พิมพ์หน้านี้
|
ใครเอาความอดกลั้นใจของฉันไป ? เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น ท่านมักเลือก จัดการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือ คลี่คลายเป็นลำดับ ? คมคิด: คนใจร้อน เร้าการวิวาท แต่บุคคลผู้โกรธช้าก็ระงับการชิงดี ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้อารมณ์เหนือเหตุผล เพราะจะนำไปสู่การจุดชนวนแตกหักและหายนะ ยุทธศักดิ์พูดอย่างสลดใจ เมื่อทราบข่าวเหตุจลาจลหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ว่า ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงข่มขู่ ขว้างปาผลักดันทำร้ายเจ้าหน้าที่ พยายามบุกรุกและปาสิ่งของ สิ่งปฎิกูลเข้าไปในบ้านพักของท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จนตำรวจต้องใช้แก้สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม หากผู้ชุมนุมอดทนอดกลั้น และเห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนรวม วรรณฤดีเสนอเพื่อสมานฉันท์ มาเจรจาตกลงอย่างจริงใจต่อกัน น่าจะพบทางออกร่วมกันได้นะค่ะ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสอนให้เราคิดใช้เหตุผลไม่ใช่ใช้อารมณ์ อยู่บนฐานคิดแห่งคุณธรรมเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มิใช่เห็นแก่ประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ผู้บริหารสมัยใหม่ต้องมีขีดความสามารถในการบริหารตนเองด้านความพร้อมรับมือกับความขัดแย้งและอุปสรรคต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยการมีแรงขับส่วนบุคคล (Drive) และความยืดหยุ่น (Resilience) สูง หนึ่งในขีดความสามารถเหล่านี้ได้แก่ ความอดทนอดกลั้น (Endurance) ท่านมีมากน้อยเพียงใด มาสำรวจผ่านดัชนีการบริหารด้วยกัน ในช่วงที่ผ่านมา ท่านรับมือกับความขัดแย้งอย่างไรบ้าง กรุณา √หน้าข้อที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน □พูดกับคู่กรณีโดยไม่รีรอและตรงไปตรงมาอย่างได้อารมณ์ □ค้นหาจุดอ่อนและหาวิธีจัดการคู่กรณีอย่างรวดเร็ว □ทำทีเจราจาต่อรอง เพื่อหาโอกาสเล่นงานคู่กรณีทีเผลอ ข้อเสนอแนะ : หากท่านได้ √ในข้อใดข้อหนึ่ง อาจใช้ ทักษะอดทนอดกลั้น ช่วยได้ ทักษะนี้เป็นการยืดเวลาการแตกหักเมื่อต้องเผชิญกับความขัดแย้ง โดยเริ่มจากแต่ละฝ่ายมองกันและกันอย่างเข้าใจกัน มองด้านดีของกันและกัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาอารมณ์รุนแรงต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันก็คิดมาตรการป้องกันผลกระทบหากความขัดแย้งยังยืดเยื้อต่อไปด้วย ในขณะที่มีเวลาเพิ่มขึ้น ควรใช้วิธีการบริหารความขัดแย้งอื่นๆ ประกอบไปด้วย ได้แก่ การมองไปที่เป้าหมายใหญ่ร่วมกันของทุกฝ่าย การสื่อสารเชิงบวกต่อกัน การอาศัยคนกลางไกล่เกลี่ย การทอนกำลังกลุ่มผู้ต่อต้านขัดแย้ง การต่อรองแบบWin-Win Solution เป็นต้น เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะสมานฉันท์ต่อกันมากยิ่งขึ้น ทักษะนี้ประกอบด้วย 3 ขั้นดังโมเดลและคำอธิบายถัดไปนี้
1. สวมใจเขา เป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเราทำให้เพิ่มความเข้าอกเข้าใจคู่กรณีมากขึ้น ซึ่งทำให้บรรเทาความโกรธ หงุดหงิด ฉุนเฉียว อารมณ์รุนแรงลงได้บ้าง โดยถามว่า ถ้าฉันเป็นเขา ฉันจะรู้สึกอย่างไร เกิดอะไรขึ้นกับเขา ถ้าเกิดอย่างนั้นกับฉัน ฉันจะรู้สึกอย่างไร 2. เชื่อส่วนดี เป็นการค้นหาสิ่งดีที่มีอยู่ในตัวของคู่กรณี อาจจะเป็นผลงานที่สร้างประโยชน์ต่อกัน ท่าทีที่ดีที่เคยมีต่อกัน คุณงามความดีที่เคยช่วยเหลือกัน โดยถามว่า เขามีข้อดีอะไรบ้าง เขาเคยช่วยเหลือฉันในเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะช่วยให้มองคู่กรณีในด้านบวกและผ่อนหนักผ่อนเบากันมากขึ้น ยืดเวลาแตกหักฟาดฟันกันให้ห่างออกไป 3. ขีดเส้นผลกระทบ เป็นการคาดคะเนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ว่ายังพอรับได้อยู่หรือไม่ เพียงใด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นกล่าวคือถ้าไม่เกินขีดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องถึงกับแตกหัก โดยถามว่า หากเขายังไม่ยอมเปลี่ยน จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ผลกระทบอะไรที่พอรับได้ อะไรที่รับไม่ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความชัดเจนว่าควรมีมาตรการอย่างไรต่อไป กรณีความขัดแย้งยืดเยื้อเรื้อรัง เพื่อจำกัดผลกระทบไม่ให้ลุกลามมากเกินไป ความขัดแย้งล่าสุด คู่กรณีของท่านมีข้อดีอะไรบ้าง """"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""" หลักสูตร พลิกแตกต่างสู่เติมเต็ม (Conflict Resolution Skill) โดย นพ.ยุทธนา ภาระนันท์ หากท่านพบเห็นบางคนมีอาการ... □กล่าวโทษ ผลักภาระ ไม่รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น □ ไม่ให้ความร่วมมือแก่ภาพรวม □แบ่งพรรค แบ่งพวก ...Training ช่วยได้ กรุณาติดต่อคุณ พีระพงษ์ 02-9421216 Ext 42 หรือ yparanan@hotmail.com |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||