• YPD
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ypdthai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-08
  • จำนวนเรื่อง : 97
  • จำนวนผู้ชม : 27065
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย Young People for Democracy Movement, Thailand (YPD.)
We are a Democratic Socialism
Permalink : http://www.oknation.net/blog/ypd
วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2551
เพลงสรรเสริญฯ ในโรงนั้นมีมาแต่หนใด
Posted by YPD , ผู้อ่าน : 342 , 12:57:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอบคำถามเรื่องธรรมเนียมการยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง ในเมล์ลิสต์ของนักวิชาการและนักกิจกรรมกลุ่มหนึ่ง ดังนี้

ต่อคำถามที่ว่าธรรมเนียมการยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง มีมาแต่เมื่อไร และมีขึ้นเพราะเหตุใดนั้น ขอตอบว่าธรรมเนียมนี้สยามประเทศ (ไทย) ลอกเลียนมาจากอังกฤษ เมื่อประมาณเกือบ 1 ร้อยปีมาแล้ว

กล่าวคือเมื่อประมาณทศวรรษ 1910 เมื่อเริ่มต้นมีโรงหนังนั้น เมื่อฉายหนังจบ อังกฤษก็ให้มีการฉายพระฉายาลักษณ์ของคิงยอร์ชแล้วก็ให้บรรเลงเพลง God Save the King ธรรมเนียมนี้เกิดขึ้นในยุคสมัยที่อังกฤษต้องการปลุกระดมลัทธิชาตินิยมและความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ตามคำขวัญว่า God, King, and Country

สมัยนั้น อังกฤษต้องต่อสู้กับเยอรมนีและอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กษัตริย์อังกฤษ ต้องทำตนให้เหมือนเป็นอังกฤษแท้ๆ ต้องเปลี่ยนนามราชวงศ์ที่ฟังดูเป็นเยอรมันคือ "ฮันโนเวอร์" ให้ฟังดูเป็นอังกฤษ คือ "วินเซอร์"

ธรรมเนียมนี้ปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดในเมืองแม่และถูกนำไปใช้บังคับในอาณานิคมทั่วโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็นในอินเดีย สิงคโปร์ มลายา และพม่า

ธรรมเนียมดังกล่าว ตกทอดมาจนถึงตอนต้นๆ ของรัชสมัยควีนอลิซาเบธ แต่ปัจจุบันนี้ อังกฤษได้ยกเลิกไปแล้วเพราะเมื่อประมาณปลายทศวรรษ 1950 กับต้นทศวรรษ 1960 บรรดานักศึกษาชั้นนำของทั้งออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์ เริ่มประท้วงไม่ยอมยืนเคารพ แถมยังเดินออกจากโรงหนังเมื่อหนังจบอีกด้วย ร้อนถึงเจ้าหน้าที่และเจ้าของโรงหนังต้องแก้ไขด้วยย้ายการบรรเลงเพลงสรรเสริญ/การฉายภาพมาไว้ก่อนหนังฉายแต่ก็ไม่ได้ผล ตกลงเลยต้องยกเลิกธรรมเนียมนี้ไปเมื่อประมาณ 30 หรือ 40 ปีมานี้เอง 

สำหรับสยามประเทศ (ไทย) ของเรา ก็ได้ลอกเลียนธรรมเนียมนี้มาจากอังกฤษโดยบรรดา "พวกหัวนอก/นักเรียนอังกฤษ" กับ "เจ้าของโรงหนัง" แต่เดิมก็บรรเลงเพลง/ฉายภาพเมื่อหนังเลิกส่วนก่อนหนังฉายก็มักจะมีโฆษณาสินค้าแต่เมื่อสักประมาณทศวรรษ 1970 ได้ดัดแปลงธรรมเนียมนี้ใหม่คือ ย้ายการเปิดเพลง "ข้าวรฯ" มาไว้ตอนก่อนหนังฉายกระทั่งทุกวันนี้

เข้าใจว่าในปัจจุบัน ธรรมเนียมดังกล่าวถูกยกเลิกไปหมดแล้วในประเทศในยุโรป รวมทั้งก็ได้ยกเลิกไปจากโรงหนังในอดีตอาณานิคมทั้งหลายเช่นกัน

---------------------------------------------------------------------------------------------

 

สืบเนื่องจากกรณีที่นายนวมินทร์ วิทยกุล อายุ 40 ปี ฟ้องนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง และนางสาวชุติมา เพ็ญภาค เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้ยืนขึ้น เมื่อมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”) ซึ่ง นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง และเพื่อน มีกำหนดจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ สน.ปทุมวันในเวลา 13.30น. วันนี้ (22 เม.ย.)

ล่าสุด (22 เม.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 13.15น. ที่หน้า สน.ปทุมวัน นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์ติดต่อมายังทนายของเขา เพื่อขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาจากเวลา 13.30น. เป็นเวลา 16.30น. วันเดียวกัน

จากนั้น นายโชติศักดิ์ ได้อ่านแถลงการณ์ (อ่านฉบับเต็มที่ด้านล่าง) โดยยืนยันว่า การที่ไม่ยืนนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แต่อย่างใด

“การกระทำที่แตกต่างกัน เช่น การยืนและไม่ยืนเมื่อมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีไม่ได้เป็นปัญหา แต่การไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น การไม่เคารพความแตกต่างด้วยการทำร้ายร่างกายหรือฟ้องร้องด้วยกฎหมายครอบจักรวาลต่างหากที่เป็นปัญหา” นายโชติศักดิ์ กล่าว

เขากล่าวว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีธรรมดา ข้อกล่าวหาลักษณะนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองจำนวนมาก กลุ่มการเมืองทุกกลุ่มก็ล้วนแต่หยิบกฎหมายนี้มาใช้เพื่อโจมตีกัน บางครั้งคนธรรมดาอย่างเขาก็โดนไปด้วย และยังมีการตีความตัวกฎหมายกว้างออกไปเรื่อยๆ ด้วย จึงได้ตัดสินทำการรณรงค์แคมเปญ “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร เห็นต่างไม่ใช่อาชญากรรม” ขึ้น โดยหวังว่า จะทำให้การไม่ยืนเป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ส่วนกรณีที่นายโชติศักดิ์ และเพื่อนได้แจ้งความกับนายนวมินทร์ วิทยกุล คนละ 4 ข้อหา ได้แก่ 1.ดูหมิ่นซึ่งหน้า 2.ร่วมกันทำร้ายร่างกาย 3.ทำให้เสียทรัพย์ 4.ร่วมกันบังคับข่มขืนใจให้กระทำ หรือไม่กระทำการ  นั้น นายโชติศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบความคืบหน้าของคดี เนื่องจากหลังจากตรวจร่างกายหลังจากวันเกิดเหตุหนึ่งวัน (21 ก.ย.50) และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกไปสอบปากคำ 1 ครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆ อีก   

ต่อมาเวลาประมาณ 16.20น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พานายโชติศักดิ์และเพื่อนไปที่ชั้นสองของ สน.ปทุมวัน และไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วม โดยให้เหตุผลว่า เป็นการสอบปากคำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ทางตำรวจจะไม่แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนี้ 

 

อนึ่ง ที่เว็บไซต์ http://www.petitiononline.com/Chotisak/petition.html มีการเขียนข้อความให้กำลังใจนายโชติศักดิ์และเพื่อน โดยระบุว่า ขอให้กำลังใจนายโชติศักดิ์ และเพื่อนในการต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด และไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปิดกั้นการแสดงออกของบุคคล ประหนึ่งว่าคนเหล่านั้นเป็นอาชญากร ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงกับผู้ที่มีความคิดเห็น หรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ไม่ว่าความคิดหรืออุดมการณ์ทางการเมืองดังกล่าว จะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะเชื่อว่า ความคิดเห็นหรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันไม่ใช่อาชญากรรม  แต่เป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องรักษาไว้ โดยขณะนี้มีผู้ลงชื่อร่วมให้กำลังใจจำนวน 100 กว่ารายชื่อ

แถลงการณ์

ตามที่มีผู้ไปแจ้งความกล่าวหาว่าผมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”) เนื่องจากผมไม่ยืนเมื่อมีการบรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้น

1.ผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ผมทำไปไม่ได้มีเจตนาที่จะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แต่อย่างใด

2.ผมขอยืนยันว่าเพียงการนั่งอย่างสงบเมื่อมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีไม่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แต่อย่างใด

3.ผมขอยืนยันว่าการยืน/ หรือไม่ยืนเมื่อมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นสิทธิที่ประชาชนพึงจะเลือกได้ ตามแต่ความคิด/ ความเชื่อ/ ความศรัทธาของแต่ละบุคคล ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 4 และมาตรา 28 ได้บัญญัติรับรองไว้

4.ผมเห็นว่าควรยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะ

           1)ได้มีการนำกฎหมายมาตรานี้มาใช้เพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับผม ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 29 จะอนุญาตให้มีกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ แต่รัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า “เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็น  และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้” ดังนั้น หากมีกฎหมายอื่นใดที่มีลักษณะจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน แต่เป็นการนอกเหนือที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือโดยไม่จำเป็น หรือกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ กฎหมายนั้นย่อมใช้บังคับไม่ได้ เนื่องจาก “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้” 

          2)ได้มีบุคคลหลายกลุ่มหลายพวกนำกฎหมายมาตรานี้ไปเป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้าม/ คู่แข่งทางการเมือง และโดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ซ้ำการตีความกฎหมายก็กว้างไกลออกไปเรื่อยๆ (ทั้งที่เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงกฎหมายว่ากฎหมายอาญาจะต้องตีความกันตามตัวอักษร) จนดูเหมือนกับว่าอะไรๆ ก็หมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปหมด

5.ผมเห็นว่าการกระทำที่แตกต่างกัน เช่น การยืนและไม่ยืนเมื่อมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีไม่ได้เป็นปัญหา แต่การไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น การไม่เคารพความแตกต่างด้วยการทำร้ายร่างกาย หรือฟ้องร้องด้วยกฎหมายครอบจักรวาลต่างหากที่เป็นปัญหา

           ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร เห็นต่างไม่ใช่อาชญากรรม

                           โชติศักดิ์ อ่อนสูง

                          22 เมษายน 2551

                     แถลง ณ หน้าสถานีตำรวจ

ข่าวจาก : ประชาไท


ต้นเหตุของเรื่อง..,

               เรื่องมันมีอยู่ว่า…เมื่อวาน (20 กันยายน 2550) ผมและเพื่อนชื่อชุติมาได้เข้าไปดูหนังที่ชั้น 9 เซ็นทรัลเวิร์ล (หนังรอบ 19.15 น. แต่ผมเข้าโรงประมาณ 19.30 น.) และเมื่อถึงเพลงสรรเสริ­ผมและเพื่อนก็ไม่ได้ยืน (แต่นั่งด้วยความสงบ และได้หยุดรับประทานขนมและน้ำ) ซึ่งผมและเพื่อนปฏิบัติเช่นนี้มานานแล้ว ปรากฏว่าผม (คนเดียว)ถูกปาด้วยกระดาษที่ขยำเป็นก้อนขนาดเล็กกว่าลุกเท็นนิสถูกบริเวณต้นคอ ซึ่งผมก็ไม่ได้ทำอะไรเพราะเคยเจอแบบนี้มาแล้ว 1-2 ครั้ง ต่อมาเมื่อเพลงเล่นไปประมาณกลางเพลงชายคนหนึ่งที่นั่ง (ตอนนั้นเขายืน) อยู่ถัดเพื่อนผมไปทางซ้ายมือ 2-3 ที่นั่ง ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายนวมินทร์ หันบอกให้ผมและเพื่อนลุกขึ้นยืนโดยเขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งผมและเพื่อนก็ไม่ได้สนใจเขาจนเพลงจบชายคนนั้นจึงเดินไปตามพนักงานโรงหนังมา (ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นิค) และบอกให้พนักงานคนดังกล่าวเชิ­ผมและเพื่อนออกไป พนักงงานจึงบอกกับเขาว่า "พี่ใจเย็นๆ" และผมได้บอกกับพนักงานว่า "ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำไม่ผิด แต่ต่อให้ผิดโรงหนังก็ไม่ต้องกลัวเดือดร้อน เพราะไม่เกี่ยวกับโรงหนัง" หลังจากนั้นพนักงานก็ถอยไปยืนบริเวณทางเดินด้านข้าง ชายคนนั้นจึงลุกขึ้นยืนแล้วกรีดร้องและเริ่มด่าผมและเพื่อน เช่น ทุเรศ , ทำไมไม่รักในหลวง เป็นคนไทยซะเปล่า ขนาดฝรั่งยังยืนเลย พร้อมกับไล่ผมและเพื่อนให้ออกไปจากโรงด้วยอาการที่เกรี้ยวกราด ซึ่งระหว่างนั้นเขามีม้วนกระดาษอยู่ในมือและใช้มันชี้หน้าเพื่อนของผมอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเขาพูดจบ (รอบแรก) คนอื่นๆในโรงก็ปรบมือให้กับเขาหลังจากนั้นชายคนนั้นก็เดินเขามาด่าเพื่อผมอีกครั้ง เพื่อนผมจึงตอบไปว่า "เงียบหน่อยค่ะ" และผมพูดว่า "ถ้าพี่มีปั­หาพี่ก็ออกไป ผมนั่งสบายดีไม่มีปั­หา และผมจะไม่ออกไปเพราะผมจะดูหนัง" หลังจากนั้นชายคนนั้นชายคนนั้นก็เดินเข้ามาด่าผมและเพื่อนอีกครั้ง และได้ขว้างม้วนกระดาษในมือมาโดนบริเวณหน้าอกของเพื่อนผม พร้อมชี้นิ้วมาที่หน้าเพื่อนผมในระยะห่างประมาณ 2 คืบ พร้อมกับกระชากกล่อง ็อปคอนในมือเพื่อนผม แล้วสาดมันใส่ผมและเพื่อน แล้วขว้างกล่องป็อบคอนโดนเพื่อนผมและกระเด็นมาโดนผมด้วย แล้วปัดแก้วน้ำอัดลมที่วางอยู่ที่ที่วางแขนจนตกแตก ซึ่งในขณะนั้นคนอื่นๆในโรงก็เริ่มด่าและไล่ผมและเพื่อนผมและเพื่อนจึงยืนขึ้น และผมได้โทรไปที่ 191 ทันที และเดินคุยโทรศัพท์กับตำรวจจนออกมานอกโรง ระหว่างที่เดินออกจากโรง ผมเดินผ่านหน้าชายคนนั้น เขาได้ชี้มาที่เสื้อผม แล้วด่าว่า " ใส่เสื้อบ้าอะไร" *เมื่อออกมานอกโรงหนัง ผมกับเพื่อนรอจนพบกับตำรวจ และบอกกับตำรวจว่าจะรอคู่กรณี เพราะกลัวเขาหนีไป พอหนังจบ คนดูทั้งหมดออกมาตรงประตุทางออก ผมกับเพื่อนได้เข้าไปในโรงหนังอีกครั้ง โดยตั้งใจจะเข้าไปถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่ทันไดถ่าย ผู้จัดการโรงหนังได้เข้ามาบอกว่าไม่อนุ­าติให้ถ่ายรูปในโรง เพราะเป็นกฎ ถ้าจะถ่ายต้องทพเรื่องมา ผมจึงขอให้ตำรวจที่ตามเข้าไป มาดูที่เกิดเหตุแทนหลังจากนั้นผมออกไปนอกดรงหนัง พบคู่กรณีและคนดูคนอื่นๆ ยืนรวมกันอยู่กับตำรวจอีกนาย ผมจึงเดินทางไป สน.ปทุมวัน และคุ่กรณีได้ตามมาทีหลังเมื่อถึง สน. ตำรวจได้ให้ผมและลงบันทึกประจำวันและได้ทำเรื่องส่งผมไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ (ตำรวจบอกว่ามันเป็นขั้นตอนของทางการ) โดยทางร้อยเวรได้นัดผมไปแจ้งความและสอบปากคำเมื่อบ่ายวันนี้ (21 กันยายน) ส่วนหมอที่ รพ.ตำรวจ ได้นัดผมมาฟังผลเมื่อเช้าวันนี้เมื่อเช้าผมจึงไปฟังผลที่ รพ.ตำรวจ และกลับมาที่ สน .ตอนบ่ายระหว่างรอตำรวจเจ้าของคดีเล่าให้ผมฟังว่า " คู่กรณีจะแจ้งความกับเพื่อนในข้อหา ' หมิ่นพระบรมฯ' ถ้าผมกับเพื่อนจำดำเนินคดีคุ่กรณี" ( ดังนั้นเท่าที่ผมทราบล่าสุดคือ ผมและเพื่อนยังไม่ถูกแจ้งข้อหาหมิ่พระบรมฯ )
อย่างไรก็ตาม ผมและเพื่อนก็ได้เข้าแจ้งความตามนัด โดยแจ้งคนละ 4 ข้อหา
ของผมมี

  1. ดูหมิ่นซึ่งหน้า
  2. ร่วมกันทำร้ายร่างกาย
  3. ทำให้เสียทรัพย์
  4. ร่วมกันบังคับข่มขืนใจให้กระทำหรือไม่กระทำการ

ส่วนของเพื่อนผมมี

  1. ดูหมิ่นซึ่งหน้า
  2. ทำร้ายร่างกาย
  3. ทำให้เสียทรัพย์
  4. ร่วมกันบังคับข่มขืนใจให้กระทำหรือไม่กระทำการ (ต่างกันตรงข้อกล่าวหาท 2. ซึ่งผมถูกทำร้ายจากคน 2 คน แต่เพื่อนผมถูกทำร้ายจากคนคนเดียว)

YPD coppy มาจาก : http://silance-mobius.blogspot.com/2007/11/blog-post_24.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
มาลัยอิสรา วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 14.34 น.
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom
Another World is Possible!

ความคิดเห็นที่ 11
มาลัยอิสรา วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom
โครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โทร. 0–2613–3605, E–mail : women@tu.ac.th,wysp@tu.ac.th



please click to see our news
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom/2008/04/26/entry-1
ความคิดเห็นที่ 10
ไทยแท้ วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 14.38 น.
http://www.oknation.net/blog/scblock

คุณความเห็นที่สอง ตุณเอามาจากไหนว่าคนไทยมุสลิมเขาไม่ยืนทำความเคารพเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี เท่าที่เติบโตมาในสังคมไทยมุสลิม และเคยอยู่ร่วมสังคมไทยมุสลิม ไม่เคยเห็นคนไทยมุสลิมไม่ยืนเคารพเมื่อมีเพลงสรรญเสริญฯ ช่วยกรุณาตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้งได้ไหม รวมทั้งขอร้องให้คนไทยมุสลิมช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยว่า ปกติท่านยืนเมื่อมีเพลงสรรเสริญฯหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่มีการอ้างอิงแบบผิดๆถูกๆเช่นนี้อีก
ความคิดเห็นที่ 9
BaCon วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/countonme

ไม่สงสัยเลยว่าทำไมข่าวทำนองนี้จึงเกิดในช่วงภาวะปัจจุบัน มันคงจะอยากเป็นประธานาธิบดีจนตัวสั่น

ไอ้พวกโจมตีป๋าซึ่งหน้าก็ยังไม่เห็นมีตำรวจหน้าไหนตามไปจับมาดำเนินคดีซะที เห็นมันนั่งหัวโด่อยู่ในสำนักนายกนั่นน่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ก้อนหินรูปหมู วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 12.57 น.
http://www.oknation.net/blog/piglet22

แม้เราลอกเลียนมาจากอังกฤษ และคนอังกฤษและชาติในยุโรปยกเลิกไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะขาดศรัทธาในตัวคิงหรืออะไรสักอย่าง แต่คนไทยรักในหลวงรักในความดีของพระองค์ท่านและเต็มใจที่จะถวายความเคารพด้วยการยืน เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยกเลิกตามชาติอื่นๆค่ะ

เห็นต่างไม่ใช่ปัญหาค่ะ แต่เห็นแก่ตัวเป็นปัญหานะค่ะ คุณโชติศักดิ์ อ่อนสูง ย่อมทราบดีว่าการนั่งแสดงความเคารพย่อมมีคนส่วนมากไม่เห็นด้วย เพราะเคยเจอแบบนี้มาแล้ว 1-2 ครั้ง เป็นการกระทำที่ตัวเค้าน่าจะเล็งเห็นผลได้ เราว่านะ สังคมเราต้องการความเป็นหนึ่งเดียว แม้เรามีสิทธิเสรีภาพทางความคิด แต่การกระทำใดใดที่อาจนำมาซึ่งความแตกแยก โดยไม่จำเป็น เราก็ควรละเว้นนะค่ะ เก็บความคิด ความสามารถไปต่อสู้เรียกร้องกับนโยบายหรือความอยุติธรรมในสังคมด้านอื่นๆเพื่อประเทศชาติจะดีกว่านะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
รณบุตร วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 08.03 น.
http://www.oknation.net/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง 

พ่อหลวง คือ พ่อเหนือหัวของคนไทยทั้งประเทศ
ที่ทุกคน รัก เคารพ เทินทูน พระองค์ทรงอยูเหนือรัฐธรรมนูญ
การจะอ้างสิทธิเสรีภาพตามกฏหมาย ฟังไม่ขึ้น

เมื่อประชาชนคนไทย แสดงออกแห่งความรัก ความเคารพ พระองค์ท่านเช่นไร

ไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใด ถ้ามาอาศัยแผ่นดินไทยอยู่ ก็ควรจะปฏิบัติตัว เหมือนคนไทยทั่วประเทศ

ถ้าทำไม่ได้ หรือ ใจไม่อยากทำ ก็ไม่ควรมาอาศัยแผ่นดินไทยอยู่

ไม่เฉพาะนายคนนี้ ต้องรวมทั้ง คนที่เข้าข้างนายคนนี้ด้วย
ความคิดเห็นที่ 6
ผักข้าว วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 17.24 น.
http://www.oknation.net/blog/open

คุณขา เค้ามีเบื้องหลังแหละค้า......... ประชาไท นะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
วิกูล วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 16.32 น.
http://www.oknation.net/blog/wikulponang

ขอให้วิเคราะห์เหตุการณ์ช่วยกัน
คำถาม...?

ทำไมอีกคนชื่อ "นวมินทร์"
อีกคนชื่อ "โชติศักดิ์"

ดีไม่ดีสองคนนี้คือตัวละคน ที่มีผู้กำกับ
เพื่อประสงค์ใดประสงค์หนึ่ง

คอยติดตามต่อไป....!!!!!!!!


ความคิดเห็นที่ 4
Supawan วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 15.20 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

ขอบคุณ สำหรับบทความนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 14.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คนไทย..คนไทย ..คนไทย
ทำไมคุยกันไม่รู้เรื่องขึ้นทุกวัน...
ความคิดเห็นที่ 2
YPD วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 13.58 น.
http://www.oknation.net/blog/YPD

อธิฏฐาน - ใจเย็นๆ ครับ คนไทย คุยกัน
อ่านตามข้อมูล เขาว่านั่งอย่างสงบ ตามความเชื่อของเขา แม้เขาไม่ใช่มุสลิม ซึ่งมุสลิมจะไม่ยืนแต่นั่งอย่างสงบตามพิธีกรรมของเขา ซึ่งมุสลิมส่วนใหญ่ก็เลื่อมใสใน ร.9 นะครับ แต่เขาแสดงความเคารพในการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ต่างกัน ฟังว่า นั่งสำรวมจิตใจเคารพ..
ความคิดเห็นที่ 1
อธิฏฐาน วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 13.26 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
เพราะคุณเป็นมากกว่าเพื่อน

นายโชติศักดิ์ คล้ายคนปัญญาอ่อน การกระทำของเขาไปเข้าทางใครบางคน แต่ความจริงคงไม่ได้นั่งอย่างสงบหรอก ควรจะกระทืบหน้าเสียด้วยซ้ำ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Internacional

all

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



ท่านไม่พอใจใครมากที่สุด จากการทำรัฐประหาร
สนธิ บุญรัตกลิน
10 คน
สุรยุทธุ์ จุลานนท์
1 คน
ทักษิณ ชินวัตร
45 คน
เปรม ติณสูลานนท์
6 คน
สนธิ ลิ้มทองกุล
10 คน
สพรั่ง กัลยาณมิตร
1 คน
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
0 คน
มีชัย ฤชพันธุ์
1 คน
ประสงค์ สุ่นสิริ
2 คน

  โหวต 76 คน