พิมพ์หน้านี้
|
กริ๊ง.......เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 28 สิงหาคม และเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างคุ้นหู และบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องเดิมที่ตัวแทนจากห้างค้าปลีกข้ามชาติชื่อดังพยายามที่จะนำผักชีมาโรยหน้า หลายครั้งแต่ยังหาโอกาสไม่ได้ เพื่อหวังให้เรื่องจบ แต่ก็ไม่ยอมติดตามผลและแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว ถ้าให้ผมคิด เขาคงคิดว่า เดี๋ยวผมเหนื่อยและหมดแรงผมคงจะเลิกไปเอง ผมฝากบอก ณ ตรงนี้นะครับ คงจะไม่ง่ายครับถ้าจะให้เรื่องนี้จบลงแบบคาราคาซัง ไม่ใช่ผมแน่นอน ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ : สวัสดีค่ะคุณ...... ดิฉัน...........ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคาร์ฟูร์ค่ะ พอดีจะ โทรมาเรียนถามเรื่องที่เรานัดกันไว้อ่ะคะว่าจะขอนัดพบที่คุณบอกว่าไว้นัดกันอีกทีตอนสิ้นเดือนค่ะ นี่ก็เห็นว่าใกล้แล้วก็เลยโทรกลับมาถามค่ะ ไม่ทราบว่าวันที่ 3 (กันยายน) สะดวกมั๊ยคะ ผม : วันที่สามผมคงไม่สะดวกนะครับ เพราะผมติดงานนิทรรศการของศูนย์ศิลปาชีพผมคงยุ่งทั้งวัน คงจะไม่มีเวลานะครับ ผู้จัดการฝ่าประชาสัมพันธ์ : อย่างนั้นดิฉันจะขออนุญาตรบกวนโทรมาอีกครั้งนะคะ แต่ดิฉันมีอีกเรื่องที่จะรบกวนเรียนถามค่ะ พอดีไปพบกระทู้โทรโข่งในพันธุ์ทิพย์ ค่ะ ทางผู้บริหารรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากค่ะ (กระทู้ร้องเรียน ซึ่งเป็นข้อความเดียวกับสิ่งที่ผมส่งเข้าบริษัทของเขา) ผม: อ้อ..ครับ คงเป็นตั้งแต่ครั้งแรก ๆ แล้วล่ะครับ พอมีปัญหาผมทางคาร์ฟูร์เองก็ไม่มีใครที่จะแก้ปัญหาให้ผมได้ผมก็เลยต้องใช้วิธีนี้นะครับ แต่พอทางคุณติดต่อกลับมาผมก็ได้แจ้งลบให้แล้วนี่ครับ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์: ค่ะ ยังงัยดิฉันต้องกราบขอบพระคุณ.....คุณ....จริง ๆ นะคะ ที่กรุณากับทางเรา เราทราบถึงความตั้งใจจริงของคุณเลยค่ะ ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะเรียกร้องอะไรจากเรา แต่เหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นกับคุณดิฉันเข้าใจดีค่ะ ถ้าดิฉันลาออกจากที่นี้เป็นพนักงานคนหนึ่ง ดิฉันก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งดิฉันคงจะรู้สึกแย่เหมือนกัน ยังงัยก็ขอโอกาสให้ดิฉันไปพบเพื่อทำการขอโทษเถอะนะคะ แต่..........นอกจากโทรโข่งแล้วยังจะมีห้องไหนอีกมั๊ยคะ คือดิฉันไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับในเว็ปเลยค่ะ ผม: ผมเป็นคนโพสต์ไว้ที่ โทรโข่ง แต่หลานผม เขาก็มีพ่อ มีแม่ มีญาติ และผมก็ส่งอีเมล์ให้กับเพื่อน ๆ และคนที่รู้จักตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งอันนี้ผมเองก็ไม่ทราบหรอกนะครับว่ามันจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง แต่ถ้าเจอผมจะลบให้ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ : ดิฉันอยากเจอคุณจริง ๆ เลยค่ะ พอได้คุยแล้วรู้สึกได้เลยค่ะว่าคุณตั้งใจจะช่วยเราจริง ๆ และฟังจากน้ำเสียงแล้วเราคงอายุไล่เรี่ยกัน และไม่ต้องกลัวนะคะดิฉันไปกับทีมอีกคนเดียว ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอันตราย ผม : ผมทราบดีครับ และผมไม่ได้กลัวด้วยว่าคุณจะทำอะไรหรือเปล่า เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราค่อยคุยกันใหม่ว่าจะวันไหนดี ส่วนถ้าคุณเห็นกระทู้ตรงไหนก็แจ้งลบได้เลย ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์: ได้ค่ะ ยังงัยดิฉันต้องขอบพระคุณจริง ๆ ค่ะ แล้วดิฉันจะขออนุญาตโทรมานัดอีกครั้งค่ะ ง้นดิฉันไม่รบกวนแล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ แต่.....ยังงัย ถ้ามีกระทู้อื่น รบกวนช่วยแจ้งให้หน่อยนะคะว่าทางห้างเราติดต่อกลับมาแล้ว ผม: ได้ครับ ถ้าผมเจอผมจะจัดการให้ ผมตอบ หลังจากวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากวางโทรศัพท์ ผมได้เข้าไปตรวจสอบในพันธ์ทิพ เพื่อค้นหากระทู้ดังกล่าว และแจ้งลบกระทู้ดังกล่าวเพื่อหวังว่าจะได้ไม่ให้พนักงานของคาร์ฟูร์ต้องเหนื่อยกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยชื่อกระทู้คือ "นรกบนสวรรค์ของนักช้อป กับวีรบุรุษในคราบมาเฟีย"ได้ถูกลดอันดับจากกระทู้แนะนำอันดับหนึ่งในไร้สังกัด จนลุดจากกระทู้แนะนำ และกระทู้ได้ถูกถอดออกไปในที่สุด จนวันนี้ผมก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากห้างคาร์ฟูร์แต่ประการใด ผมก็เลยตัดสินใจโทรไปประมาณวันที่ 20 ก.ย. ที่ทำงาน เพื่อจะถามว่าตกลงคุณจะยังคงขอเข้าพบอยู่หรือเปล่า แต่รู้สึกว่าจะเป็นลูกน้องรับ บอกว่าคุณ......ติดมีทติ้งอยู่ มีอะไรด่วนมั๊ยคะ ผมก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร จะเลิกประชุมประมาณกี่โมงครับ คำตอบที่ได้รับคือไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ผมก็เลยฝากบอกว่างั้นฝากบอกว่าผมโทรมาหา ช่วยโทรกลับด้วย ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ผมยังไม่ได้รับการติดต่อกลับเลยครับ ไหน ๆ ก็ไหน ไม่มีอะไรจะต้องเสีย ก็ขออนุญาต ชาวเว็ปบอร์ดที่จะต้องนำเรื่องนี้มาตีแผ่อีกครั้งนะครับ แต่งานนี้ผมไม่ได้ต้องการจะเรียกร้องเงินทอง หรือ บัตรกำนัลแต่ประการใด แค่อยากจะให้ได้รู้แผ่นดินที่ห้างฯ ได้ตั้ง ได้กอบโกยทุกวันนี้อย่าคิดว่าคนไทยจะยอมก้มหัวให้คุณง่าย ๆ สำหรับคนที่เคยโดนอย่างผมอย่าคิดนะคับว่าเขาไม่อยากจะตีแผ่ แค่เขาไม่รู้ว่าจะใช้ช่องทางเพื่อแจ้งให้คนไทยด้วยกันได้ทราบถึงพฤติกรรมแบบนี้ได้ยังงัยเท่านั้นเอง และนี่ก็เป็นกระทู้ที่ห้องไร้สังกัดครับ นรกบนสวรรค์ของนักช้อป กับวีรบุรุษในคราบมาเฟีย สวัสดี เพื่อน ๆ ทุกคนครับ ผมมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อไว้เป็นอุทาหรณ์นะครับ และขณะนี้สิ่งที่ผมทำได้เพียงแค่จดหมายถึง สคบ. และก็ถึงบริษัทเขาเท่านั้น ใครมีวิธีที่ดีกว่าผมแนะนำหน่อยนะคับ เพราะผมว่าคงไม่ใช่ผมคนเดียวที่โดนอย่างนี้ รบกวนสละเวลาหน่อยนะคับ เพื่อความเข้าใจในเนื้อเรื่องครับ
2. บริษัท เลือกระดับลูกค้าอย่างไร เพื่อผมจะได้พิจารณาตัวเองและครอบครัวเพื่อนำมา
และนี่ก็เป็นกระทู้ที่ทางห้างร้องขอให้ช่วยบอก กระทู้นิสต้าครับ ว่าห้างพยายามแก้ไขปัญหา คำชี้แจงจากคาร์ฟูร์ คนก่อไม่ได้แก้ คนแก้ไม่ได้ก่อ (โทรศัพท์ชี้แจง) หลังเหตุการ์เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่เกิดปัญหาระหว่างผมและหลานสองคน กับ คณะพนักงานของคาร์ฟูร์ ผมรู้สึกอึดอัดใจมาก เพราะสาขาแจ้งวัฒนะไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกใจผมได้ในเรื่องการแก้ปัญหาดังกล่าว ผมต้องเก็บความรู้สึกอึดอัด และแอบโมโหกับพฤติกรรมที่ผมและหลานได้ประสบมา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผมตัดสินใจที่ต้องทำหนังสือให้บริษัท แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดทำการต่อเนื่อง เพราะเป็นเทศกาลเข้าพรรษา หลังเหตุการณ์ดังกล่าวผมได้โทรเข้าสาขาแจ้งวัฒนะทันทีก่อนที่จะเข้าแจ้งลงบันทึกประจำวัน เพื่อขอชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองในกรณีหากทางห้างปัดความรับผิดชอบและเป็นหลักฐานในการแสดงความบริสุทธิ์ใจ วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมาป็นวันทำการวันแรก ผมได้โทรไปที่คาร์ฟูร์สำนักงานใหญ่ เพื่อติดต่อ ฝ่ายการตลาด และลูกค้าสัมพันธ์ ของคาร์ฟูร์ แต่วันนั้นเป็นวันลาพักร้อนของผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผมขออนุญาติที่จะไม่เอ่ยชื่อนะครับ จึงมีเจ้าหน้าที่ในการรับเรื่องไว้แทน ผมได้อธิบายปัญหาตั้งแต่เริ่ม จนจบให้พนักงานท่านนั้นได้ทราบ และได้ขอเบอร์แฟกซ์เพื่อที่จะส่งจดหมายที่ร่างไว้ ให้กับฝ่ายการตลาด และลูกค้าสัมพันธ์ดังกล่าว หลังจากส่งแฟกซ์ดังกล่าวไปแล้ว ไม่น่าจะเกิน 20 นาที ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ฯ โทรเข้ามือถือของผมด้วยน้ำเสียงที่ผมได้ยินสื่อให้ผมเข้าใจความรู้สึกถึงความละอายใจ กับเหตุการณ์ที่ตนไม่ได้ก่อแต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบต้องแก้ปัญหาดังกล่าว สวัสดีคะคุณ.....................ขอเรียนสายคุณ................................. ดิฉัน ..........................เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด และลูกค้าสัมพันธ์ของคาร์ฟูร์สำนักงานใหญ่ค่ะ ดิฉันได้ทราบเรื่องจากน้อง...................ซึ่งเป็นผู้ช่วยของดิฉันได้โทรมาเพื่อแจ้งให้ทราบค่ะ แต่วันนี้ดิฉันลาพักร้อนค่ะ พอทราบเรื่องแล้วดิฉันรู้สึกตกใจและร้อนใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่ะ จึงต้องขออนุญาตที่จะต้องโทรมาเพื่อกราบขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดิฉันทราบดีเลยค่ะว่าคุณ.............รู้สึกโกรธมาก และที่ผิดร้ายแรงไปกว่านั้นเมื่อพนักงานดังกล่าวทำผิดก็ไม่ได้กล่าวคำขอโทษคุณเลย และเหตุการณ์แบบนี้มันไม่สมควรจะเกิดขึ้นเลยค่ะ ดิฉันต้องกราบขอประทานอภัยสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ค่ะ โดยที่ผมเปิดโอกาสให้เขาได้พูดเพื่ออธิบาย พอได้รับจดหมายที่คุณส่งเข้ามาดิฉันได้ส่งให้สาขาและสั่งสอบสวนทันทีตั้งแต่ผู้จัดการสาขาแจ้งวัฒนะ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามที่คุณได้แจ้งรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในคืนนั้นมาค่ะ และดิฉันได้ส่งเอกสารฉบับนี้ไปให้กับทุกสาขาทั่วประเทศเพื่อเป็นกรณีศึกษาเลยค่ะ ทีแรกผู้จัดการสาขาจะขออนุญาตโทรหาคุณเพื่อขอนัดเข้าไปพบเพื่อกราบขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ดิฉันบอกกับเขาว่าจะขอคุยกับคุณก่อนเพราะเรื่องมันเกินเลยมากว่า 3 วันแล้ว และไม่น่าจะปล่อยให้ลูกค้าต้องโกรธได้ถึง 3 วัน กว่าจะมีการขอโทษลูกค้า และที่สำคัญสาขาเองไม่มีใครขอเบอร์ติดต่อ พร้อมชื่อของคุณไว้เลยค่ะ ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง และสำหรับจดหมายที่ทางคุณได้ส่งเข้ามาเป็นข้อมูลที่ดีมากค่ะ เนื่องจากมีชื่อครบเกือบทุกคนเลยทำให้เราสามารถดำเนินการได้ทันที และสำหรับเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถจะยอมรับได้จริงๆ ค่ะ และเราผิดจริงๆ ค่ะ แต่อย่างไรก็ดี ขอความกรุณาคุณ........ให้โอกาสมาใช้บริการเราอีกได้มั๊ยค่ะ ผมก็ตอบไปว่าผมคงจะไม่ไปแล้วหล่ะครับสำหรับตัวผมเองถ้าลำพังโดนคนเดียวผมคงจะทำอย่างมากก็แค่โทรเข้าไปเพื่อต่อว่าอย่างมากก็แจ้งสำนักงานใหญ่ด้วยวาจา แต่นี้มีเด็กด้วยและมีคนมายืนดูผมราวกับผมเป็นโจรที่ขโมยของออกมาและหลานหลานผมเองถึงกับอึ้งไปเลยเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ สำหรับหลานคนเล็กยังไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่สำหรับหลานคนโต เขาคงจำไปจนโต และที่สำคัญ หลานคนโตบอกผมภายหลังว่าพนักงานของคุณ ตามผมมาตลอดตั้งแต่จ่ายเงินค่ากางเกง ไปในห้องน้ำตอนเปลี่ยนกางเกง จนถึงขั้นตอนการขอตรวจใบเสร็จ คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่าไม่มีเจตนาในการจับผิดผม อย่างที่เรียนน่ะคะ ว่าเป็นความผิดพลาดจริง ๆ แต่ยังงัยดิฉันขอเรียนนะคะว่าเราได้มีการอบรมพนักงานทุกคนก่อนเข้าทำงาน แต่มีเพียงพนักงานเพียง หนึ่งคน ผมแย้งขึ้นทันทีว่า หนึ่งคนหรอครับ เขาจึงกล่าวขออภัยค่ะที่ดิฉันใช้คำพูดผิดไปค่ะ พนักงานกลุ่มหนึ่ง จริง ๆ แล้วถ้าพนักงานหญิงคนที่เข้ามาขอดูใบเสร็จทีแรก มีวิธีที่ดีกว่านี้ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นเลยค่ะ แต่เราก็ยังเราก็ต้องขอเรียนให้ทราบนะค่ะว่าเรามีนโยบายที่ชัดเจนนการอบรมพนักงาน แต่อาจจะมีพนักงานกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถซึมซับข้อมูลที่ทางบริษัทได้พยายามที่จะสร้างให้เป็นมืออาชีพ ผู้จัดการดังกล่าว พยายามที่จะพูดเพื่อให้ผมรู้สึกดี และผมก็เข้าใจว่าเขาพยายามที่จะไกล่เกลี่ย นอกจากนี้ผู้จัดการคนดังกล่าวได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จริงๆ วิธีการแก้ปัญหาหากลูกค้าหาใบเสร็จไม่เจอจริงๆ พนักงานก็สามารถตรวจสอบจากแคชเชียร์ได้ แต่อาจต้องใช้เวลาซักหน่อย แต่พนักงานที่แสดงพฤติกรรมดังกล่าวอาจจะดูรุนแรงไปหน่อยนะคะ เพราะโดนฝึกมาแบบทหาร ผมตอบสวนทันที ผมคิดว่าพฤติกรรมที่ทำกับผมวันนั้นแถวบ้านผมไม่ได้เรียกว่าทหารครับ เขาเรียกว่ามาเฟีย ก็คงทำให้ผู้จัดการคนดังกล่าวถึงกับอึ้งไป ก็เลยถามต่ออีก คุณ.....มีอะไรนะแนะนำห้างเรามั๊ยคะ ผมก็เลยบอกว่า จริงๆ แล้วถ้าไม่ไกล้บ้าน แม่ผมไม่แก่ และไม่มีเด็ก เล็ก ๆ อีก2 คน ก็คงจะไม่ไป และราคาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากห้างอื่น ๆ บางอย่างแพงกว่าด้วยซ้ำ แต่ถ้าจะให้ไป โลตัส หรือ บิ๊กซี ก็รถติดตรงเมืองทอง ถ้าจะให้ไปเดอะมอลล์ ก็วุ่นวายในการหาที่จอดรถ ต้องไปแย่งกันซื้อ แย่งกันกิน และการบริการของคุณก็ไม่ได้ดีเลย โถ...... คุณ........กรุณาให้โอกาสเรานะคะ ตอนนี้เรากำลังแก้ไขอยู่ค่ะ ตอนนี้คาร์ฟูร์เพิ่งเปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่ค่ะ และมีการปรับนโยบายใหม่ พร้อมกับเพิ่งเปลี่ยนบริษัทรักษาความปลอดภัยเพื่อให้เป็นมืออาชีพมากขึ้นโดยหวังจะให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป อาจจะมีปัญหาช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง แต่ยังงัยเราก็ไม่สามารถยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณได้ค่ะ ยังงัย เราขอโอกาสให้ผู้จัดการสาขา ได้เขาไปขอโทษคุณได้มั๊ยคะ ผมก็ตอบไปว่ามันไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะมันผ่านมาแล้ว นะคะอย่างน้อยเพื่อให้เราได้ขอโทษในนามผู้บริหารและพนักงานคาร์ฟูร์ค่ะ แต่ผมก็ไม่ได้ตอบรับอะไร ผมก็ยังโมโหกับเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่นะครับ แต่จะให้ยกโทษให้เลยก็คงจะไม่ได้ ก็เลยต่อว่าไปเหมือนกันว่าปกติคุณรับคนเข้ามาไม่ได้อบรม หรือ เทรนพนักงานของคุณให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเลยหรอ หรือว่าเคยประเมินผลบ้างหรือเปล่า เคยมั๊ยครับที่ให้พนักงานของคุณแกล้งฟอร์มสถานการณ์มาทำเป็นขโมยของออกไป ให้เครื่องแสกนด์ดัง หรือทำให้มีพิรุธ เพื่อให้พนักงานของคุณได้ทดสอบวิธีการแก้ปัญหา ดิฉันขอเรียนชี้แจงนะคะ ว่าก่อนหน้านี้ค่ะ เราใช้บริษัทรักษาความปลอดภัยจากข้างนอกค่ะ แต่พอเราได้รับการคอมเม้นท์จากลูกค้าเราก็ได้เปลี่ยนมาให้บริษัทที่เป็นมืออาชีพโดยหวังว่าปัญหาดังกล่าวจะหมดไปค่ะ แต่เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเราไม่อาจที่จะปฏิเสธ และไม่สามารถยอมรับได้จริง ๆ ค่ะ แต่ในช่วงเช้าที่ผมแจ้งกับพนักงานผู้ช่วยของผู้จัดการผมเลยแจ้งไปว่า ผมขอคำชี้แจงไปภายใน 1 สัปดาห์ หากไม่มีความคืบหน้า ผมคงต้องจำเป็นที่ต้องอาศัยสื่อมวลชนในการเรียกร้องสิทธิจากกรณีดังกล่าว ผู้จัดการได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ ว่าถ้าคุณจะกรุณา ขอความกรุณาเรื่องสื่อมวลชนได้มั๊ยคะ โดยให้เหตุผลว่าถ้าเป็นข่าวออกไปในหน้าหนังสือพิมพ์จะทำให้พนักงานนับร้อยนับพันต้องเสียกำลังใจ แต่สิ่งที่ผมชี้แจงกลับไปว่าถ้าคุณห่วงพนักงานของคุณจะเสียกำลังใจ แล้วลูกค้าคุณล่ะ กี่ล้านคนที่อาจจะต้องเจอกับปัญหาดังกล่าว (แต่จริงๆ แล้วถ้าคิดจะใช้สื่อจริงๆ ก็คงจะแจ้งร่วมด้วย หรือไม่ก็ จส.100 ตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ) แต่ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ทำนะคับ ผมได้ส่งอีเมล์ถึงพี่ ๆ เพื่อน ๆ นักข่าวที่สนิทกัน แต่ก็โทรไปขอร้องให้รอดูท่าทีก่อนว่าเขาจะแก้ปัญหายังงัยเพื่อให้โอกาสในการได้แก้ตัว แต่หลังจากนั้นช่วงบ่ายก็มีผู้จัดการฝ่ายพีอาร์โทรมา เพื่อคุยเรื่องเดียวกัน เพื่อจะขออนุญาตเข้ามาเพื่อขอโทษนะครับ แต่ผมก็ขอเลื่อนไปก่อน ผมไม่ได้เล่นตัวนะคับ แต่ว่างานเยอะจริงๆ ครับ ถ้าเทียบไปแล้วก็ไม่ใช่ความผิดของบริษัท 100 % หลังจากที่คุยกันเสร็จก็พอจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างครับ แต่ก็ไม่ใช่จะหายโกรธครับยังคงโกรธอยู่ดีแต่ก็ยังดีกว่าไมทำอะไรเลย ก็ยังถือว่าเขาก็ยังมีความพยายามที่จะแสดงความขอโทษครับ และผมก็เลยแจ้งไปว่าถึงอย่างไรผมก็ยังคงรอคอยหนังสือชี้แจงจากห้างดังกล่าว และรอดูวิธีการแก้ปัญหาว่าห้างที่มีสาขาระดับโลกจะมีธีการอย่างไรครับ มันอาจจะดูรุนแรงไปบ้างแต่มันเป็นวิธีเดียวที่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ห้างได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ที่อย่างน้อยผืนแผ่นดินไทยที่มองว่าการเข้ามาเพื่อเป็นการกระจายรายได้สำหรับท้องถิ่น หรือชุมชน สำหรับคนจนได้มีงานทำ แต่ผมกลับมองว่ามันเป็นการพัฒนาที่ยังขาดจุดแข็ง เพราะหลังจากกรณีนี้ผมคิดว่าบริษัทเริ่มจะมีแนวทางในการพัฒนาศักยภาพคนให้มีความคิดเพื่อต่อยอดการประกอบอาชีพล่ะคับ ปล.ขอขอบคุณผู้จัดการ ฯ ทั้งสองท่านของคาร์ฟูร์ที่พยายามโทรมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ จะด้วยความจริงใจ หรือด้วยหน้าที่ก็ตามแต่นั่นก็เป็นจุดหนึ่ที่พอจะทำให้ผมเข้าใจถึงความตั้งใจที่พยายามดำเนินการ แต่สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมี แล้ววันหนึ่งมันถูกกระชากออกไปโดยพนักงานเพียงไม่กี่คน มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกอบกู้มันมาง่าย ๆ ครับ ถ้าบริษัทพยายามที่จะพัฒนาจริง ๆ ตามที่ชี้แจงมาผมเชื่อว่าคงมีหลายคนที่พร้อมจะให้กำลังใจในการพัฒนาครับ คอมเม้นท์จากผู้อ่านกระทู้(เดิม) ทำไมห้างถึงทำแบบนี้กับลูกค้า น่าเกลียดมากครับ แต่ยังไงแล้ว ลองแจ้งความแล้ว รอดูว่า ตำรวจจะช่วยดำเนินการอย่างไร ยังไงก็ตามแล้ว ขอให้เจ้าของกระทู้ได้คำตอบที่ สมควรกับการปฏิบัติจากพนักงานห้างครับ ลัลล้า~* ต้องประนามและบอยคอต อย่าไปซื้อของห้างต่างชาติ ที่มากอบโดยผลประโยชน์ และกระทำพฤติกรรมเช่นนี้กับ ผู้บริโภค ผิดหรือถูก ขโมยหรือไม่ขโมย ก็ไม่สมควรตัดสินหรือแสดงพฤติกรรมแบบทราม ๆ เช่นนี้ ขอโหวตให้กระทู้นี้ครับ จากคุณ : อย่าไปอุดหนุนมัน (ริมราชดำเนิน) เลิกซื้อ เลิกอุดหนุน และฟ้องมันเลยค๊า เสียใจด้วยนะครับ ที่พบกับสิ่งชั่วร้ายในห้างดัง แม้แต่คำขอโทษก็ไม่มี เราช่วยกันบอยคอตกันเถอะ จากคุณ : ครูเกษียร (ครูเกษียร) สาระ.....เลว พออำนาจอยู่ในมือ...คนก็เปลี่ยนไปแล้วครับ...องค์กรที่มีบุคคลากรแบบนี้เตรียมตัว..ขายขี้หน้าได้!!! ของเราเคยเจอที่ห้างเนี๊ยเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องถุงที่ใส่ของ เพราะเราซื้อนมกล่องเป็นแพ๊ค/หีบ แต่พนักงานไม่ใส่ถุงให้ บอกว่าซื้อเป็นแพค เราเลยบอกพนักงานขายว่า ถ้าเรานั่งรถเมล์จะให้เราอุ้มของขึ้นรถเมล์แบบนี้เหรอ เพราะเราไม่ได้ซื้อนมเพียงอย่างเดียว จากนั้นเจ้าหล่อนถึงไปหาถุงมาใส่ให้เรา..เหมือนกันเราไปสร้างความวุ่นวายให้เจ้าหล่อน เราเลย comment ซะเลย จากนั้นไม่กี่วัน..น่าจะเป็นหัวหน้าน๊ะโทรมาขอโทษ บอกว่าจะปรับปรุงการให้บริการใหม่... จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เราไม่ได้เข้าไปซื้อของที่นั่นอีกเลย... ขอแสดงความคิดเห็นนะค่ะ อย่างนี้เราจะทำการส่งลิ้งค์กระทู้นี้ไปที่เว็บไซค์ของห้างคาร์ฟู สำนักงานใหญ่ ได้หรือเปล่าค่ะ ในเมื่อเจ้าหน้าที่สาขาปฏิบัติต่อลูกค้าไม่ดี และยังไม่ยอมรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองด้วย เราก็น่าจะแจ้งหรือส่งจดหมายไปที่สำนักงานใหญ่เลย เขาจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วพนักงานตามสาขาหน่ะบริการลูกค้าอย่างไรกันบ้าง และหรือไม่บางทีทางผู้บริหารจะได้รับรู้และลงมาแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้าให้มากขึ้นพร้อมกับมีการอบรมพนักงานให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันหน่ะค่ะ จากคุณ : wawa ผมได้ทำจดหมายเข้าไปที่บริษัทเขาเรียบร้อยแล้วครับ แต่ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ และบริษัท เขาขอพบ แต่ทางผมเองยังไม่ว่างครับ ถ้ายังงัย จะเข้ามาอัพเดทให้ทราบนะครับ ขอบคุณในความเป็นห่วง สำหรับความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบครับ แค่อยากให้ทุกคนได้รับทราบ เพื่อเป็นอุทาหรณ์นะครับ และเพื่อบอกญาติ ๆ จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาแบบนี้อีก จากคุณ : yuttrinie มันเห็นคนไทยเป็นควายหรือไร ถ้าเป็นเมืองนอกคงดังระเบิด มารยาทยอดแย่ พูดกันดี ๆ ไม่ได้หรือไง อ่านแล้วจี๊ด Coop uebernimmt die 12 Schweizer Filialen des franzoesischen Detailhandelskonzerns Carrefour. ทำได้แค่ประจาน... อย่างมันน่าจะฟ้องกลับน่ะค่ะเพราะเค้าทำให้เรา 1. เสียเวลา 2. เสียความรู้สึกค่ะ จากคุณ : jr (chocolate orchid) เห็นใจที่ไปเจอคนเลวมาค่ะ แบบนี้ต้องเอาให้ถึงที่สุด ถ้ามองในมุมกลับกันกลายเป็นผู้หญิงกับหลานอายุ 1 ขวบ กับ 2 ขวบ คิดดูว่านอกจากข่มขู่แล้วยังสามารถทำอะไรที่เลวร้ายกว่านั้นได้อีก จากคุณ : อยู่ด้วยคน (naka_two_j) โดนไล่ออกจากงานทั้งขบวนการน่าจะดีที่สุด เพราะดูแล้วนิสัยแบบนี้ คงขุดออกมาไม่ได้แน่ๆ ต่อไปต้องทำอีก เงินเดือนก้น้อยนิด แต่ชื้อตำแหน่งคงโก้หรู ก้เลยจองหอง คนเค้ามาซื้อของนะ ไม่ได้มาขอฟรี....อ่านแล้วเซ็งแทนมากๆคับ ขอให้มันโดนไล่ออกไปเลย จะได้เข็ด น่าจะเอาชื่อมาประจาน ให้ได้อาย ผมว่าควรจะไล่ออกยกชุดที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้อ่ะ ตั้งแต่ผู้หญิง , หัวหน้า แล้วก็ประชาสัมพันธ์ด้วยอ่ะครับ เหมือนกับว่าเค้าช่วยกันสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่ทำกับลูกค้าขนาดนี้ นี่แหล!!! บทเรียนของความไม่สำเร็จของงานบริการ ถ้าพนักงานไม่มีใจบริการแล้ว ทำงานไปวันๆ ทุกอย่างก็ล่มสลาย .... แบบนี้ ต้องช่วยกันบอกต่อ จากคุณ : จ๊ะเอ๋ เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็น่าเห็นใจเจ้าของกระทู้นะค่ะคงจะเสียความรู้สึกมากมากที่ไปซื้อสินค้าและ ได้รับบริการแบบนี้กลับมาจากห้างที่ใหญ่และมีชื่อเสียงด้วย ขอเอาใจช่วยคุณค่ะ เรียกร้องสิทธิของเราที่ควรจะได้รับ สงสารเด็กเด็กด้วยนะคะต้องมาเจอเหตุการณร้ายร้ายแบบนี้ ลำพังเราผู้ใหญ่ยังพอทนได้ค่ะ ห้างใหญ่ๆ ก็อย่างนี้แหละครับ ของเราเคยเจอแบบนี้จะเข้าไปซื้อของเขาจะยึดกระเป่าตังเราเขาบอกต้องฝากห้ามนำกระเป๋าเข้าในห้างเขาเราไม่ยอมสามีเราเขาบอกเป็นระเบียบของเขาก็ฝากไว้ซิเราไม่ฝากถ้าจะเข้าไปซื้อของในพื้นที่นี้ต้องสิ้นเอกราชขนาดนี้ไม่ซื้อกลับของๆมันยังไม่มีปัญญารักษาแล้วถ้ากระเป๋าเราหายละไอ้ห้างจนๆๆที่มาขอทานบ้านกูรรจะเอาปัญญาอะไรมาใช้ตั้งกะวันนั้นมายังไม่เคยไปที่ห้างนั้นอีกเลยดูถูกไปไม อย่างงี้ต้อง "บอกต่อ"... แย่ต่อความรู้สึกมากๆค่ะ แย่มากๆ .. เสียใจด้วยน่ะค่ะ ที่เจอเหตุการณ์อย่างนี้ ห้างต่างประเทศ ไม่เน้นเรื่องการเซอร์วิส และบริการ เน้น เป้าหมายการขาย สร้างยอดขาย ลูกค้าจะร้องเรียนหรือจะโดนอะไรกันบ้างก็ไม่สนใจ ผิดกับห้างของคนไทยน่ะค่ะ ที่อบรมมาตลอดว่า... ลูกค้าคือพระเจ้า... 1. ลูกค้าต้องถูกเสมอ 2. เมือลูกค้าผิด ให้ย้อนไปดูข้อ 1 . ขอโหวตด้วยค่ะ ถ้าไงจะไม่เข้าที่สาขาหาดใหญ่ด้วยค่ะ โหวตครับ วันนี้จะไปจ่ายหนี้ที่สาขาบางใหญ่ด้วยซิ ดันมีตู้ที่เดียวด้วย เป็นอย่างนี้จริงๆค่ะคนไทยไม่รักกัน เพียงแค่สงสัยยังทำได้ถึงเพียงนี้ เอาให้ถึงที่สุดเลยค่ะ มาโหวตให้อีกเสียงนึงค่ะ เป็นคนที่รังเกียจพฤติกรรมที่พนักงานทำกับลูกค้าเช่นนี้อย่างแรง ไม่ว่าจะผิดหรือถูกก้อต้องใช้คำพูดที่สุภาพกับลูกค้า และควรกล่าวคำขอโทษหรือทำหนังสือขอโทษลุกค้าเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบในการกระทำ ขับเลยมาบิ๊กซีเถอะครับ ผมเองก็อยู่แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่คาร์ฟูเปิดเคยไปแค่ 2-3 ครั้งเองครับ เพราะบ้านอยู่หลังบิ๊กซี (-.- !) พนักงานพวกนี้ บางครั้งขู่กรรโชกลูกค้าด้วย ให้แจ้งความหากพบเหตุด้วยตนเอง หากไม่ยอมให้เราออกมาจากห้องนั้น ให้โทร.เรียก 191 ทันที แจ้งข้อหาขู่กรรโชกและหน่วงเหนี่ยวให้เสียอิสรภาพในห้องนั้น ดูน้ำหน้าพนักงานคนนั้นและการจัดการของทางห้าง สักหน่อย มันไม่ใช่คน มีอะไรคืบหน้าบ้างมั๊ยคะ ความคืบหน้ามีมาครับ แต่ยังงัยขอเวลาในการพิมพ์ซักนิด แต่เท่าที่ดูบริษัท พยายามแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ดังกล่าวโดยที่จะให้ตัวแทนผู้บริหารของสำนักงานใหญ่มาพบเพื่อทำการขอโทษ แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไรมากนักเพราะหลานผมเกลียดห้างไปเลย ตอนนี้ขนาดชวนไปเล่นเครื่องเล่นตามห้างดีๆ ขนาดเอาเกมส์มาล่อยังไม่ไปเลยครับ ผมเลยยังไม่รู้ว่าจะทำยังงัยดีกครับ เดี๋ยวจะรีบพิมพ์หนังสือชี้แจงจากห้างฯ เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบนะคับ ตอนนี้งานค่อนข้างยุ่งนิดนึง แต่จะพยายามพิมพ์เพื่อส่งให้ทุกท่านได้อ่านครับ จากคุณ : yuttrinie สังคมไทยที่เสื่อมโทรม เพราะมีคนแบบนี้อยู่ในสังคมครับ จากคุณ : Pap Innovate นี่คงไม่ใช่ท่านแรกที่โดนกระทำเช่นนี้ ต้องขอบคุณที่มีคนกล้าออกมาเรียกร้องสิทธิ์ พร้อมทั้งเตือนคนอื่นๆ ต่อ เพื่อจะได้เตรียมตัวและทำใจ หากเลือกไม่ได้แล้วจำเป็นต้องไปใช้บริการที่ห้างแบบนี้ และคงจะทำให้อีกหลายๆ ห้างตระหนักถึงพฤติกรรมของพนักงานที่กระทำต่อลูกค้า ประโยคว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า" อาจจะไม่ถูก100เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ไกลจากความเป็นจริงมากนัก ถ้ารักจะมาทำงานบริการแบบนี้ ช่วยคิดให้ดีก่อนทำ ถ้าปรับพฤติกรรมทั้งการกระทำและคำพูดไม่ได้ ก็ไปอยู่บ้านเฉยๆ หรือเข้าป่าเถอะค่ะ จากคุณ : It's Me เลว เคยโดนเหมือนกันนะคะ สมัยสิบปีที่แล้ว จำได้ดีเลยค่ะ สแกนเอกสารจากทางห้างมาที่เมลล์ดิฉันก็ได้ค่ะ จะช่วยลงให้ในกระทู้นี้ อย่าไปซื้อของมันห้างต่างชาติมันกอบโกยแล้วก็ไป ใหไปซื้อห้างBig Cหรือ The Mallเพราะเป็นของคนไทย จากคุณ : ป้าคนสวย
สำหรับผมถ้าเป็นตัวของผมเองคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นหลานคงผู้บริหารคาร์ฟูร์เองถ้าโดนแบบนี้บ้างจะรู้สึกยังงัย ฝากถามนะครับ ถ้าได้อ่านบล็อกนี้ ก็กรุณาตอบด้วยนะครับ |