พิมพ์หน้านี้
|
บทความนี้จริงๆ น่าจะเหมาะกับนักศึกษาชั้นปีที่สี่ มากที่สุดครับ แต่ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ใครหลายๆคนได้ครับ อีกเช่นเคยครับ อันนี้ก็มาจากประสพการณ์จริงๆ จริงๆอย่างที่ ไอสไตน์บอกไว้ว่า "We can't solve problems by using the same kind of thinking we used when we created them." หมายถึง เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากเราใช้แค่ความรู้ ประสพการณ์ เท่ากับแค่ตอนเราสร้างปัญหานั้นๆ เป็นเรื่องปวดหัวของนักศึกษาหลายคนขณะใกล้เรียนจบว่า จะเรียนต่อดี หรือ ทำงานเลย หรือจะเรียนต่ออะไรดี ระหว่างสาขาที่เราจบมา หรือจะเปลี่ยนไปเรียนสาขาอื่นๆ ที่กำลังเป็นที่นิยม เช่นสมัยผมคือเมื่อสิบปีที่แล้วก็คือ MBA หรือแม้แต่ว่าจะเรียนใน หรือตปท ดี ในขณะนั้น ผมคิดไม่ออก คิดแค่อยากเรียนต่อ เพราะน้าเราก็เรียนต่อ เพื่อนๆก็เรียนต่อกัน ที่ครอบครัวเราก็มีฐานะ กลัวทำงานแล้วขี้เกียจเรียน อยากไปเมืองนอก เมื่อย้อนกลับไป การตัดสินใจตอนนั้นไม่ได้คิดอย่างรอบคอบซักเท่าไหร่เลย จริงๆก็อาจเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่ หลายๆอย่างไม่มีเหตุผล แต่เป็นเรื่องของอารมณ์ซะมากกว่า เมื่อมองกลับไปถึงตอนนั้นแล้ว ตอนนี้สามารถเล่าได้เป็นฉากๆว่า ข้อเสียของการไปเรียนต่อเลย โดยไม่ทำงานนั้นคือ 1 มองภาพการทำงาน ไม่ออก ว่าอะไรเป็นสิ่งที่เหมาะกับเรา ว่าสิ่งที่เราชอบเรียนนั้นน่ะ ชอบเพราะเนื้อหา แต่จริงๆ เอาไปใช้อะไรในงานได้บ้าง เช่น ตอนนั้นชอบเรียนด้านคุณภาพ(Quality engineering) และเรื่อง optimization มากๆ เพราะชอบในเนื้อหา ก็เลยเรียน ทำโปรเจคในด้านนี้ แต่พอมาทำงานจริงๆ แล้วไมได้ใช้เลย พอมาทำงานจริงๆ กลับเห็นว่าน่าเบื่อหน่ายเพราะเป็นเรื่องทำนองการตรวจสอบคนอื่น หรือเป็นออกทางงานวิจัยมากกว่า 2 ขาดมุมมองที่เป็นการมองแบบโดยรวม หรือมุมสูง หรือ การเชื่อมโยงระหว่างแผนกต่างๆในองค์กร ว่าสิ่งที่เราเรียนไปนั้น จะไปมีผลอย่างไรกับองค์กร หรือกับส่วนอื่นๆ ทำให้ขณะเรียนต่อ อาจมองข้ามจุดอื่นๆที่ควรดูควบคู่กันไปด้วย 3 หางานทำต่อไปยากกว่าคนที่มีประสพการณ์ทำงานมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะหางานทำในต่างประเทศ เพราะคนที่ทำงานมาแล้ว แล้วมาเรียนต่อ มีมุมมองประสพการณ์จะมีมุมคิดที่ชัดเจนกว่า ยกเว้นท่านที่เป็นอาจารย์ หรือนักวิจัย มาตอนนี้ถึงได้เข้าใจว่า องค์กรใหญ่ๆ นั้นส่วนใหญ่จะต้องให้พนักงานทำงานมาอย่างน้อย 2-3 ปีก่อนที่จะให้โอกาสศึกษาต่อ การทำงานก่อนไม่เพียงแต่ทำมีมุมมองที่กว้างมากขึ้น แต่ยังทำให้เราเข้าใจตัวตนที่แท้จริงๆของเรามากขึ้น ว่าจริงๆแล้วเราชอบอะไร เหมาะกับอะไรในความเป็นจริงๆ มากกว่าคนส่วนใหญ่ที่เรียนต่อไปโดย คิดเอาเองว่า จะชอบ จะดี เหมือนผม การเรียนต่อไปทันที เหมาะสำหรับท่านที่ทราบแน่ชัดว่าจะเอาความรู้ที่เรียนนั้นไปทำอะไรหลังจบ เช่นเป็นอาจารย์ หรือนักวิจัยพัฒนา คล้ายกับคนที่จะลงทุนอะไรซักอย่าง แล้วทราบแน่ๆว่าคืนทุนแน่ๆ หรือได้ใช้แน่ๆ การเรียนต่อไปโดยไม่ทราบว่าจะเอาไปทำอะไร หรือเรียนเพื่ออะไร อาจจะคล้ายๆกับลงทุนซื้อสินค้ามากักตุนไว้ แต่ขายไม่ออก สุดท้ายก็จมทุน จริงๆ เรื่องการเรียนต่อ เป็นสิ่งที่ดีแน่นอนครับ เพียงแต่เวลาที่เหมาะสมในการเรียนต่อของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน หลายๆคนควรจะทำงานก่อน บางคนที่แน่ใจมากๆในชีวิตอาจจะเหมาะกับการเรียนต่อไปเลย ผมเองเรียนต่อโท ไปทันทีหลังจบปริญญาตรี จบมาก็ได้ทำงานในบริษัทข้ามชาติที่ดี มีสวัสดิการ สิ่งแวดล้อมที่ดี มีโอกาสที่ดี แต่มองย้อนกลับไปตอนเรียนนั้น แค่รู้สึกเสียดายที่เรามุ่งไปเรียน ทำวิจัยอะไรกันมากมาย มันคงจะดีกว่าแน่ๆ ถ้าได้เรียนในสิ่งที่เรามองออกว่า เอามาใช้งานได้ และได้นำมาใช้ต่อยอดในการทำงานต่อไปครับ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||