้าน เดินกันไปมา มือกดเครื่องเก็บเงินเป็นระวิง... ซึ่งจะทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและกล้าคิดกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และจะมีไอเดียบางอย่างที่เป็นประโยชน์เกิดขึ้นได้ 2. ถามค้นเพื่อหาความแตกต่าง (Differentiation-focused questioning) เป็นการถามต่อจากข้อ 1 เพื่อค้นพบตลาดใหม่และสินค้าเฉพาะซึ่งจะตรงกับกิจการที่เราทำอยู่ โดยถามว่า ลูกค้าที่เข้ามาเป็นใครบ้าง? ส่วนใหญ่เป็นใคร? เขาซื้อสินค้าอะไร? อะไรทำให้เขาซื้อสินค้าเรา แต่ไม่ซื้อสินค้าคนอื่น ซึ่งจะทำให้เราเริ่มเห็นตลาดเฉพาะกลุ่มและสินค้าที่แตกต่างซึ่งตรงความต้องการ แม้ยังมีไม่มาก แต่การแข่งขันมีน้อย ซึ่งเหมาะกับSMEs ที่ยังไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ 3. ถามเพื่อดำเนินการทำจริง (Action-oriented questioning) เมื่อเรารู้ว่าตลาดใหม่และสินค้าเฉพาะที่ตรงความต้องการของตลาดเป็นอะไรแล้ว เราก็รีบวางแผนการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าและบริการที่แตกต่างและให้ตรงตลาดเฉพาะ โดยลงมือทำอย่างรวดเร็วคล่องตัวซึ่งเป็นจุดแข็งของSMEs ซึ่งจิ๋วแต่แจ๋ว สินค้าตัวใดที่เป็นจุดแข็งของกิจการท่าน ขยายฐานตลาดใหม่เพิ่มอีกได้หรือไม่
หลักสูตร ปั้นมือใหม่สู่มือโปรด้วย 7W (7Work-style Manager) โดย นพ.ยุทธนา ภาระนันท์ หากท่านพบเห็นเหตุการณ์... · หมดเวลาไปกับงานประจำ จนไม่มีโอกาสได้คิดสร้างสรรค์พัฒนางานใหม่ๆ · งานล้นมือ · ทำงานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวเท่าไรนัก ...Training ช่วยได้ กรุณาติดต่อคุณวรรณดี 02-9421216 หรือ yparanan@hotmail.com 7Work-Style Manager
---------
-------
|
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||