พิมพ์หน้านี้
|
อะไรเอ่ย มีเงินก็ซื้อไม่ได้? ระหว่างเงินทองกับความสุข
ท่านจะเลือกอะไร ? ข้อคิด: มีทรัพย์น้อยแต่มีน้ำใจ
เป็นสุขกว่ามีคลังทรัพย์ใหญ่แต่มีความโลภอยู่ด้วย “ช่างต่างกันเสียจริงๆ ดูซิ! ทีมงานเราเดินทางไปพิษณุโลกเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่น้ำท่วม
ต้องอดหลับอดนอนและออกค่าใช้จ่ายเอง ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมฯ แค่ย้ายจากนั่งที่บ้านมานั่งที่สนามหลวงเฉยๆ
ก็ได้เงินใช้แล้ว” วรรณฤดีพูดเปรยๆ
หลังได้ยินข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุม มาเพราะมีนายทุนจ้างเป็นรายหัว “เทียบคุณค่ากันไม่ได้หรอก น้ำใจไม่อาจซื้อได้ด้วยเงินทอง” ยุทธศักดิ์พูด สะท้อนแรงจูงใจที่แตกต่างระหว่างทำเพื่อตนเองกับทำเพื่อผู้อื่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสอนให้เรามีคุณธรรมคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
ยินดีเสียสละสิทธิส่วนตัวมากกว่าเรียกร้องสิทธิจนทำให้ส่วนรวมเดือดร้อน ผู้บริหารสมัยใหม่
ไม่ใช่เพียงมุ่งทำกำไรหรือประโยชน์สูงสุดให้องค์การเท่านั้น แต่จำเป็นต้องปกป้องและพัฒนาสวัสดิภาพโดยรวมของสังคมควบคู่ไปด้วย
จึงเรียกว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR: Corporate Social Responsibility) อันเป็นขีดความสามารถของการปฏิบัติด้านคุณธรรมและจริยธรรม
(Integrity & ethical conduct) ที่ขาดไม่ได้ ท่านเป็นแบบอย่างและสนับสนุนให้ทีมงานได้พัฒนาแรงจูงใจเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
มากน้อยเพียงใด ลองใช้ดัชนีการบริหารตรวจสอบดู
คำชี้แจง : ในช่วงที่ผ่านมา
ท่านทำงานเป็นอย่างไรบ้าง กรุณา √หน้าข้อที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน □แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของฉันโดยตรง
แต่ฉันก็ยินดีทำเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม □แม้ดูเหมือนค่าตอบแทนไม่มาก
แต่ฉันยินดีทำเพราะงานนั้นท้าทายและได้ช่วยเหลือผู้อื่น □ฉันขอบคุณทีมงานและกล่าวชื่นชมในผลงานที่เขาได้กระทำเพื่อผู้อื่น ข้อเสนอแนะ : หากท่านไม่ได้ √ ในข้อใดข้อหนึ่ง
อาจใช้ ”ทักษะสร้างคุณค่าในงาน”
ช่วยได้
ทักษะนี้เป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้ตนเองและทีมงาน
โดยมองไปที่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
ผ่านการทบทวนตนเองและการให้กำลังใจแก่กันของทีมงาน อันจะทำให้บุคคลทำงานได้อย่างเต็มที่และมีความสุข
ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนดังโมเดล และคำอธิบายถัดไปนี้
โมเดล หน้าต่างคุณค่างาน (Value-added Task Window) 1. ทบทวนแรงจูงใจ ถามว่า “อะไรทำให้ฉันทำงานนี้”, “ฉันทำงานนี้ไปเพื่ออะไร” โดยพิจารณาตามโมเดลหน้าต่างคุณค่างาน
งานที่มีคุณค่าจะกำหนดความสุขและความสำเร็จที่ยั่งยืนในการทำงาน 2. ขอบคุณผู้สนับสนุน เป็นการย้อนระลึกถึงช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ
ความสุขความยินดีขององค์กร ว่าเกิดอะไรขึ้น อะไรทำให้ประสบความสำเร็จ
มีใครที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ
จากนั้นให้แต่ละคนลุกขึ้นไปหากันและกล่าวขอบคุณที่ให้การสนับสนุน 3. ให้กำลังใจแก่กัน เป็นการกล่าวถึงประโยชน์และคุณค่าของงานที่ทีมงานได้กระทำเพื่อส่วนรวม
อีกทั้งความประทับใจในอุปนิสัยใจคอของเขา
ลงท้ายด้วยแสดงความเชื่อมั่นและอวยพรให้สิ่งที่เขาทำอยู่เจริญก้าวหน้าและสำเร็จเป็นอย่างดี “ปีนี้ท่านจะทำอะไรเพิ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมบ้าง”
หลักสูตร ผู้นำโปร่งใส หัวใจเกินร้อย (Moral-enhancing
leader) โดย นพ.ยุทธนา
ภาระนันท์ หากท่านพบเห็นเหตุการณ์...
...Training
ช่วยได้ กรุณาติดต่อคุณวรรณดี 02-9421216 หรือ yparanan@hotmail.com |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||