วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม 2550
แค่เพียงไม่ลืมตัวตน....... ก็จะค้นพบความสุข(เหมือนผมที่พลาดไป)
Posted by
สุนัขรอบกัด
,
ผู้อ่าน : 98
, 23:42:59 น.
พิมพ์หน้านี้
ปลีกตัวเองจากงานกองโตตั้งแต่วันที่18 กว่าจะเริ่มงานอีกทีก็ 24 ตุลาคม กะเอาไว้ว่าจะใช้ช่วงเวลานี้แหละหาความสุขให้กับตัวเองเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้พร้อมที่สะสู้อีกครั้ง........... เหนื่อยจังเลย ตลอดสองปีเต็มกับการเป็นมือปืนรับจ้างในการสร้างภาพให้กับบริษัท.......ทั้งเหนื่อยทั้งกาย และยิ่งไปกว่านั้นใจนี่สิที่มันทำให้เรารู้สึกว่าเราจะอิ่มตัวดีหรือยังกับ Shopping Phenomenon แห่งนี้ ..........แต่วันนี้พอเรามองย้อนกลับไปจุดเดิมที่เราเริ่มก้าวเข้ามาทำหน้าที่นักสร้างภาพให้กับที่นี่ มันช่างเป็นอะไรที่ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจ เพราะเราได้หยิบงานเก่า ๆ มาดู ทำให้เรารู้สึกภูมิใจขึ้นมาบ้างว่าอย่างน้อยเราก็ทำอู่ข้าวอู่น้ำของเราให้เป็นที่รู้จักไปเกือบทั่วโลก ถึงแม้มันอาจจะมีการโฆษณาเข้ามาช่วยด้วยก็ตาม อย่างน้อยก็มีความสามารถเราอยู่มั่งแหละน่า.... มันก็น่าภูมิใจหรอกนะ พอถามตัวเองดูว่าถ้าทำงานแล้วไม่มีอุปสรรคเลยมันคงไม่มีหรอกนะในชีวิตจริงน่ะ ......เอาหล่ะ....เป็นงัยก็เป็นกัน วัดดวงดีกว่า ลองหันไปสมัครงานที่ใหม่ดู ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ต้องทำงานที่เดิมเนี่ยแหละให้มันรู้กันไปถือว่าฝึกความอดทดล่ะกัน พอดีเดือนนี้เป็นเดือนเกิดของเรา อะไรดี ๆ มันคงเข้ามาในชีวิตกันมั่งแหละน่า ไหน ๆ ก็ลาหยุดแล้วนี่ หลานก็ปิดเทอมและ พาหลานไปเที่ยวเขาดินกันหน่อยดีกว่า วันที่ 19 จัดแจงเตรียมตัว พร้อมพาหลานทั้งสองคน ออกจากบ้านนั่งเรือเพื่อที่จะมาขึ้นรถแท็กซี่ที่ปากเกร็ด ตายล่ะ! ภาพแรกที่เห็น มันคือบรรยากาศเดิม ๆ เมื่อ 6 ปีที่แล้วที่เราไม่ได้ใช้บริการเรือโดยสาร จากความที่เราเห็นแก่ความสบายขับรถกลับบ้านตลอด นึกไม่ถึงว่าบรรยกาศเก่า ๆ มันจะทำให้เราได้รู้สึกสบายเมื่อเราได้มองเห็นบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป สายน้ำที่ใสยังคงไหลเหมือนไม่มีวันหลับ บรรยากาศของเกาะเกร็ด ก็ยังคงกลิ่นอายแห่งชาวมอญ เด็กน้อยๆ ก็ยังคงกระโดดเล่นน้ำ กันอย่างสนุกสนาน วัดริมน้ำช่างสวยเหลือเกินยามที่แสงอาทิตย์ต้องผิวน้ำยามเย็น และรอพระจันทร์โผล่ขึ้นมาเมื่อเรายืนมองจากสะพานพระราม 4 ช่างเป็นภาพที่เราเองก็ไม่เคยรู้ว่าเราอยากเห็นจนกระทั่งได้สัมผัสกับ ซึ่งแตกต่างกับบรรยากาศของความวุ่นวายย่านสยามสแควร์ที่เช้าต้องลืมตามาเพื่อรีบเข้างานให้ทัน ความเร่งรีบที่แย่งกันกินแย่งกันใช้ รถไฟฟ้าวิ่งไปวิ่งมาแทบมองหาต้นไม้ไม่เจอ โอโซนก็ไม่มีหายใจทีก็ไม่เต็มปอด นี่แหละชีวิตคนเมือง พอนั่งเรือมาถึงท่าเรือปากเกร็ดก็ยิ่งแปลกตาไปใหญ่ พราะมีเรือก๋วยเตี๋ยวสองสามลำ จอดขายก๋วยเตี๋ยว ริมสวนสาธารณะติด ๆ กัน และมีคนจำนวนมาก นั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา กินก๋วยเตี๋ยวเรือขนานแท้ นึกถึงบรรยกากาศเด็ก ๆ ที่มีอาแปะพายเรือมาขายก๋วยเตี๋ยว ความสุขมันหาได้ไม่ยากจริงๆ หลานสองคนก็ตื่นตาตื่นใจไม่ต่างกันเพราะทุกครั้งก็นั่งรถไปด้วยกัน พอได้พามานั่งเรือบ้างก็เรียกถามนู่นถามนี่ตลอดเวลา แปลกใจกับเครื่องบินลำใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นความต่างแต่ลงตัวจังเลย พอขึ้นรถแท็กซี่ ไปถึงเขาดินจังหวะพอดีเลย เป็นวันเกิดแม่มะลิ ฮิปโปขวัญใจเด็ก ๆ อิอิ.. คิดในใจเราเป็น้องแม่มะลิหรอเนี่ยเกิดก่อนเราตั้งวันนึงแน่ะ เด็ก ๆ ดูมีความสุขมีแต่รอยยิ้ม ได้เห็นสัตว์ต่างๆ เยอะแยะไปหมด ทั้ง ช้าง เสือ ฮายีน่า และสารพัดสัตว์ รวมทั้งพี่สาวของผม แม่มะลิ บอกได้คำเดียวว่าเขาดินเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้เยอะขึ้นจริงๆ ก็ตามประสาถ่ายภาพ พาหลานทั้งสองคนเที่ยวจนหนำใจ ก็กลับบ้าน แต่ค่ำคืนนั้นก่อนจะก้าวสู่ 0.00 น.ซึ่งเป็นวันเกิดเราสิ่งที่อยากได้มากที่สุดมันกลับไม่ใช่ข้าวของเงินทอง แต่มันคืออิสรภาพ ที่เราไม่เคยรู้เลยว่าเราโดนกักขังด้วยกฏและระเบียบ ที่มันเป็นภาพลวงตาให้เราคิดว่าเป็นสิ่งที่มีศักดิ์ศรี มีหน้ามีตา เอาหล่ะ ถ้าสิงศักดิ์สิทธิ์จะช่วยเราจริงก็จะเตรียมอธิฐานแล้วนะ ขอให้ชีวิตนี้มีความสุขเถิด ไม่ต้องร่ำรวยมากจากวิถีทาง และความโง่เขลาของตัวเองที่ทะเยอทะยานที่ผ่านมาจนลืมตัวตนของตัวเอง ขอให้ได้กลับมามีชีวิตที่มีความสุขแบบนี้อีกครั้งเถอะน่า......สาธุ
|