• youthana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yparanan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 73
  • จำนวนผู้ชม : 23032
  • จำนวนผู้โหวต : 317
  • ส่ง msg :
จิตวิทยา บริหารจัดการองค์กร ครอบครัว ตัวตนเชิงบวก โดย ดร. นพ. ยุทธนา ภาระนันท์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการให้คำปรึกษาและครอบครัว ประธานบริษัท How are you จำกัด สนใจTraining กรุณาติดต่อ 02-942-1216 ต่อ 40 และ 42
Permalink : http://www.oknation.net/blog/youthana
วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม 2550
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
Posted by youthana , ผู้อ่าน : 449 , 14:36:00 น.  
พิมพ์หน้านี้


AQ: พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

ท่านคิดว่าความยากลำบากมีประโยชน์บ้างหรือไม่

คมคิดท้อเป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร

“ถ้าไม่ได้เธอ งานนี้คงส่งให้ลูกค้าไม่ทัน ขอบคุณมาก” วรรณฤดีชื่นชมสมปองในความรับผิดชอบยินดีทำงานตลอดคืนยังรุ่ง

“ผมดีใจด้วยที่คุณมีทีมงานที่อดทน พากเพียร ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค” ยุทธศักดิ์กล่าวแสดงความยินดี “ผมคิดว่าเขาจะก้าวหน้าประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมากในอนาคต”

คุณธรรมในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสอนให้เรารู้จัก อดทน พากเพียร ซึ่งจะทำให้เราฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาจนมีชัยชนะและประสบความสำเร็จได้ ซึ่งในทางจิตวิทยาเรียกว่าเป็นคนที่มี เอคิว (AQ)

เอคิวหรือความฉลาดในการฝ่าวิกฤต (AQ: Adversity Quotient) เป็นปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จที่ยั่งยืนร่วมกันกับไอคิวและอีคิว (IQ & EQ) โดยประสานทุนทางปัญญาและทุนทางจิตวิทยาในการเผชิญปัญหาอุปสรรคที่ยุ่งยากซับซ้อน

นักบริหารสมัยใหม่ที่มี AQ สูงอาจเปรียบได้กับนักปีนเขา (Climber) ที่ประกอบด้วย CORE ได้แก่ Control มีความเชื่อมั่นตนเองในการควบคุมจัดการกับปัญหา Origin มีการค้นหาต้นเหตุของปัญหาตามข้อเท็จจริงโดยไม่ใช่แต่เพียงจับผิดกล่าวโทษผู้อื่น Ownershipมีความรับผิดชอบต่อปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ไม่ผลักภาระแม้ไม่ใช่หน้าที่ของตนโดยตรงก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ Reach มีการบริหารจัดการผลกระทบไม่ให้ลุกลามใหญ่โต Enduranceมีความอดทนพากเพียรท่ามกลางปัญหาและยุติปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ท่านมีสิ่งนี้มากน้อยเพียงใด มาสำรวจผ่านดัชนีการบริหารด้วยกัน

ดัชนีการบริหาร

ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเผชิญปัญหาอุปสรรคต่างๆ ท่านตอบสนองอย่างไร

กรุณากาเครื่องหมาย หน้าข้อที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน

 หากฉันเสนออะไรไป ที่ประชุมไม่ตอบสนองข้อเสนอของฉัน ฉันก็เลยเข้าเกียร์ว่าง

 หากฉันต้องถูกย้ายงานเพื่อจะไม่ต้องถูกไล่ออก ฉันคิดว่าคงมีใครกลั่นแกล้ง เพราะฉันก็ทำงานดีมาตลอด

 หากฉันถูกเปลี่ยนจากหัวหน้ามาเป็นผู้ช่วยในงานสำคัญชิ้นหนึ่ง ฉันจะรู้สึกไม่พอใจและไม่อยากเข้าไปช่วยทำอะไรกับงานนั้นอีก

ข้อเสนอแนะ : หากท่านได้กาเครื่องหมาย ในข้อใดข้อหนึ่ง อาจใช้ “ทักษะมองโลกในแง่ดี” ช่วยได้

ทักษะมองโลกในแง่ดี  (Optimism)

ทักษะนี้เป็นวิธีสร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อสถานการณ์ต่างๆว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ โดยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีรับมือกับปัญหา ซึ่งจะช่วยให้คิดอย่างสมจริงในทางบวกและเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานต่อสู้ปัญหาอย่างมีน้ำอดน้ำทนต่อไปได้จนมีชัยชนะ อุปมาดั่งนักไต่เขาที่ ไม่ใช่คนขี้แพ้ (Quitter) ที่ไม่กล้าแม้จะเริ่มต้น ไม่ใช่นักตั้งแคมป์ (Camper) ที่เลิกรากลางคันเมื่อเจอความยากลำบาก แต่เป็นนักปีนเขา(Climber) ที่มีความอดทนและมีความรู้สึกเป็นเจ้าของต่องานและเป้าหมายอย่างมาก ไม่เสร็จไม่เลิกรา เรียกได้ว่ามีความฉลาดในการฝ่าวิกฤต (Adversity Quotient) อันนำมาซึ่งความสำเร็จในที่สุด ดังโมเดลนักไต่เขา 3 ประเภท ทักษะนี้ประกอบด้วยวิธีมองปัญหา 5 มุมมองซึ่งย่อเป็น ISCAT ดังคำอธิบายต่อไปนี้

 <---ปัจจัยเอื้อ: การมองโลกในแง่ดี ความรับผิดชอบ ความพากเพียร--->

ขอยกกรณี ยอดขายสินค้าของบริษัทไม่ได้ตามเป้าติดต่อกัน 2 ไตรมาส

1.     Impact view มองผลกระทบ เป็นการมองว่ายังดีที่ผลกระทบไม่รุนแรงมากกว่านี้ โดยคิดเชิงเปรียบเทียบกับคนอื่นๆโดยรวมว่าคนที่ทำธุรกิจคล้ายกับเราเขาเป็นอย่างไร และมองไปที่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นที่รุนแรงกว่าเรา ซึ่งจะช่วยให้คิดเชิงบวกได้เพิ่มขึ้น เช่น “แม้ยอดขายจะไม่ได้ตามเป้า แต่ก็ยังดีนะที่ไม่ถึงกับขาดทุน ไม่ถึงกับต้องปิดกิจการไปเหมือนบางแห่ง” ทำให้รู้สึกมีกำลังใจกลับคืนมา

2.     Support view มองหาการสนับสนุน เป็นการมองว่าฉันยังมีแหล่งช่วยเหลือสนับสนุนอื่นๆอีกนอกเหนือจากทรัพยากรภายในบริษัท เพื่อประสานพลังในการแก้ไขปัญหา เช่น พันธมิตรธุรกิจ เครือข่ายหน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ หรือเกินกำลังเรา ก็ยังมีคนหรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ  และเพิ่มความเชื่อมั่นว่าจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ ไม่วิตกกังวลอยู่แต่ลำพัง

3.     Control view มองการควบคุม เป็นการมองว่าฉันยังสามารถทำบางสิ่งเพื่อคลี่คลายปัญหาได้ แม้ไม่ทั้งหมดก็ตาม เป็นการกลับมาทบทวนว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เรากำกับควบคุมได้ ให้รีบลงมือแก้ไขปรับปรุงในส่วนนั้น อย่าปล่อยเวลาไปกับการสงสารตัวเองซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น โดยให้คิดและพูดเชิงบวกเข้าไว้ เช่น แทนที่จะพูดว่า “มันยากเกินไป ฉันคงทำไม่ได้” ก็ให้พูดว่า “แม้มันจะยาก แต่ก็มีบางอย่างที่ฉันสามารถทำได้” ซึ่งจะช่วยให้คลี่คลายปัญหาในทางสร้างสรรค์ทีละเล็กละน้อย ในที่สุดก็เอาชนะปัญหาใหญ่ๆได้ 

4.     Advantage view มองหาข้อดี เป็นการมองว่ายังมีสิ่งดีบางอย่างแฝงอยู่ในปัญหาที่เผชิญอยู่ โดยเริ่มค้นหาสิ่งดีๆ ที่มาพร้อมกับปัญหา แม้เราอาจจะไม่สามารถทำอะไรได้มากนักกับปัญหา แต่อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้บางอย่างผ่านปัญหานี้ โดยเริ่มต้นถามตนเองว่า “เหตุการณ์นี้สอนอะไรเรา”, “หากย้อนเวลากลับไปได้เราจะทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม”; “เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ จะทำอย่างไร” “ปัญหาอุปสรรคนี้ฝึกฝนอะไรในชีวิตเรา” เป็นต้น ซึ่งจะแปลงวิกฤตเป็นทุนทางปัญญาได้อีกทางหนึ่ง

5.     Time view มองถึงเวลาสิ้นสุด เป็นการมองว่าปัญหามีเวลาเริ่มก็มีเวลาสิ้นสุด โดยมองย้อนอดีตที่ผ่านมา นึกถึงช่วงที่บริษัทเราเคยตกต่ำ ช่วงที่เงียบๆ ทรงๆ  ช่วงที่ฝ่าวิกฤตมาด้วยกัน และช่วงที่เจริญเติบโตอย่างมาก ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตและการทำงานว่า “มีวาระสำหรับทุกสิ่ง มีวาระหัวเราะ มีวาระร้องไห้ มีวาระที่ขายได้น้อย และมีวาระที่ขายได้มาก” ซึ่งจะช่วยให้เราปรับความคาดหวังลงให้สมจริง และตระหนักว่ายามที่มืดมิดที่สุด ก็ใกล้สว่างมากที่สุดด้วย อันก่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการยืนหยัดต่อไป

 “ปัญหาอุปสรรคล่าสุด  ท่านคิดว่ามีสิ่งดีอะไรแฝงอยู่บ้าง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
Akanishi วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 15.01 น.
http://www.oknation.net/blog/Akanishi


สอบเสร็จแล้วดีใจจัง

วันนี้เลยชวนไปช๊อปปิงกันค่ะ ตามลิงค์มาได้เลยนะค่ะ
http://www.oknation.net/blog/Akanishi/2007/10/20/entry-1
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 14.39 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan


ขอบคุณค่ะ ..นำช๊อกโกแล็ตเย็นกับราสเบอรี่ชีสเค๊กจากปาย .. มาฝากค่ะ...

มีความสุขในวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์นะคะ..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31